โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เมื่อโลกยุคใหม่ไล่บี้ ‘Micro Grid’ เลยต้องมา

The Bangkok Insight

เผยแพร่ 14 ม.ค. 2562 เวลา 12.26 น. • The Bangkok Insight

ในโลกยุคใหม่ระบบไฟฟ้าต้องตอบสนองต่อการผลิตพลังงานหมุนเวียนที่มีมากขึ้น โดยเฉพาะพลังงานแสงอาทิตย์ที่ถูกโฟกัสมากกว่าพลังงานหมุนเวียนอื่น และมีการผลิตแบบกระจายตัว มีทั้งโครงการขนาดใหญ่ และระบบผลิตขนาดเล็กที่ผู้บริโภคกลายเป็นผู้ผลิตด้วย (Prosumer ) อาทิ โซล่าร์รูฟทอป รวมถึงระบบไฟฟ้าต้องสนองต่อประสิทธิภาพ และความมั่นคง โดยไม่ต้องพึ่งพาระบบโครงข่ายไฟฟ้าหลักในภาวะฉุกเฉิน ที่สำคัญเชื่อมโยงกับเทคโนโลยีสารสนเทศสมัยใหม่

สถานการณ์เหล่านี้ทำให้“ไมโครกริด” (Micro Grid) ขยายตัวในต่างประเทศ และกำลังถูกเรียกร้องให้เกิดขึ้นในประเทศไทย เพื่อรองรับเทรนด์กิจการไฟฟ้ารอบรับโลกยุคใหม่  เพราะ “ไมโครกริด” เป็น ระบบไฟฟ้าขนาดเล็ก ที่มีการรวมระบบผลิตไฟฟ้า ส่งจ่ายไฟฟ้า และควบคุมสั่งการเข้าไว้ด้วยกัน สามารถทำงานประสานเชื่อมกับระบบโครงข่ายไฟฟ้าหลัก หรือโครงข่ายอื่น ๆ แยกทำงานเป็นอิสระได้ด้วย เป็นเหตุให้สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) กระทรวงพลังงานต้องเร่งศึกษาเพื่อวางระบบรองรับ

วันนี้ (14 ม.ค.) สนพ.ได้จัด“สัมมนารับฟังความเห็นร่างรูปแบบธุรกิจไมโครกริด” ขึ้น ภายหลังผลการศึกษาเบื้องต้นออกมาแล้ว และแน่นอนว่าทั้งหมดจะนำไปสู่การปรับปรุงแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย (พีดีพี) ฉบับใหม่ในอีก 3 ปีข้างหน้า

นายศุภสิทธิ์ อัมราลิขิต ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ บริษัท Full Advantage ที่ปรึกษาโครงการ กล่าวว่า แผนแม่บทการพัฒนาระบบโครงข่ายเชื่อมโยงไฟฟ้าอัจฉริยะ หรือ สมาร์ทกริด (Smart Grid) ของประเทศไทย แบ่งเป็น

  • ระยะเตรียมการ ปี 2558 – 2559 เป็นช่วงการจัดตั้งคณะทำงานระหว่าง 3 การไฟฟ้า เพื่อขับเคลื่อนการทำงาน และกำหนดแผนปฏิบัติการ รวมถึงปรับปรุงโครงข่ายไฟฟ้า (Grid Code)  เพื่อรองรับการพัฒนาพลังงานหมุนเวียน รวมถึงให้ทุนสนับสนุนให้สถาบันการศึกษา เพื่อผลิตบุคลากร ด้านระบบสมาร์ทกริด และให้ทุนศึกษาวิจัยในระยะเริ่มต้น ทั้งประชาสัมพันธ์ให้ความรู้เกี่ยวกับระบบสมาร์ทกริด
  • ระยะสั้นช่วงปี  2560-2564 โดยสนับสนุนงานวิจัยเกี่ยวกับโครงการนำร่อง ด้านการตอบสนองโหลด ( Demand Response)  ด้านระบบไมโครกริด และระบบกักเก็บพลังงาน รวมถึงศึกษา และทบทวนผลการดำเนินงานโครงการนำร่อง 
  • ระยะกลาง ปี 2565-2574 สนับสนุนให้เกิด Real Time Pricing (RTP) จัดตั้งศูนย์ข้อมูลการพยากรณ์ไฟฟ้าที่ผลิตได้จากพลังงานหมุนเวียน และระบบกักเก็บพลังงาน ออกมาตรการกำหนดสัดส่วน Local Content สำหรับโครงการของรัฐ ออกมาตรการสนับสนุนเพื่อส่งเสริมให้ภาคเอกชนสามารถพัฒนาซอฟแวร์ และฮาร์ดแวร์ ภายในประเทศ ออกมาตรการสนับสนุนทางภาษี และการเงิน และสนับสนุนการลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานสำหรับเทคโนโลยีสมาร์ทกริด ในระบบผลิต ระบบส่ง และระบบจำหน่าย
  • ระยะยาว ปี 2575- 2579 แบ่งเป็น 3 ด้านสำคัญ คือ
    ด้านการผลิตและระบบส่งไฟฟ้า โดยกำหนดนโยบายการให้เกิดการลงทุนพัฒนาเทคโนโลยี ต่อไปนี้
    -สถานีชาร์จรถไฟฟ้าอัจฉริยะ / V2G
    -การพยากรณ์พลังงานหมุนเวียน
    -ระบบสายส่งกระแสตรงความดันสูง (High Voltage Direct Current :HVDC ) และอุปกรณ์ควบคุมกำลังไฟฟ้าในระบบส่ง
    -ระบบตอบสนองโหลด (Demand Response Management System) และระบบจัดการการใช้ไฟฟ้า ( Demand Side Management : DSM )
    -กำหนดนโยบายสนับสนุนการติดตั้งเทคโนโลยี เพื่อการบริหารจัดการ การใช้พลังงานอย่างเต็มรูปแบบ

ไมโคร กริด มี 3 เสาหลักสำคัญที่ต้องขับเคลื่อน  เสาหลัก 1 คือ Demand Response และ ระบบบริหารจัดการพลังงาน (Energy Management System : EMS) เสาหลัก 2 คือ ระบบพยากรณ์พลังงานหมุนเวียน  และเสาหลักที่ 3 คือ ระบบไมโครกริด และระบบกักเก็บพลังงาน 

สาระสำคัญที่จะทำให้การขับเคลื่อนทั้ง 3 เสาสำเร็จ อยู่ที่การบริหารการขับเคลื่อนให้เดินหน้าในทางปฏิบัติ การส่งเสริมขีดความสามารถของทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง และการสื่อสารกับผู้มีส่วนได้เสีย

“หัวใจสำคัญของไมโครกริด ก็คือ การประหยัด  ความมีเสถียรภาพ และประสิทธิภาพ หลอมรวมพลังงานยุคใหม่เข้าด้วยกัน ทั้งพลังงานหมุนเวียน Prosumer  การตอบสนองต่อการใช้ไฟฟ้าที่ตรงความต้องการมากขึ้น รวมถึงยานยนต์ไฟฟ้า” 

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...