โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

รมว.คมนาคม ปล่อยขบวนรถแท็กซี่ ติดฉากกั้นในห้องโดยสาร สร้างความเชื่อมั่นเดินทางช่วงโควิด19 นำร่องให้ครบ 3,000 คัน ภายในเดือนตุลาคม 2564

สวพ.FM91

อัพเดต 23 ก.ย 2564 เวลา 07.32 น. • เผยแพร่ 23 ก.ย 2564 เวลา 07.31 น.

วันนี้ (23 กันยายน 2564) เวลา 11.00 ณ กรมการขนส่งทางบก นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรม “ปล่อยขบวนรถแท็กซี่ติดฉากกั้นแบบ New Normal” ภายใต้โครงการยกระดับความปลอดภัยและความมั่นใจในการใช้บริการรถยนต์รับจ้างบรรทุกคนโดยสารไม่เกินเจ็ดคน เเท็กซี่ ที่ติดตั้งฉากกั้นอะคริลิกใสภายในห้องโดยสาร พร้อมออกให้บริการประชาชนในอัตราค่าโดยสารปกติ ซึ่งเป็นหนึ่งในมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบอาชีพขับรถแท็กซี่ และเป็นการสร้างความเชื่อมั่นในการเดินทางด้วยรถแท็กซี่ให้แก่ประชาชนในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019   

นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า ท่ามกลางสถานการณ์การแพร่ระบาด ทุกภาคธุรกิจต้องปรับตัวตามมาตราการสาธารณสุขเพื่อป่องกันการแพร่กระจายของเชื้อโรค ในเขตกรุงเทพมหานคร โดยเฉพาะอย่างยิ่งรถแท็กซี่ซึ่งเป็นการขนส่งสาธารณะที่ผู้ขับรถและผู้โดยสารอยู่ในพื้นที่ใกล้กัน ส่งกระทบต่อผู้ประกอบการ เจ้าของรถ และผู้ขับรถแท็กซี่ เนื่องจากประชาชนขาดความมั่นใจจากประเด็นปัญหาต่างๆ เหล่านี้ จึงต้องคิดนวัตกรรมมาช่วยเหลือเยียวยาและปรับปรุงระบบขนส่งสาธารณะในยุค new normal รัฐบาลภายใต้การบริหารงานของ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ไม่ได้นิ่งนอนใจ จึงได้มอบหมายให้กระทรวงคมนาคมพิจารณามาตรการป้องกันควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 เพื่อช่วยเหลือเยียวยาให้ผู้ขับรถแท็กซี่สามารถประกอบอาชีพได้ตามปกติ โดยมีกรมการขนส่งทางบก สนองรับนโยบายดังกล่าวและดำเนินการโครงการยกระดับความปลอดภัยและความมั่นใจในการใช้บริการรถยนต์รับจ้างบรรทุกคนโดยสารไม่เกินเจ็ดคน โดยทำการติดตั้งฉากกั้นระหว่างผู้ขับรถและผู้โดยสาร เพื่อป้องกันละอองฝอยจากการพูดคุย ไอ จาม ช่วยลดความเสี่ยงในการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 และยังช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นและความมั่นใจในการใช้บริการรถสาธารณะอีกด้วย ทั้งนี้ ในระยะแรกจะนำร่องติดตั้งฉากกั้นในรถแท็กซี่ที่เข้าร่วมโครงการ จำนวน 3,000 คัน ประกอบด้วย รถแท็กซี่นิติบุคคลจากสมาคม สหกรณ์ต่างๆ และรถแท็กซี่บุคคลธรรมดา เชื่อว่าการติดตั้งฉากกั้นตามโครงการดังกล่าว นอกจากลดความเสี่ยงในการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ระหว่างผู้ขับรถและคนโดยสารภายในรถแท็กซี่แล้ว ยังช่วยให้เกิดความปลอดภัยในชีวิต ร่างกาย หรือทรัพย์สินของผู้ขับรถหรือคนโดยสารรถแท็กซี่ เสริมสร้างความเชื่อมั่นและความมั่นใจในการใช้บริการรถสาธารณะ ลดการใช้รถส่วนตัว ผู้ขับรถแท็กซี่ก็สามารถประกอบอาชีพได้ภายใต้มาตรการ Social distancing แบบ New normal รองรับการเปิดประเทศ ส่งเสริมเศรษฐกิจภาพรวมต่อไป

นายจิรุตม์ วิศาลจิตร อธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวว่า โครงการนี้ กรมการขนส่งทางบกได้รับความร่วมมือจาก เอสซีจี เคมิคอลส์ ซึ่งเป็นผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเคมีภัณฑ์ครบวงจรชั้นนำในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โดยได้นำความเชี่ยวชาญด้านวัสดุศาสตร์มาผลิตและออกแบบฉากกั้นอะคริลิกใสคุณภาพสูงภายในห้องโดยสาร ซึ่งออกแบบให้ติดตั้งได้ง่ายเหมาะกับรถแท็กซี่ที่มีอยู่ในปัจจุบัน ซึ่งมีทั้งรถแท็กซี่ขนาดกลางและขนาดใหญ่ ไม่บดบังทัศนวิสัย และไม่กระทบต่อการทำงานหรือการใช้งานระบบหรืออุปกรณ์ความปลอดภัยต่างๆ ของรถ โดยเริ่มทยอยติดตั้งฉากกั้นให้กับรถแท็กซี่ที่เข้าร่วมโครงการแล้ว ตั้งแต่วันที่ 16 กันยายน 2564 ที่ผ่านมา และคาดว่าจะดำเนินการติดตั้งครบทั้งหมด 3,000 คัน ภายในเดือนตุลาคม 2564 นี้ รถที่ติดตั้งฉากกั้นจะแสดงเครื่องหมายบริเวณกระจกด้านหน้ารถเพื่อให้ผู้โดยสารสามารถเรียกใช้บริการรถแท็กซี่ได้อย่างมั่นใจมากยิ่งขึ้น ในอัตราค่าโดยสารเท่ากับแท็กซี่ทั่วไป และกรมการขนส่งทางบกจะติดตามประเมินผลความพึงพอใจของผู้โดยสารที่ใช้บริการผ่าน QR Code ที่ติดไว้ที่ฉากกั้นในรถแท็กซี่ทุกคัน เพื่อนำมาประกอบการพิจารณาขยายผลต่อไป 

สำหรับฉากกั้นอะคริลิกใสคุณภาพสูงในห้องโดยสารที่ติดตั้งให้กับรถแท็กซี่ในโครงการฯ มีจุดเด่น ที่ความใสคล้ายกระจกทำให้คงทัศนียภาพการมองเห็น ไม่รู้สึกอึดอัดขณะโดยสาร ออกแบบให้รองรับการใช้งานในรถยนต์หลายรุ่น น้ำหนักเบา ติดตั้งได้ง่าย ปลอดภัย คงทนต่อสภาพอากาศ และสามารถเช็ดทำความสะอาดได้ง่ายด้วยผ้าขนอ่อน ชุบน้ำเปล่า น้ำสบู่ หรือแอลกอฮอล์เข้มข้น 70% สามารถทำความสะอาดได้บ่อยตามต้องการ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...