โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

SMEs-การเกษตร

ไก่ หมู กบ เลี้ยงแบบสัตว์อินทรีย์ปลอดเคมี ไร้กลิ่น ขายได้ราคาดี ตลาดต้องการอีกมาก

เทคโนโลยีชาวบ้าน

อัพเดต 26 มิ.ย. 2567 เวลา 07.28 น. • เผยแพร่ 26 มิ.ย. 2567 เวลา 05.00 น.

ครูอินสอน สุริยงค์ แห่งศูนย์เกษตรธรรมชาติแม่ออน จังหวัดเชียงใหม่ เลี้ยงสัตว์แบบสัตว์อินทรีย์ปลอดเคมีและไร้กลิ่น ได้ผลผลิตคุณภาพดี ขายได้ราคาสูงอีกต่างหาก ครูอินสอนเลี้ยงไก่โดยใช้ปุ๋ยหมักที่ผลิตขึ้นเองผสมอาหารให้ไก่กินเลย ส่วนน้ำก็ใช้ผสมด้วยจุลินทรีย์เพื่อดับกลิ่น หรือถ้ามีกลิ่นเหม็นก็ใช้ปุ๋ยหมักโรยให้ทั่วเพราะเป็นจุลินทรีย์แห้งก็จะช่วยย่อยสลาย แทนที่จะเป็นมูลสัตว์ที่มีแก๊สหรือแก๊สไข่เน่าต่างๆ จุลินทรีย์ต่างๆ ก็จะช่วยย่อยสลาย เมื่อมูลสัตว์มากพอก็นำมากองรวมกันใช้ทำปุ๋ยได้อีก

ส่วนวัคซีน ครูอินสอนจะให้ตั้งแต่ตอนไก่ยังเล็กๆ เพื่อป้องกันโรคต่างๆ ในส่วนนี้จะใช้สมุนไพร เช่น ตะไคร้หอม จุลินทรีย์ กระเทียม ผสมน้ำให้ไก่กิน เพื่อสร้างภูมิต้านทานโรค ครูอินสอนจะซื้อพันธุ์ไก่ตัวเล็กๆ ในราคาตัวละ 5 บาท ใช้เวลาเลี้ยง 70 วัน ก่อนขายในราคาตัวละ 65 บาท มีต้นทุนการเลี้ยงตัวละ 20 บาท แต่ละวันครูอินสอนสามารถขายไก่ได้วันละประมาณ 3,000 บาท

การเลี้ยงไก่ต้องเลี้ยงเป็นรุ่นๆ ต่อกันเพื่อให้มีรายได้ตลอดปี ตามหลักเศรษฐกิจพอเพียงที่ต้องมีรายได้ทุกวัน ถ้าซื้อไก่มารุ่นเดียวกันหมด จะสู้ค่าอาหารไม่ได้ เพราะไก่กินจุมาก วันหนึ่งกิน 2 มื้อ ต้องใช้ระบบพี่เลี้ยงน้อง พึ่งพารายได้จากการขายรุ่นพี่เพื่อไปเลี้ยงรุ่นน้อง ต้องวางแผนผลิตและการขายให้ชัดเจน ครูอินสอนเลี้ยงไก่พันธุ์เนื้อ เป็นรุ่นๆ เพื่อให้ทันกับตลาด ที่นี่เรามีลูกค้าประมาณ 4 ราย ลูกค้าไปชำแหละขายตัวละจาก 60-65 บาท เขาเอาไปขายตัวละ 100 บาท ทั้งนี้ การขายไก่เนื้ออินทรีย์สร้างผลกำไรสูงกว่าไก่ฟาร์ม โดยเลี้ยงครั้งละ 500 ตัว ยังสามารถขายมูลไก่ได้อีก

เรื่องอาหารไก่ ที่นี่ใช้สูตรข้าวโพดป่น 60 กิโลกรัม รำละเอียด 10 กิโลกรัม กากถั่วเหลือง 18 กิโลกรัม ปลาป่น 8 กิโลกรัม เกลือป่น 5 ขีด แคลเซียมฟอสเฟส (P-18) จำนวน 1 กิโลกรัม ฟรีมิกซ์ ไก่ไข่ 5 ขีด และปุ๋ยหมักที่ทำเอง 25-40 กิโลกรัม

หมูหลุม ปลอดกลิ่น ปลอดโรค

การเลี้ยงหมูหลุมของครูอินสอนทำได้ไม่ยุ่งยาก เพียงแค่ใช้ซีเมนต์บล็อกมาก่อแล้วฉาบปูน แต่หากเกษตรกรมีรายได้น้อยจะไม่ใช้บล็อกนี้ก็ได้ เพียงแค่นำส่วนผสมของดินและวัสดุต่างๆ มาใส่ในหลุม แบ่งเป็น 36 ชั้น ชั้นละ 30 เซนติเมตร โดยชั้นล่างสุดจะเป็นดินหรือพวกใบไม้ เศษวัสดุต่างๆ ที่ย่อยสลายได้ ใส่ลงไปก่อนโดยใช้ปุ๋ยหมักโรยลงไป 1 ตารางเมตรต่อ 2 กำมือ แล้วใช้เกลือเพื่อทำให้ดินเป็นกลาง ตามด้วยจุลินทรีย์ลงไปอีกชั้นหนึ่ง ส่วนชั้นกลางจะเป็นแกลบหรือขี้เลื่อย และชั้นบนสุดเป็นอินทรียวัตถุที่ต้องเปลี่ยนอยู่เรื่อยๆ จากนั้นใช้น้ำหมักจุลินทรีย์ราดลงไป ซึ่งจุลินทรีย์จะช่วยย่อยสลาย-ดับกลิ่น ซึ่งจุลินทรีย์ตัวนี้ครูทำเองไม่มีอันตราย จากนั้นใช้น้ำบริสุทธิ์ หรือน้ำดื่มใส่ลงไป หมูก็จะได้กินจุลินทรีย์จากอาหาร

การเลี้ยงไก่อินทรีย์ยังมีกลุ่มจุลินทรีย์ที่ช่วยย่อยอาหาร เช่น แล็กโตบาซิลัส ช่วยระบายท้องซึ่งเป็นผลดี เพราะการปล่อยให้สัตว์เลี้ยงท้องอืดนับว่าอันตรายมาก หากสัตว์ท้องร่วงหรือถ่ายเหลวจะดีมาก เพราะเป็นการดีท็อกซ์ ขับสารพิษออกจากร่างกาย จะทำให้สัตว์เลี้ยงโตไว

“หมูถ่ายเหลวก็ดี เพราะจะไม่ต้องเป็นริดสีดวงทวาร ส่วนน้ำดื่มเติมจุลินทรีย์ลงไป สัตว์เลี้ยงได้กินโบกาชิแห้งหรือปุ๋ยหมักเสร็จ ตามด้วยน้ำอีก สิ่งแวดล้อมก็ไม่มีปัญหา เลี้ยงเป็นหมื่นก็ไม่มีปัญหา มูลสัตว์ไม่มีกลิ่นเลย เชื้อโรคตัวสำคัญๆ ก็ไม่มีเพราะจุลินทรีย์ทำลายไปแล้ว จุลินทรีย์บางตัวมันแอนตี้กับแสงมันจะตายไป บางกลุ่มมันก็ชอบ” ครูอินสอน กล่าว

เมื่อได้มูลสัตว์ออกมาก็ตักไปกองไว้นำไปใช้ได้เลย แทนที่จะหมักเป็นเดือนเพราะจุลินทรีย์ย่อยแล้ว มีน้ำปัสสาวะและมูลหมูรวมอยู่ด้วยกันนำมาผสมกับปุ๋ยหมัก ซึ่งก็มาจากการหมักใบไม้นั่นเอง นำไปขายได้ปุ๋ยกิโลกรัมละ 8 บาท วิธีนี้ขยายผลไปได้ไม่ต่ำกว่า 30,000 คน จากฟาร์มต่างๆ ทางศูนย์ยังไม่ได้ขายหมูเลย แต่ขายปุ๋ยตัวนี้แล้วกิโลกรัมละ 8 บาท ทั้งนี้ ธาตุอาหารจากมูลหมูจะสูงมาก สูงกว่ามูลค้างคาวที่ราคาแพงกว่า แต่ปุ๋ยจากมูลหมูหมักจะถูกมองข้าม

ครูอินสอนยืนยันว่ามูลหมูนี่แหละเหมาะกับพืชสีเขียวที่ต้องการไนโตรเจนสูง สามารถนำไปใช้กับต้นไม้ได้หลากหลายชนิดมาก แต่ต้องให้มูลหมูแห้งก่อน หากต้องการให้ได้ผลดีที่สุด ควรนำมูลสัตว์ไปหมักเสียก่อน

สูตรการทำอาหารหมู ขึ้นอยู่กับช่วงอายุของหมู เพราะอายุ 15-30 วัน หรือ 30-60 วัน มีความต้องการธาตุอาหารที่แตกต่างกันไป หากใช้ข้าวโพดบด ต้นทุนยิ่งถูกกว่า แค่นำข้าวโพดมาบด 62 กิโลกรัม รำละเอียด 9 กิโลกรัม กากถั่วเหลือง 22 กิโลกรัม ปลาป่น 4 กิโลกรัม กระดูกป่น 1.2 กิโลกรัม เกลือป่น 3 ขีดครึ่ง และน้ำมันพืชที่ใช้แล้วผสมเพื่อเพิ่มไขมัน ปุ๋ยหมักให้ได้น้ำหนักรวม 100 กิโลกรัม จากนั้นเติมวิตามินประเภทเกลือเชิงซ้อนไดแคลเซียม (complexed calcium) 1 กิโลกรัม วิตามินฟรีมิกซ์ 3 ขีดครึ่ง และกรดอะมิโน 2 ขีดครึ่ง สรุปแล้ว จะได้อาหารสัตว์ 100 กิโลกรัม ในราคาต้นทุนกิโลกรัมละ 6 บาท แทนที่จะไปซื้อกิโลกรัมละ 18 บาท

เลี้ยงกบใน “คอนโดฯ”

กบเป็นสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ ไม่ต้องการน้ำมาก ส่วนมากนิยมเลี้ยงในบ่อซีเมนต์ใช้ทุนสูง อย่างต่ำก็ต้องเป็นบ่อขนาด 3×4 เมตร ต้องใช้เงินลงทุนไม่น้อยกว่า 5,000 บาท หากมาเรียนรู้กับศูนย์ ครูอินสอนบอกว่า เลี้ยงกบที่ไหนก็ทำได้ ไม่ว่าจะเป็นใต้ถุนบ้านหรือใต้ต้นไม้ เพียงแค่หาภาชนะง่ายๆ เช่น นำขวดน้ำดื่มมาเจาะรู ใส่กบไป 3 ตัว เนื่องจากอัตราส่วนการเลี้ยงกบปกติจะอยู่ที่ 1 ตารางเมตรต่อ 100 ตัว ต่างกับปลาดุกที่ 1 ตารางเมตร จะเลี้ยงได้ 50 ตัว แต่หากเป็นปลานิล 1 ตารางเมตร ไม่เกิน 10 ตัว

การเลี้ยงกบ ควรเริ่มต้นด้วยการซื้อกบน้อยๆ ตัวละ 2 บาท มาใส่ในขวด เอาน้ำใส่เติมจุลินทรีย์เล็กน้อย ผ่านไปสามสี่วันเมื่อน้ำเริ่มมีกลิ่น ก็เทลงถังเสร็จแล้วก็เอาโบกาชิใส่ลงไปเพื่อบำบัดจุลินทรีย์ พอกบถ่ายมูลลงไปจะกลายเป็นปุ๋ยหมัก หากต้องการนำไปใช้รดต้นไม้ ควรผสมน้ำให้เจือจางเสียก่อน

อีกวิธีหนึ่งคือ ใช้กล่องโฟมขนาด 40×60 เซนติเมตร เจาะรู ใส่กบลงไป 40 ตัว ใช้เวลาเลี้ยงประมาณ 2-3 เดือน เลี้ยงแบบซ้อนกล่องก็ได้ การเลี้ยงกบใน “คอนโดฯ” ยางรถยนต์ ควรใส่ทรายหยาบหรือทรายขี้เป็ดใช้ตะแกรงมารองด้านล่าง ใช้หินหยาบลง 3 ชั้น ใส่น้ำ 2 ชั้น ตามด้วยจุลินทรีย์ เวลาเปลี่ยนน้ำใช้สายยาง เจาะออกไป ไล่น้ำเสียออก แม้จะปล่อยน้ำทิ้งก็ไม่ได้ทำให้น้ำเน่าเสียเพราะว่าบำบัดด้วยจุลินทรีย์ซึ่งย่อยสลายมูลสัตว์เรียบร้อยแล้ว

หากเกษตรกรมีตาข่าย ควรหาไม้ไผ่มากั้น พื้นที่ 1 ตารางเมตรเลี้ยงกบได้ 100 ตัว โดยไม่ต้องเปลี่ยนน้ำเพราะว่ากบแช่อยู่ในน้ำ โยนอาหารให้กิน ถ้าเลี้ยงแบบนี้อาจจะจับยาก หรือจะเลี้ยงตามท้ายนาก็ได้ใช้ตาข่ายไปล้อมไว้ แต่กบที่เอามาเลี้ยงต้องเป็นกบตัวเล็กๆ ประมาณ 2 บาท ใช้เวลาเลี้ยงประมาณ 5 เดือน ก็จับขายได้แล้ว

เชื่อครูอินสอน ก็บ้าแล้ว

ครูอินสอนเล่าย้อนอดีตเมื่อราวปี 2530 ว่า หลายคนไม่เห็นด้วยกับแนวคิดการทำเกษตรอินทรีย์ชีวภาพ บางรายถึงกับบอกว่า เชื่อครูอินสอน ประเทศไทยไม่เจริญ เอาหญ้ามาทำปุ๋ยได้อย่างไร คนพูดส่วนใหญ่เป็นนักธุรกิจ เช่น พ่อค้าปุ๋ย บางคนท้าแข่ง อย่างสมุนไพรกับยาฆ่าแมลง อย่างไรก็ตาม ครูอินสอน บอกว่า เป็นเรื่องธรรมดาของคนที่ทำเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงต้องถูกต่อต้าน อย่างไรก็ตาม เป็นหน้าที่ของครูที่ต้องสาธิตให้ทุกคนได้เรียนรู้ความจริง จนนำไปสู่ความเชื่อมั่นในที่สุด

“สมัยก่อนบรรพบุรุษเราก็ไม่มีปุ๋ย หรือต้นไม้ในป่าต่างๆ เราก็ไม่เห็นมีปุ๋ยทำไมมันออกลูกได้ ชีวิตของพืชเป็นระบบพึ่งตนเอง ภายในดินมีจุลินทรีย์แม้เราไม่ไปทำลาย ใบร่วงจุลินทรีย์ย่อยสลายก็กลายเป็นปุ๋ย

พึ่งตนเองและเป็นที่พึ่งของคนอื่น

นอกเหนือจากการผลิตปุ๋ยหมักอินทรีย์ชีวภาพ ผลิตอาหารปลอดภัยจากสารพิษเพื่อใช้บริโภคเองในชีวิตแล้ว ครูอินสอนและสมาชิกยังผลิตเพื่อขายสู่ท้องตลาดอีกด้วย และมักขายได้ราคาดีกว่าพืชที่ปลูกด้วยสารเคมี เพราะเป็นสินค้าเกษตรปลอดภัยที่มีคุณภาพ ตรงกับความต้องการของตลาดอีกด้วย

“เราทำทฤษฎีพอเพียงขั้นแรกเอาไว้บริโภคก่อน จากนั้นเราก็แบ่งปันให้คนอื่นๆ หรือถ้ามีมากเราก็ขาย” นั่นคือ คำตอบของปราชญ์ชาวบ้าน แห่งอำเภอแม่ออน จังหวัดเชียงใหม่

…………………………………

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรก วันจันทร์ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ไก่ หมู กบ เลี้ยงแบบสัตว์อินทรีย์ปลอดเคมี ไร้กลิ่น ขายได้ราคาดี ตลาดต้องการอีกมาก

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.technologychaoban.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...