โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อสังหาริมทรัพย์

ไม่สนโควิด “คอนโดแพง” กระหึ่มเมือง

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 02 ก.พ. 2564 เวลา 02.09 น. • เผยแพร่ 02 ก.พ. 2564 เวลา 02.10 น.

นายภัทรชัย ทวีวงศ์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและการสื่อสาร บริษัท คอลลิเออร์ส อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย จำกัด เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า สถานการณ์โควิดอาจส่งผลกระทบทางด้านเศรษฐกิจโดยรวม อย่างไรก็ตาม จากการสำรวจ 10 อันดับสถานีรถไฟฟ้าที่มีโครงการคอนโดมิเนียมที่มีราคาขายสูงที่สุดในกรุงเทพมหานคร ณ สิ้นปี 2563 ยังคงมีความเคลื่อนไหวคึกคัก และราคาไม่ได้ปรับลดลงแต่อย่างใด

รายละเอียด 10 อันดับ ประกอบด้วย 1.รถไฟฟ้าสถานีเพลินจิต ครองแชมป์ทำเลที่มีคอนโดฯราคาขายสูงที่สุดในกรุงเทพฯ ซึ่งสถานีนี้เป็นที่ตั้งของโครงการ 98 ไวร์เลส ของ บมจ.แสนสิริ ราคาขายเฉลี่ย 5.8 แสนบาท/ตารางเมตร ราคาสูงสุดขึ้นไปถึง 7.25 แสนบาท/ตารางเมตร มีราคาซื้อขาย 65-650 ล้านบาท/ยูนิต (ดูตารางประกอบ)

ล่าสุดมีโครงการ Branded Residence แบรนด์ “อมัน นายเลิศ เออร์เบิน เรสซิเดนเซส กรุงเทพฯ” พัฒนาโดย บจ.นายเลิศ ปาร์ค ดีเวลลอปเม้นท์ บนทำเลย่านเพลินจิต ในช่วงปลายปี 2563 สร้างกระแสฮือฮาเป็นโครงการราคาแพงที่สุดในย่านเพลินจิต สำหรับการขายโครงการแบบลีสโฮลด์ ราคาเริ่มต้น 4.5 แสนบาท/ตารางเมตร

ในปี 2564 บนทำเลโดยรอบสถานีเพลินจิต มีอีก 1 โครงการที่รอการเปิดตัวในช่วงไตรมาส 2/64 โดย บมจ.โนเบิล ดีเวลลอปเมนท์ ร่วมทุนกับฮ่องกงแลนด์ ภายใต้แบรนด์ “ดิ เอ็มบาสซี แอท ไวร์เลส” บนที่ดิน 3 ไร่ครึ่ง ถนนวิทยุ ตรงข้ามปาร์คนายเลิศ มูลค่าโครงการ 10,700 ล้านบาท

2.รถไฟฟ้าสายสีทอง สถานีเจริญนคร เป็นผลมาจากรถไฟฟ้าสายสีทองระยะที่ 1 (สถานีกรุงธนบุรี-สถานีคลองสาน) เปิดให้บริการ 16 ธันวาคม 2563 ที่ผ่านมา สถานีเจริญนครซึ่งเป็นที่ตั้งของเดอะเรสซิเดนส์ แอท แมนดาริน โอเรียนเต็ล โดย บจ.แมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น หรือ MQDC ราคาขายเฉลี่ย 5.5 แสนบาท/ตารางเมตร ราคาสูงสุด 7.5 แสนบาท/ตารางเมตร ยูนิตละ 47-450 ล้านบาท ส่งผลให้สถานีเจริญนครขึ้นแท่นอันดับ 2 ทันที

3.รถไฟฟ้าสถานีชิดลม ไฮไลต์ทำเลอยู่ที่ถนนชิดลมเป็นถนนเส้นสำคัญ เป็นแหล่งที่ตั้งสถานทูต โรงแรมหรู 5 ดาว และห้างสรรพสินค้าระดับบน นับเป็นสุดยอดทำเลคอนโดฯระดับ super luxury ของเมืองไทยอีกทำเลหนึ่ง โดยมีคอนโดฯ สโคป หลังสวน ของ บมจ.เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชัน พัฒนาบนที่ดินฟรีโฮลด์ที่แพงที่สุดที่ซื้อขายในปี 2561 ในราคา 3.1 ล้านบาท/ตารางวา มูลค่าโครงการ 8,400 ล้านบาท ราคาขายเฉลี่ย 4.9 แสนบาท/ตารางเมตร ยูนิตละ 38-250 ล้านบาท

4.รถไฟฟ้าสถานีช่องนนทรี เป็นที่ตั้งของเดอะ ริทซ์-คาร์ลตัน เรสซิเดนเซส บางกอก มูลค่า 18,000 ล้านบาท บนพื้นที่รวม 135,000 ตารางเมตร ราคาขายเฉลี่ย 3.7 แสนบาท/ตารางเมตร ราคาสูงสุด 4.42 แสนบาท/ตารางเมตร ยูนิตละ 66-235 ล้านบาท

5.รถไฟฟ้าสถานีทองหล่อ ทำเลที่เป็นเสมือนศูนย์รวมคอนโดฯ super luxury ปัจจุบันมีห้องชุดที่มีราคาขายเฉลี่ยสูงกว่า 3 แสนบาท/ตารางเมตร เป็นจำนวนมาก หนึ่งในนั้นคือ คุูน บาย ยู โดย บมจ.แสนสิริ ราคาขายเฉลี่ย 3.7 แสน/ตารางเมตร ราคาสูงสุดถึง 5.87 แสนบาท/ตารางเมตร ยูนิตละ 15-139 ล้านบาท

6.รถไฟฟ้าสถานีพร้อมพงษ์ จุดเด่นทำเลแวดล้อมไปด้วยห้างสรรพสินค้าชั้นนำ และคอนโดฯ super luxury อีกจำนวนมาก หนึ่งในนั้นคือ ดิ เอสเทลล์ พร้อมพงษ์ โดย บมจ.ไรมอน แลนด์ อยู่ในซอยสุขุมวิท 26 ราคาเริ่มต้น 15.5-55.06 ล้านบาท ราคาขายเฉลี่ย 3.30 แสน/ตารางเมตร ราคาสูงสุด 3.44 แสนบาท/ตารางเมตร

7.รถไฟฟ้าสถานีตากสิน ที่ตั้งของโฟร์ซีซั่นส์ ไพรเวท เรสซิเด้นซ์ พัฒนาภายใต้โครงการ “เจ้าพระยา เอสเตท” ทำเลริมแม่น้ำเจ้าพระยา มูลค่ากว่า 32,000 ล้านบาท โดย บมจ.คันทรี่ กรุ๊ป ดีเวลลอปเมนท์ ราคาขายเฉลี่ย 3.3-3.85 แสนบาท/ตารางเมตร ยูนิตละ 47-378 ล้านบาท

8.รถไฟฟ้าสถานีเอกมัย โครงการไฮด์ เฮอริเทจ ทองหล่อ โดย บมจ.แกรนด์ แอสเสท โฮเทลส์ แอนด์ พรอพเพอรตี้ บริษัทลูกของพร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค ราคาเฉลี่ย 2.9-4.9 แสนบาท/ตารางเมตร ยูนิตละ 9.6-120 ล้านบาท

9.MRT สถานีพระราม 9 จุดเด่นทำเลแวดล้อมไปด้วยอาคารสำนักงานชั้นนำ และเป็นที่ตั้งของแอชตัน อโศก-พระราม 9 โดย บมจ.อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ ยูนิตละ 7.59-54 ล้านบาท ราคาเฉลี่ย 2.7-3.439 แสนบาท/ตารางเมตร

และ 10.รถไฟฟ้าสถานีอโศก ทำเลที่มีทั้งห้างสรรพสินค้าชั้นนำ อาคารสำนักงานเกรด A โดยมีโครงการเซอเลส อโศก โดย บจ.ลัคกี้ ลิฟวิ่ง พร็อพเพอร์ตี้ส์ ร่วมทุนกับกองทุน Cresent Investment ราคาเฉลี่ย 2.65-3.43 แสนบาท/ตารางเมตร ยูนิตละ 8.9-34 ล้านบาท

เทรนด์ปี 2564 พบว่ายังมีคอนโดฯ super luxury อีกหลายโครงการอยู่ระหว่างศึกษาโอกาสลงทุนและรอเปิดตัวในอนาคต หลายโครงการมีการเลื่อนเปิดตัวเพราะสถานการณ์โควิด โดยทำเลยอดนิยมยังกระจุกอยู่ในพื้นที่กรุงเทพฯชั้นใน เช่น เพลินจิต ชิดลม ทองหล่อ สุขุมวิท 38 พร้อมพงษ์ หลังสวน ราชดำริ สีลม สาทร เป็นต้น

“ทำเลเหล่านี้ปัจจุบันมีที่ดินศักยภาพสูงและเสนอขายเหลือน้อย มีราคาที่ค่อนข้างสูง แต่เป็นทำเลที่กำลังซื้อระดับบนทั้งลูกค้าคนไทยและต่างชาติให้ความสนใจ และพร้อมที่จะซื้อหากโครงการสามารถตอบสนองความต้องการได้อย่างครบถ้วน ทั้งรูปแบบโครงการ ดีไซน์ และราคาที่เหมาะสม มีบางทำเล เช่น สุขุมวิท 38 ทองหล่อ เพลินจิต-ชิดลม ที่คาดว่าจะมีการเปิดพรีเซลในปีนี้”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...