โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

“เศรษฐีไทย” มากขึ้น...หนุน ‘Private Bank’ โตเป็นเงาตามตัว !!!

Wealthy Thai

อัพเดต 09 ส.ค. 2566 เวลา 23.26 น. • เผยแพร่ 14 ม.ค. 2564 เวลา 14.55 น.

โลกของการลงทุนในปัจจุบันมีความสลับซับซ้อนมากยิ่งขึ้นในเรื่องของโปรดักต์การลงทุน จนบางครั้งตัวนักลงทุนเองก็ตามไม่ทัน
ไม่เพียงเท่านี้ตลาดการลงทุนทั่วโลกก็เชื่อมประสานกันไม่ถูกจำกัดด้วยเงื่อนไขเชิงพื้นที่อีกต่อไป สิ่งที่เกิดขึ้นอีกฟากของโลก สามารถกระทบมายังนักลงทุนไทยหรือนักลงทุนทั่วโลกได้เช่นกัน
สำหรับกลุ่ม ‘นักลงทุนที่มีความมั่งคั่งสูง (High Net Worth : HNW)’ ลำพังแค่การฝากเงินกินดอกเบี้ยคงไม่เพียงพอ การจะตอบโจทย์ในเรื่องของ ‘ความมั่งคั่ง’ ให้นักลงทุนกลุ่มนี้ จะต้องเป็นบริการระดับพรีเมี่ยมอย่างแท้จริง
Private Banking” จึงเป็นหนึ่งในหน่วยงานหนึ่งของแบงก์ที่จะมาดูแลและให้บริการลูกค้ากลุ่มนี้โดยเฉพาะเป็นบริการพิเศษ ให้คำปรึกษาแนะนำการลงทุน จัดสัดส่วนการลงทุน วางแผนการเงิน วางแผนทุกเรื่องก็คงไม่ผิดนัก ครบวงจรเลยทีเดียว
ในวันนี้ทาง ‘Wealthy Thai’ จึงได้มีมุมมองจากธนาคารที่เป็นหนึ่งในผู้เชี่ยวชาญการลงทุนอย่าง “ธนาคารกสิกรไทย” และ “ธนาคารทิสโก้” มาแชร์ให้แก่ผู้อ่าน ถึงอุตสาหกรรมของ Private Banking มีความแตกต่างจากการลงทุนประเภทอื่นอย่างไร

อุตสาหกรรม “Private Banking” ยังเติบโตได้…คาดนักลงทุนรายใหม่ยังเพิ่มต่อเนื่อง

โดยเริ่มที่ “ดร.ตรีพล ภูมิวสนะ”Managing Director - Private Banking Business Head, Private Banking Group ธนาคารกสิกรไทย ได้ให้มุมมองว่า อุตสาหกรรมในปัจจุบันได้มีผู้เล่นทั้ง ‘ในประเทศ’ และ ‘ต่างประเทศ’ สกุลเงินของพอร์ตก็จะมีความแตกต่างกันออกไป สำหรับเราเองถือว่าไม่ใช่คู่แข่งทางตรงเพราะทางกสิกรไทยจะดูแลพอร์ตลูกค้าที่เป็น ‘เงินบาท’ แต่อย่างไรก็ตามเราก็ยังมีพันธมิตรที่คอยให้คำแนะนำลูกค้าพอร์ต ‘เงินดอลลาร์’
สำหรับอุตสาหกรรมการเติบโตได้แบบยั่งยืนจะเป็น ‘กลุ่มเงินบาท’ ซึ่งจะเฉลี่ยอยู่ที่ 5-7% ไม่ได้หวือหวามากนัก ตามภาวะเศรษฐกิจ ตามกลุ่มเศรษฐีที่เพิ่มขึ้นที่ธุรกิจมีการเติบโตขึ้นมาได้ ซึ่งกลุ่มคนที่เป็น SME กลุ่มนักธุรกิจก็จะมีการเติบโตขึ้น ก็จะหันเข้ามาลงทุนใน Private Banking

(ดร.ตรีพล ภูมิวสนะ)

“ส่วนกลุ่ม ‘สกุลเงินดอลลาร์’ จะเป็นตลาดที่มีการแข่งขันสูง (Red Ocean) เพราะกลุ่มลูกค้าค่อนข้างน้อย ซึ่งการเติบโตจะไม่มากนักเหมือนในอดีต ที่เติบโตได้ดีจากมาตรการภาษีมรดกทำให้นักลงทุนต้องมีการกระจายการลงทุนไปต่างประเทศ แต่ด้วยปัจจัยค่าเงินทำให้ผลตอบแทนไม่ได้ตามเป้าหมายหรือบางรายขาดทุนก็มี”

“Private Banking”… การลงทุนที่แตกต่างจาก ‘Private Fund’

Private Banking” กับ Private Fund” มีความแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง โดย Private Fund จะถือเป็นผลิตภัณฑ์การลงทุนประเภทหนึ่ง แต่ Private Banking จะเป็นการบริการและดูแลลูกค้าที่มีครอบคลุมทุกอย่าง ไปจนถึงให้คำปรึกษาการลงทุนเพื่อให้ความสะดวกสบายแก่ลูกค้า
“ปัจจุบันลูกค้าของเราจะเป็นลูกค้าที่มีสินทรัพย์สูง หรือ เรียกว่า ‘High-Net-Worth Individuals’ หรือมีเงินฝาก เงินลงทุน สูงกว่า 50 ล้านบาทขึ้นไป ซึ่งจำนวนราว 18,000 คน เป็นกลุ่มนักธุรกิจทั้งในตลาดและนอกตลาด เจ้าของมรดกหรือผู้สืบทอดมรดก มีมูลค่าสินทรัพย์รวมราว 800,000 ล้านบาท”
โดยกลุ่มสินทรัพย์การลงทุนของลูกค้าดังกล่าว ค่อนข้างมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา อย่างในอดีตจะมีการลงทุนอยู่ใน ‘เงินฝาก’ เพียงอย่างเดียวหรือ 70-80% ซึ่งหลายปีที่ผ่านมาได้มีการปรับมาลงทุนใน ‘หุ้นไทย’, ‘กองทุนรวม’ ในโปรดักต์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น กองทุนรวมที่ลงทุนต่างประเทศ (FIF) กองทุนผสมหุ้นและตราสารหนี้ เป็นต้น

สร้าง “Perfect Wealth” ภายใต้กลยุทธ์ ‘3S’…ให้ลูกค้ามีความสบายใจในการลงทุน

ดร.ตรีพล ยังบอกอีกว่า จุดเด่นของธนาคารกสิกรไทย คือการสร้างPerfect Wealth” ให้ลูกค้ามีความสบายใจในการลงทุน ไม่ต้องกังวลเรื่องการขาดทุน ผ่านมิติของการบริหารความมั่งคั่งที่มีมากกว่าเรื่องของการบริหารพอร์ตการลงทุน อย่างการเน้นไปที่ความยั่งยืนมากขึ้น โดยมีกลยุทธ์สำคัญ ‘3S’ คือ Sustainable, Sharing, และ S-Curve
-Sustainable Investment ลงทุนแบบยั่งยืนในบริษัทที่เน้นความยั่งยืนระยะยาวและผลตอบแทนได้ดี รวมถึงได้ให้ความสำคัญแก่สังคมและสิ่งแวดล้อม ซึ่งเทรนด์การลงทุนก็เริ่มมาสนใจมากขึ้น โดยเฉพาะปัจจุบันนี้มีดัชนีเกี่ยวกับความยั่งยืน เช่น MSCI หรือ FTSE รวมไปถึง DJSI
-Wealth sharing แบ่งปันให้สังคมปัจจุบันลูกค้าหลายๆ คนต้องการแบ่งปันมากขึ้น เช่น บริจาคให้องค์กรการกุศล รวมไปถึงจัดตั้งมูลนิธิขึ้นมาใหม่ ทางธนาคารจะบริหารจัดการสินทรัพย์เพื่อสาธารณกุศล เพื่อที่จะสร้างผลกระทบเชิงบวกโดยตรงต่อสังคม ผ่านการเพิ่มศักยภาพให้กับมูลนิธิในการบริหารจัดการความเสี่ยงและการเงินอย่างเหมาะสม
“และเพิ่ม ‘S-Curve’ ให้ลูกค้า ผ่านมุมมองเศรษฐกิจสมัยใหม่โดยจะนำความรู้ของธนาคารกสิกรไทยที่มี รวมไปถึงคอนเน็คชั่นของธนาคารสามารถแบ่งปันให้ลูกค้ามี S-Curve ใหม่หรือต่อยอดธุรกิจได้นั่นเอง”

มองแนวโน้มการเติบโตไม่สูงนัก…ชี้นักลงทุนส่วนใหญ่เน้น ‘กระจายลงทุน’

ด้าน “พิชา รัตนธรรม” ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายธุรกิจธนบดี ธนาคารทิสโก้ จํากัด (มหาชน) หรือ “TISCO” ได้ให้มุมมองว่า กลุ่มลูกค้าของทิสโก้จะเป็นกลุ่มที่เปิดพอร์ตขั้นต่ำที่ 20 ล้านบาท ซึ่งขนาดพอร์ตเฉลี่ยอยู่ที่ 100 ล้านบาทต่อคน มูลค่ารวมราว 130,000 – 150,000 ล้านบาท ซึ่งการเติบโตมองว่าจะไม่สูงมากนัก เนื่องจากลูกค้าใหญ่จะมีการกระจายลงทุนด้วยเม็ดเงินที่ค่อนข้างสูงของกลุ่มนักลงทุนดังกล่าวจึงมีการกระจายเงินลงทุนเพื่อลดความเสี่ยง

(พิชา รัตนธรรม)

“รวมถึงการเข้ามาของผู้เล่นใหม่ๆ ทำให้ลูกค้ามีทางเลือกมากขึ้น มีการลงทุนทางเลือกที่เพิ่ม จึงมีโอกาสที่ลูกค้ากลุ่มนี้จะกระจายการลงทุนที่หลากหลาย รวมถึงการย้ายเม็ดเงินไปแหล่งอื่นหรือบริษัทอื่นได้ ซึ่งทางเรามองว่าไม่ใช่ปัจจัยที่น่าตื่นเต้นมากนัก”

คาด “การเปลี่ยนผ่านรุ่น”…จะหนุนการย้ายพอร์ตสู่ ‘ธนาคารเล็ก

ซึ่งทางเราคาดหวังว่าช่วงเปลี่ยนผ่านรุ่นต่อไป ของกลุ่มลูกค้ารายใหญ่ ที่มีมมุมองการลงทุนแบบกระจายตัวจะย้ายเข้ามาเป็นลูกค้าของทิสโก้ได้ จึงมองว่าจากปัจจัยดังกล่าวจะทำให้ ‘ธนาคารรายใหญ่’ มีความกังวลมากกว่า ด้วยมุมมองการลงทุนดังกล่าว ซึ่งกลยุทธ์ของทิสโก้ ก็จะสร้างความมั่นใจและความเชื่อใจให้แก่นักลงทุน รวมถึงการดูแลบริการ โดยทางเราก็มีการคัดสรรโปรดักต์ที่มีประสิทธิภาพ มาเสริมการบริการจึงถือเป็นอีกหนึ่งจุดขายให้แก่ทาง Private Banking ให้ครอบคลุมทุกด้านไม่ว่าจะเป็น ‘ความเชื่อใจ ความมั่นใจ ความมั่นคงในทุนทรัพย์’
“โดยทางเราไม่ได้กังวลการเติบโตของกลุ่มดังกล่าวมากนัก ด้วยแนวโน้มการเติบโตที่ค่อยเป็นค่อยไป โดยกลุ่มที่คาดหวังการเติบโตจะเป็นซึ่งกลุ่มขนาดกลางส่วนใหญ่ ด้วยคาแรคเตอร์ที่มีแนวโน้มจะเติบโตได้มาก จากปัจจัยการเปลี่ยนแปลงผู้ดูแลหากเจอคนที่มีประสิทธิภาพที่ดีกว่า”
“การลงทุนผ่าน Private Banking เป็นเครื่องมือการลงทุนสำหรับรายใหญ่ที่มีเงินหนา ที่มีความต้องการแตกต่างจากนักลงทุนประเภทอื่นไม่ว่าจะเป็นการบริการ การให้คำปรึกษา แต่แนวโน้มการเติบโตเองก็ถือว่าไม่สูงมากนัก ด้วยขีดจำกัดการลงทุนเฉพาะกลุ่ม จึงมีเพียงคนกลุ่มน้อยในยอดปิรามิดของความมั่งคั่งในไทยที่จะเข้าถึงได้ แต่ก็เป็นกลุ่มลูกค้าที่มีศักยภาพที่แต่ละแบงก์ต้องรักษาฐานลูกค้าเก่าและพยายามแสวงหาฐานลูกค้าใหม่เข้ามาอยู่เสมอเช่นเดียวกัน”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...