โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

7 เรื่องต้องรู้ก่อน "รีไฟแนนซ์รถยนต์"

Lumpsum

เผยแพร่ 09 เม.ย. 2564 เวลา 18.15 น.

ผมเคยเล่าไปแล้วว่าการ "รีไฟแนนซ์รถยนต์" คล้ายกับ "รีไฟแนนซ์บ้าน"

นั่นคือการย้ายจากผู้ให้บริการสินเชื่อเดิมไปหาผู้ให้บริการสินเชื่อใหม่
แต่จะต่างกันที่วัตถุประสงค์ คือ…
"รีไฟแนนซ์บ้าน" เพื่อลดดอกเบี้ย-ค่างวด
"รีไฟแนนซ์รถยนต์" เพื่อเพิ่มสภาพคล่อง
.
.
.
"รีไฟแนนซ์รถยนต์" โดยทั่วไปแล้วดอกเบี้ยจะไม่ลดลง
เพราะใช้รูปแบบการคิดดอกเบี้ยแบบคงที่ (Fix Rate) ตั้งแต่ตอนซื้อครั้งแรก
ดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายทั้งหมดมันรวมอยู่ในค่างวดแล้ว

เช่น ซื้อรถ 1,000,000 บาท ดาวน์ 250,000 บาท ดอกเบี้ย 4%
เท่ากับว่า ขอสินเชื่อ 750,000 บาท + ดอกเบี้ย 4% ต่อปี
ดอกเบี้ยมากน้อยขึ้นอยู่กับจำนวนงวดที่ผ่อน
เช่น ผ่อน 5 ปี หรือ 60 เดือน จะคำนวณแบบนี้…
ยอดขอสินเชื่อ 750,000 x 4% = 30,000 บาท ต่อปี
ผ่อน 5 ปี ดอกเบี้ยก็เท่ากับ 30,000 x 5 = 150,000 บาท
นำดอกเบี้ย 150,000 รวมกับยอดขอสินเชื่อ 750,000 บาท เท่ากับ 900,000 บาท
ผ่อน 5 ปี หรือ 60 เดือน จะได้ค่างวด 900,000 / 60 = 15,000 บาทต่อเดือน
ดอกเบี้ยจ่ายจริงคือ 150,000 / 60 = 2,500 บาทต่อเดือน
ซึ่งการผ่อนแบบ Fix Rate ดอกเบี้ยกระจายอยู่ในค่างวดแล้ว
ต่อให้คุณโปะ หรือ จ่ายล่วงหน้า ดอกเบี้ยก็จะไม่หายไป
.
.
.
เป้าหมายการ "รีไฟแนนซ์รถยนต์" จึงไม่ใช่การลดดอกเบี้ย
แม้ไปขอสินเชื่อจากลิสซิ่งรายใหม่ เพื่อมาปิดลิสซิ่งเดิม
ก็ยังต้องจ่ายดอกเบี้ยเก่าทั้งหมดอยู่ดี
แม้ลิสซิ่งที่ใหม่จะให้อัตราดอกเบี้ยที่ต่ำกว่า
แต่ก็ยังต้องจ่ายดอกเบี้ยทั้งหมดของลิสซิ่งเดิม
ถ้าจะคิดว่า "รีไฟแนนซ์" เพื่อลดดอกเบี้ย อันนี้ไม่ใช่ !
.
.
.
การ "รีไฟแนนซ์รถยนต์" เป้าหมายหลักคือการเพิ่มสภาพคล่องมากกว่า
เพราะเรามีเงินดาวน์กับค่างวดที่จ่ายไปบ้างแล้วกับลิสซิ่งที่เดิม

เช่น ซื้อรถ 1,000,000 บาท ดาวน์ 250,000 บาท ดอกเบี้ย 4% ต่อปี
ผ่อนไปแล้ว 1 ปี หรือ 12 งวด เท่ากับจ่ายไปแล้ว 250,000 + (15,000 x12) = 430,000 บาท

ซึ่งเดิมเราขอสินเชื่อ 750,000 + ดอกเบี้ย 4% + 5 ปี = 900,000 บาท
ดังนั้นเงินต้นรวมดอกเบี้ยกับสินเชื่อเดิมจะเหลือ 900,000 - 430,000 = 470,000 บาท
.
.
.
พอเราไปขอ "รีไฟแนนซ์" กับลิสซิ่งแห่งใหม่
รถอายุ 1 ปี ราคาประเมินรถจะอยู่ที่เฉลี่ย 70-80% ขึ้นอยู่กับสภาพ
สมมติว่ารถประเมินได้สูงสุด 80% รถราคา 1,000,000 บาท จะได้วงเงิน 800,000 บาท
ซึ่งเมื่อเรา "รีไฟแนนซ์" ผ่าน ก็นำเงิน 800,000 บาทไปปิดยอดค้าง 470,000 บาท
เหลือเงินส่วนต่างถึง 330,000 บาท !!! เพื่อนำมาใช้เพิ่มสภาพคล่องฉุกเฉิน
แต่เท่ากับยอดหนี้คงค้างคุณจะเพิ่มขึ้นนะ…

800,000 บาท ข้างต้นยังไม่รวมดอกเบี้ยตามจำนวนงวดที่ผ่อนด้วย
ดังนั้นต้องคิดให้ดีว่าจำเป็นไหมจะนำเงินส่วนต่างนี้มาใช้
.
แต่ที่เกริ่นมายาวก็เพื่อให้เห็นภาพว่า…
นี่แหล่ะคือเป้าหมายของการ "รีไฟแนนซ์รถยนต์"
จะได้เข้าเรื่องสักทีว่า 7 สิ่งที่ควรรู้เกี่ยวกับ "รีไฟแนนซ์รถยนต์" มีอะไรบ้าง
.
.
.
1.วงเงินรีไฟแนนซ์ต้องปิดสินเชื่อที่เดิมได้ทั้งหมด

การรีไฟแนนซ์รถยนต์ ไม่ได้มีเกณฑ์ตายตัวว่า…
"ต้องซื้อรถมาแล้วกี่ปี" หรือ "ผ่อนไปแล้วกี่งวด" ถึงจะทำได้
แต่สิ่งที่ลิสซิ่งแห่งใหม่จะพิจารณาเป็นพิเศษคือ …
การรีไฟแนนซ์ครั้งนี้ "ต้องปิดยอดกับลิสซิ่งเดิมได้ทั้งหมด"
.
อันนี้ต้องย้อนกลับไปตั้งแต่ตอนแรกที่ได้รถคันนี้มา
เพราะถ้าหากวางเงินดาวน์ตามเกณฑ์มาตรฐาน 25%
ยังไงก็ปิดได้แน่ เพราะเท่ากับคุณจ่ายค่าซื้อรถไปแล้วถึง 25%
แต่…หากคุณซื้อมาโดยใช้โปรโมชั่นการตลาดเช่น …
"ออกรถ 0 บาท" หรือ "ดาวน์น้อยผ่อนนาน" อันนี้อาจจะลำบาก
ยิ่งผ่อนไปเพียง 1-2 ปี ยอดค้างจะยังสูงอยู่ ซึ่งอาจะ "รีไฟแนนซ์" ไม่ผ่าน
.
เช่น รถ 1,000,000 ดาวน์แค่ 10% หรือ 100,000 บาท
ดอกเบี้ย 4% ต่อปี ผ่อน 5 ปี หรือ 60 งวด
คุณจะต้องกู้ 900,000 บาท
บวกดอกเบี้ย 4% เป็นเวลา 5 ปี = 180,000 บาท
เท่ากับเงินกู้รวมดอกเบี้ย 1,080,000 บาท
ผ่อน 60 งวด ตกงวดละ 18,000 บาท
ผ่อนไปแล้ว 1 ปี = 216,000 บาท รวมเงินดาวน์ 100,000 บาท
เท่ากับจ่ายไปเพียง 316,000 บาท เหลือคงค้าง 764,000 บาท
ต่อให้กู้ได้ 80% หรือ 800,000 บาท แม้จะปิดยอดจากที่เก่าได้ก็จริง
แต่ก็จะเหลือเงินหลังปิดยอดแค่ 36,000 บาท
กับหนี้สินที่เพิ่มขึ้นมาอีก 800,000 บาท ไม่รวมดอกเบี้ยและค่างวด
.
นี่ไม่ต้องพูดถึงกลุ่มที่ออกรถ 0 บาท เลยนะ
.
แต่…วิธีนี้อาจจะดีขึ้นมาบ้าง ถ้าหากรีไฟแนนซ์ผ่านนะ
เพราะการขอสินเชื่อใหม่ เท่ากับมีโอกาสได้เพิ่มระยะการผ่อน
ลดค่างวดต่อเดือนลง เพื่อเพิ่มสภาพคล่องรายเดือนได้บ้าง

2.รถหรู-จดประกอบทำไม่ได้นะจ๊ะ

รถที่สามารถ "รีไฟแนนซ์ได้" คือรถยนต์ที่ใช้กันอยู่ตามท้องตลาดทั่วไป
เช่น รถยนต์นั่งส่วนบุคคล, รถกระบะ, รถตู้ และรถบรรทุกบางรายการ
แต่พวกรถหรู, รถประกอบ หรือรถนำเข้า ลิสซิ่งมักไม่รับนะครับ
เพราะประเมินราคากลางได้ยาก และป้องกันการย้อมแมวสวมทะเบียนด้วย

3.แหล่งเช็คราคากลาง

ส่วนใหญ่จะอยู่ตามเว็บไซต์รถมือสอง
ลอง Google ดูได้เลย เซิร์ทคำว่า "เช็คราคารถมือสอง" เพียบ !!!
ผมลองหามาให้คร่าว ๆ จากเว็บชั้นนำ เช่น …
www.taladrod.com
www.one2car.com
www.carmana.com
www.kaidee.com

4.สามารถ "รีไฟแนนซ์" กับลิสซิ่งเดิมได้

คล้ายกับขอลดดอกเบี้ยบ้านนั่นแหล่ะ
ก็ไปแจ้งความประสงค์เลยว่าต้องการ "รีไฟแนนซ์"
มีออปชั่นอะไรนำเสนอบ้าง
ข้อดีคือมีโอกาสผ่านง่ายกว่า (ต้องผ่อนตรงผ่อนดีด้วยนะ)
รวมถึงประหยัดค่าใช้จ่าย ค่าธรรมเนียม และค่าโอนต่าง ๆ
แต่หากเขาไม่มีหรือไม่ให้หรืออิดออด ก็หาที่ใหม่โลด

5.รีไฟแนนซ์ที่ไหนได้บ้าง

หลัก ๆ ก็ธนาคารชั้นนำที่ให้บริการสินเชื่อประเภทนี้ เช่น…
กสิกรไทย
กรุงศรี
เงินติดล้อ
ธนชาต
เกียรตินาคิน
ทิสโก้
หรือลองเซิร์ทคำว่า "รีไฟแนนซ์รถยนต์" ใน Google ดู
จะมีเว็บไซต์สำหรับเปรียบเทียบข้อเสนอหลายแห่ง
หรือลองแอพลิเคชั้น "Lumpsum" ของเราก็ได้
ซึ่งมีบริการเปรียบเทียบข้อเสนอจากผู้ให้บริการหลายราย

6.เอกสารที่ต้องเตรียม

- บัตรประชาชนเจ้าของรถ
- ทะเบียนบ้านเจ้าของรถ
- ทะเบียนเล่มรถยนต์
- หลักฐานแสดงรายได้

7.ข้อควรรู้

- เจ้าของรถกับผู้รีไฟแนนซ์ต้องเป็นคนเดียวกัน
-สามารถขอรีไฟแนนซ์ได้พร้อมกันหลายที่ เพื่อเลือกข้อเสนอที่ดีที่สุด
-อายุผู้กู้บวกอายุสัญญาสินเชื่อ ต้องไม่เกินที่ลิสซิ่งระบุ
-ลิสซิ่งบางแห่งมักมีเงื่อนไขว่าเล่มทะเบียนต้องอยู่ในพื้นที่ให้บริการเท่านั้น

 

จบ……………………

หนึ่งเอง หนึ่งไง จะใครล่ะ ^^

ดูบทความต้นฉบับ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...