7 เรื่องต้องรู้ก่อน "รีไฟแนนซ์รถยนต์"
ผมเคยเล่าไปแล้วว่าการ "รีไฟแนนซ์รถยนต์" คล้ายกับ "รีไฟแนนซ์บ้าน"
นั่นคือการย้ายจากผู้ให้บริการสินเชื่อเดิมไปหาผู้ให้บริการสินเชื่อใหม่
แต่จะต่างกันที่วัตถุประสงค์ คือ…
"รีไฟแนนซ์บ้าน" เพื่อลดดอกเบี้ย-ค่างวด
"รีไฟแนนซ์รถยนต์" เพื่อเพิ่มสภาพคล่อง
.
.
.
"รีไฟแนนซ์รถยนต์" โดยทั่วไปแล้วดอกเบี้ยจะไม่ลดลง
เพราะใช้รูปแบบการคิดดอกเบี้ยแบบคงที่ (Fix Rate) ตั้งแต่ตอนซื้อครั้งแรก
ดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายทั้งหมดมันรวมอยู่ในค่างวดแล้ว
เช่น ซื้อรถ 1,000,000 บาท ดาวน์ 250,000 บาท ดอกเบี้ย 4%
เท่ากับว่า ขอสินเชื่อ 750,000 บาท + ดอกเบี้ย 4% ต่อปี
ดอกเบี้ยมากน้อยขึ้นอยู่กับจำนวนงวดที่ผ่อน
เช่น ผ่อน 5 ปี หรือ 60 เดือน จะคำนวณแบบนี้…
ยอดขอสินเชื่อ 750,000 x 4% = 30,000 บาท ต่อปี
ผ่อน 5 ปี ดอกเบี้ยก็เท่ากับ 30,000 x 5 = 150,000 บาท
นำดอกเบี้ย 150,000 รวมกับยอดขอสินเชื่อ 750,000 บาท เท่ากับ 900,000 บาท
ผ่อน 5 ปี หรือ 60 เดือน จะได้ค่างวด 900,000 / 60 = 15,000 บาทต่อเดือน
ดอกเบี้ยจ่ายจริงคือ 150,000 / 60 = 2,500 บาทต่อเดือน
ซึ่งการผ่อนแบบ Fix Rate ดอกเบี้ยกระจายอยู่ในค่างวดแล้ว
ต่อให้คุณโปะ หรือ จ่ายล่วงหน้า ดอกเบี้ยก็จะไม่หายไป
.
.
.
เป้าหมายการ "รีไฟแนนซ์รถยนต์" จึงไม่ใช่การลดดอกเบี้ย
แม้ไปขอสินเชื่อจากลิสซิ่งรายใหม่ เพื่อมาปิดลิสซิ่งเดิม
ก็ยังต้องจ่ายดอกเบี้ยเก่าทั้งหมดอยู่ดี
แม้ลิสซิ่งที่ใหม่จะให้อัตราดอกเบี้ยที่ต่ำกว่า
แต่ก็ยังต้องจ่ายดอกเบี้ยทั้งหมดของลิสซิ่งเดิม
ถ้าจะคิดว่า "รีไฟแนนซ์" เพื่อลดดอกเบี้ย อันนี้ไม่ใช่ !
.
.
.
การ "รีไฟแนนซ์รถยนต์" เป้าหมายหลักคือการเพิ่มสภาพคล่องมากกว่า
เพราะเรามีเงินดาวน์กับค่างวดที่จ่ายไปบ้างแล้วกับลิสซิ่งที่เดิม
เช่น ซื้อรถ 1,000,000 บาท ดาวน์ 250,000 บาท ดอกเบี้ย 4% ต่อปี
ผ่อนไปแล้ว 1 ปี หรือ 12 งวด เท่ากับจ่ายไปแล้ว 250,000 + (15,000 x12) = 430,000 บาท
ซึ่งเดิมเราขอสินเชื่อ 750,000 + ดอกเบี้ย 4% + 5 ปี = 900,000 บาท
ดังนั้นเงินต้นรวมดอกเบี้ยกับสินเชื่อเดิมจะเหลือ 900,000 - 430,000 = 470,000 บาท
.
.
.
พอเราไปขอ "รีไฟแนนซ์" กับลิสซิ่งแห่งใหม่
รถอายุ 1 ปี ราคาประเมินรถจะอยู่ที่เฉลี่ย 70-80% ขึ้นอยู่กับสภาพ
สมมติว่ารถประเมินได้สูงสุด 80% รถราคา 1,000,000 บาท จะได้วงเงิน 800,000 บาท
ซึ่งเมื่อเรา "รีไฟแนนซ์" ผ่าน ก็นำเงิน 800,000 บาทไปปิดยอดค้าง 470,000 บาท
เหลือเงินส่วนต่างถึง 330,000 บาท !!! เพื่อนำมาใช้เพิ่มสภาพคล่องฉุกเฉิน
แต่เท่ากับยอดหนี้คงค้างคุณจะเพิ่มขึ้นนะ…
800,000 บาท ข้างต้นยังไม่รวมดอกเบี้ยตามจำนวนงวดที่ผ่อนด้วย
ดังนั้นต้องคิดให้ดีว่าจำเป็นไหมจะนำเงินส่วนต่างนี้มาใช้
.
แต่ที่เกริ่นมายาวก็เพื่อให้เห็นภาพว่า…
นี่แหล่ะคือเป้าหมายของการ "รีไฟแนนซ์รถยนต์"
จะได้เข้าเรื่องสักทีว่า 7 สิ่งที่ควรรู้เกี่ยวกับ "รีไฟแนนซ์รถยนต์" มีอะไรบ้าง
.
.
.
1.วงเงินรีไฟแนนซ์ต้องปิดสินเชื่อที่เดิมได้ทั้งหมด
การรีไฟแนนซ์รถยนต์ ไม่ได้มีเกณฑ์ตายตัวว่า…
"ต้องซื้อรถมาแล้วกี่ปี" หรือ "ผ่อนไปแล้วกี่งวด" ถึงจะทำได้
แต่สิ่งที่ลิสซิ่งแห่งใหม่จะพิจารณาเป็นพิเศษคือ …
การรีไฟแนนซ์ครั้งนี้ "ต้องปิดยอดกับลิสซิ่งเดิมได้ทั้งหมด"
.
อันนี้ต้องย้อนกลับไปตั้งแต่ตอนแรกที่ได้รถคันนี้มา
เพราะถ้าหากวางเงินดาวน์ตามเกณฑ์มาตรฐาน 25%
ยังไงก็ปิดได้แน่ เพราะเท่ากับคุณจ่ายค่าซื้อรถไปแล้วถึง 25%
แต่…หากคุณซื้อมาโดยใช้โปรโมชั่นการตลาดเช่น …
"ออกรถ 0 บาท" หรือ "ดาวน์น้อยผ่อนนาน" อันนี้อาจจะลำบาก
ยิ่งผ่อนไปเพียง 1-2 ปี ยอดค้างจะยังสูงอยู่ ซึ่งอาจะ "รีไฟแนนซ์" ไม่ผ่าน
.
เช่น รถ 1,000,000 ดาวน์แค่ 10% หรือ 100,000 บาท
ดอกเบี้ย 4% ต่อปี ผ่อน 5 ปี หรือ 60 งวด
คุณจะต้องกู้ 900,000 บาท
บวกดอกเบี้ย 4% เป็นเวลา 5 ปี = 180,000 บาท
เท่ากับเงินกู้รวมดอกเบี้ย 1,080,000 บาท
ผ่อน 60 งวด ตกงวดละ 18,000 บาท
ผ่อนไปแล้ว 1 ปี = 216,000 บาท รวมเงินดาวน์ 100,000 บาท
เท่ากับจ่ายไปเพียง 316,000 บาท เหลือคงค้าง 764,000 บาท
ต่อให้กู้ได้ 80% หรือ 800,000 บาท แม้จะปิดยอดจากที่เก่าได้ก็จริง
แต่ก็จะเหลือเงินหลังปิดยอดแค่ 36,000 บาท
กับหนี้สินที่เพิ่มขึ้นมาอีก 800,000 บาท ไม่รวมดอกเบี้ยและค่างวด
.
นี่ไม่ต้องพูดถึงกลุ่มที่ออกรถ 0 บาท เลยนะ
.
แต่…วิธีนี้อาจจะดีขึ้นมาบ้าง ถ้าหากรีไฟแนนซ์ผ่านนะ
เพราะการขอสินเชื่อใหม่ เท่ากับมีโอกาสได้เพิ่มระยะการผ่อน
ลดค่างวดต่อเดือนลง เพื่อเพิ่มสภาพคล่องรายเดือนได้บ้าง
2.รถหรู-จดประกอบทำไม่ได้นะจ๊ะ
รถที่สามารถ "รีไฟแนนซ์ได้" คือรถยนต์ที่ใช้กันอยู่ตามท้องตลาดทั่วไป
เช่น รถยนต์นั่งส่วนบุคคล, รถกระบะ, รถตู้ และรถบรรทุกบางรายการ
แต่พวกรถหรู, รถประกอบ หรือรถนำเข้า ลิสซิ่งมักไม่รับนะครับ
เพราะประเมินราคากลางได้ยาก และป้องกันการย้อมแมวสวมทะเบียนด้วย
3.แหล่งเช็คราคากลาง
ส่วนใหญ่จะอยู่ตามเว็บไซต์รถมือสอง
ลอง Google ดูได้เลย เซิร์ทคำว่า "เช็คราคารถมือสอง" เพียบ !!!
ผมลองหามาให้คร่าว ๆ จากเว็บชั้นนำ เช่น …
www.taladrod.com
www.one2car.com
www.carmana.com
www.kaidee.com
4.สามารถ "รีไฟแนนซ์" กับลิสซิ่งเดิมได้
คล้ายกับขอลดดอกเบี้ยบ้านนั่นแหล่ะ
ก็ไปแจ้งความประสงค์เลยว่าต้องการ "รีไฟแนนซ์"
มีออปชั่นอะไรนำเสนอบ้าง
ข้อดีคือมีโอกาสผ่านง่ายกว่า (ต้องผ่อนตรงผ่อนดีด้วยนะ)
รวมถึงประหยัดค่าใช้จ่าย ค่าธรรมเนียม และค่าโอนต่าง ๆ
แต่หากเขาไม่มีหรือไม่ให้หรืออิดออด ก็หาที่ใหม่โลด
5.รีไฟแนนซ์ที่ไหนได้บ้าง
หลัก ๆ ก็ธนาคารชั้นนำที่ให้บริการสินเชื่อประเภทนี้ เช่น…
กสิกรไทย
กรุงศรี
เงินติดล้อ
ธนชาต
เกียรตินาคิน
ทิสโก้
หรือลองเซิร์ทคำว่า "รีไฟแนนซ์รถยนต์" ใน Google ดู
จะมีเว็บไซต์สำหรับเปรียบเทียบข้อเสนอหลายแห่ง
หรือลองแอพลิเคชั้น "Lumpsum" ของเราก็ได้
ซึ่งมีบริการเปรียบเทียบข้อเสนอจากผู้ให้บริการหลายราย
6.เอกสารที่ต้องเตรียม
- บัตรประชาชนเจ้าของรถ
- ทะเบียนบ้านเจ้าของรถ
- ทะเบียนเล่มรถยนต์
- หลักฐานแสดงรายได้
7.ข้อควรรู้
- เจ้าของรถกับผู้รีไฟแนนซ์ต้องเป็นคนเดียวกัน
-สามารถขอรีไฟแนนซ์ได้พร้อมกันหลายที่ เพื่อเลือกข้อเสนอที่ดีที่สุด
-อายุผู้กู้บวกอายุสัญญาสินเชื่อ ต้องไม่เกินที่ลิสซิ่งระบุ
-ลิสซิ่งบางแห่งมักมีเงื่อนไขว่าเล่มทะเบียนต้องอยู่ในพื้นที่ให้บริการเท่านั้น
จบ……………………
หนึ่งเอง หนึ่งไง จะใครล่ะ ^^