‘ลุงพล’ลั่นอยากเห็นหน้าคนร้ายตัวจริงคดีน้องชมพู่ ดีใจเรื่องใกล้จบ ยันล้าน%ไม่ใช่ลุงป้า
‘ลุงพล’ลั่นอยากเห็นหน้าคนร้ายตัวจริงคดีน้องชมพู่ ดีใจเรื่องใกล้จบ ยันล้านเปอร์เซ็นต์ไม่ใช่ฝีมือลุงป้า ยืนยันไทม์ไลน์ลุงพลยังเหมือนเดิม
เมื่อวันที่ 20 ม.ค. ที่บ้านกกกอก จ.มุกดาหาร นายไชย์พล วิภา หรือลุงพล และนางสมพร หลาบโพธิ์ หรือ ป้าแต๋น พร้อมทนายความ ตั้งโต๊ะแถลงเคลียร์ทุกปมร้อนและดราม่า เริ่มจากลุงพลชี้แจงถึงปมเปิดบัญชีรับบริจาคว่า สำหรับยอดเงินในบัญชีรับบริจาคมียอดรวมทั้งหมด 8.8 แสนบาท ก่อนเบิกทั้งหมด 3 ครั้ง ครั้งแรก 1.5 แสนบาท ครั้งที่สองประมาณ 1 แสนบาท และครั้งที่สามเบิก 3 แสนบาท เพื่อนำไปเทปูนสำนักสงฆ์ ทำให้ตอนนี้ยอดเงินเหลืออยู่ 3.2 แสนบาท ซึ่งเงินที่เหลือจะนำไปสร้างห้องน้ำและซ่อมหลังคาสำนักสงฆ์
- พระบอกผีตะเคียนสิงลุงพล ของขึ้นทำร้ายสื่อ ย้อนคำสาบานลุงทำขนลุก
- กรรชัย งงถามลุงพล บอกความจริงไม่ต้องพูดเหมือนกันทุกวัน รู้เกรี้ยวกราด
- เดือดจัด! หมอปลา นำอดีตแก๊งเพื่อนลุงพล แจ้งความ ลั่น! ไม่ใช่เพื่อนเล่น
เมื่อถามถึงการเปิดรับบริจาค แต่ไม่มีคณะกรรมการทั้งคนของสำนักสงฆ์และชาวบ้าน ลุงพลชี้แจงว่า ก่อนหน้านี้ได้เจ้าอาวาสไปธนาคารแล้ว แต่เนื่องจากเป็นสำนักสงฆ์ จึงไม่มีเอกสารที่จะเปิดได้ ธนาคารจึงแนะนำให้เปิดอีกวิธี โดยใช้ 3 ชื่อคือตนเอง ผู้ช่วยหมู่บ้านกกกอก และยูทูบเบอร์ ส่วนที่ดึงยูทูบเบอร์มา เพราะจะได้รู้เห็นและตรวจสอบได้ อีกทั้งหากล่าช้ากลัวแฟนคลับโทร.มาถามจำนวนมากและโอนเงินบริจาคผิดช่องทาง จึงตัดสินใจเปิดไป ซึ่งการเบิกจ่ายต้องใช้ทั้ง 3 คนไปพร้อมกัน แต่หลังเปิดบัญชรรับบริจาคมีภาพไม่เหมาะสม โดยมีผู้นำภาพบุคคลมาแอบอ้างด้วย ซึ่งยืนยันไม่ได้ทำ และมีนักข่าวขอให้ปิดบัญชี พอถึงวันจันทร์จึงได้ไปปิดบัญชี โดยได้ตัวเลข 8.8 แสนบาท
เมื่อถามถึงเหตุการณ์กับสื่อ ทนายความกล่าวว่า ลุงพลเครียดและอารมณ์แปรปรวน โดยมีหลายคดี ทั้งเรื่องภาพจากการรับบริจาค ต้นตะเคียน ทำให้มีอาการเครียด ที่สำคัญลุงพลไม่ใช่ดารา การแสดงออกจึงไม่เหมือนคนในกทม. การควบคุมอารมณ์จึงไม่เท่าคนมีวุฒิภาวะ ตอนนี้ลุงพลรู้สึกผิดและพร้อมรับโทษ ขอโทษสื่อทุกช่องและสำนึกผิด
เมื่อถามถึงภาพที่นำคนอื่นมาขอร่วมรับบริจาคด้วย อาจเป็นภาพที่ไม่เหมาะสม ลุงพล กล่าวว่า ตนไม่อยากให้เหตุการณ์นี้เกิดขึ้น เป็นภาพดูไม่ดี ซึ่งไปไวมาก แต่ยืนยันไม่ได้ทำ ทั้งนี้ถ้าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นผิด ก็ยอมรับผิดทุกกรณี สำหรับนักข่าว 2 ช่องตนพยายามไปคุยด้วย ยืนยันตนเป็นคนตรงไปตรงมา ไม่ได้เรียบร้อย ใครถามมาก็ตอบไป สัญญาว่าจะไม่เกิดเหตุแบบนี้อีก ยืนยันไม่ได้ปิดกั้นสื่อ
ส่วนประเด็นงดให้สัมภาษณ์สื่อ 2 เดือนนั้น ลุงพลกล่าวว่า ได้คุยกับนักข่าวคนหนึ่ง แต่ยังไม่ได้คุยกับสื่ออื่น ก่อนยูทูบเบอร์ได้ยิน จึงพยายามมาช่วยปิดกั้น ตอนนี้ตนต้องอาศัยสื่อจนกว่าคดีนี้จะจบ
เมื่อถามว่าอัมรินทร์ทีวียืนยันจะดำเนินคดีถึงที่สุด ลุงพลกล่าวว่า ไม่กังวล ผิดก็ยอมรับผิด ยืนยันสื่อไม่ได้ทำให้อึดอัด แต่ความอัดอั้นที่เข้ามาเริ่มไม่ไหวแล้ว แม้กระทั่งเรื่องบัญชีเงินบริจาค
เมื่อถามถึงกรณีไปดึงตัวนักข่าวช่องอมรินทร์ทีวี ตั้งใจหรือไม่ ลุงพลกล่าวว่า ต้องถามฟ้าว่าตนทำจริงหรือไม่
เมื่อถามถึงกรณีไม้ที่ป่าไม้มาตรวจสอบพบเป็นไม้มะค่าไม่ใช่ไม้ตะเคียน รวมถึงกรณีสิ่งลี้ลับ ลุงพลกล่าวว่า ไม่มีเจตนาให้ใครมากราบไหว้ โดยนำไม้ขึ้นมาเป็นความเชื่อส่วนบุคคล ตอนนำขึ้นมาเหมือนไม้ตะเคียนและตั้งใจทำเสาบ้าน แต่ถ้าเป็นไม้ตะเคียนจะไม่กล้า ก่อนมีแฟนคลับโทร.มาถามว่ามีไม้ตะเคียนหรือไม่ จึงนำขึ้นมาและไม่มีเจตนาให้ใครมากราบไหว้ ตอนนี้เจ้าหน้าที่ป่าไม้ให้นำไม้ไว้ที่บ้านก่อน ต้องรอให้ทุกอย่างถึงที่สุดก่อน
เมื่อถามถึงกรณีลุงพลให้ยูทูบเบอร์ลบคลิปด้านลบ ลุงพลกล่าวว่า กิจกรรมบางอย่างอาจไม่เหมาะสม หรือคำพูดไม่สุภาพ จึงไม่ควรนำไปลง เพราะกลัวทัวร์ลง ทุกคนเข้าใจกันหมด
เมื่อถามถึงชาวบ้านไม่พอใจยูทูบเบอร์ ลุงพลกล่าวว่า ส่วนตัวไม่ชอบการเอาเปรียบ ถ้ามีใครเอาเปรียบหรือคุกคาม ก็จะพิจารณาว่าจะให้อยู่บ้านกกกอกต่อไปหรือไม่
เมื่อถามถึงคดีน้องชมพู่ หลังผบ.ตร.บอกคนร้ายรู้อยู่แก่ใจจนอาจทำให้นอนไม่หลับ และคดีใกล้เข้ามา ลุงพลกล่าวว่า เชื่อว่าถ้าตำรวจรู้ตัว น่าจะทำให้เขานอนไม่หลับ รู้สึกดีใจที่คดีใกล้เข้ามา เพราะก็อยากเห็นคนร้ายตัวจริง ถ้าจับคนร้ายก็ดีใจ ยืนยันล้านเปอร์เซ็นต์ไม่ใช่ลุงกับป้า เพราะวันนั้นยังไม่เห็นน้องชมพู่เลย พร้อมยืนยันไทม์ไลน์ลุงพลยังเหมือนเดิม พยานที่ไปเข้าเครื่องจับเท็จกลับมาก็ไม่มีปัญหากัน
เมื่อถามถึงกรณีนายอัจฉริยะไลฟ์สดเป็นขบวนการทางไสยศาสตร์หลัก 10 ล้าน ลุงพลกล่าวว่า สิ่งที่ทุกคนสงสัย ตำรวจทำหน้าที่อยู่ ส่วนตัวเชื่อว่าไม่น่าจะเกี่ยวกับเรื่องไสยศาสตร์
เมื่อถามถึงกรณีพบเครื่องดักฟังในรถ ลุงพลกล่าวว่า ตอนแรกที่เจอไม่รู้เป็นเครื่องอะไร ตนไม่เคยให้กุญแจรถใคร ต่อมาแปลกใจว่าทำไมเราอยู่บ้านแล้วทำไมเรื่องราวในบ้านถึงออกไปหมด จากนั้นวันที่ 5 พ.ย.ไปเจอเครื่องบางอย่างในรถ แต่ยังไม่รู้ว่าคืออะไร จึงให้ยูทูบเบอร์ไปดูในรถและตรวจสอบพบเป็นเครื่องดักฟังติดในรถ
ด้านป้าแต๋น กล่าวว่า ห่วงลุงพลมากกว่า เพราะหลายเรื่องที่ออกมาไม่ตรง เราไม่พยายามโต้ตอบ เราอยากอยู่แบบชาวบ้าน ไม่ต้องการเป็นดารา