โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

ป้องกัน ‘เงินหายจากบัญชีธนาคาร’ แก้กลโกงมิจฉาชีพออนไลน์ ‘สติ’ ต้องมา!

The Bangkok Insight

อัพเดต 06 ม.ค. 2564 เวลา 04.44 น. • เผยแพร่ 06 ม.ค. 2564 เวลา 04.44 น. • The Bangkok Insight

เงินหายจากบัญชีธนาคาร ภัยบนโลกออนไลน์ ที่เกิดขึ้นบ่อยครั้ง จากสารพัดกลโกง แนะวิธีทำธุรกรรมการเงิน อย่างระมัดระวัง มีสติก่อนคลิก ห้ามกรอกข้อมูลก่อนตรวจสอบ

จากกรณีเกิดข่าวบ่อยครั้ง เรื่อง เงินหายจากบัญชีธนาคาร เหยื่อมิจฉาชีพบนโลกออนไลน์ โดยเฉพาะการหลอกลวงปลอมแอปพลิเคชั่นธนาคาร หลอกให้เหยื่อใส่ข้อมูลส่วนตัว หรือแฮกข้อมูลจากคนรู้จัก แล้วส่งข้อความหลอกให้ใส่ข้อมูล หรือกดยอมรับ ที่เราเห็นว่าไม่เกี่ยวกับเรื่องการเงิน แต่แฮกเกอร์สามารถนำไปใช้ทำธุรกรรมทางการเงินของเราได้ จะรู้ก็ต่อเมื่อ สูญเงินในบัญชีธนาคารไปแล้ว

เงินหายจากบัญชีธนาคาร

การหลอกลวงเงินจากบัญชีธนาคาร ที่พบเห็นผู้ตกเป็นเหยื่อ มีสารพัดกลโกง ที่มิจฉาชีพนำมาใช้ โดยเฉพาะจากช่องทางการถอนเงินอย่าง ตู้เอทีเอ็ม, แอปพลิเคชั่นธนาคารบนมือถือ หรือโมบายแบงกิ้ง ไปจนถึงคอลเซ็นเตอร์ของธนาคาร ที่สามารถถอนเงินของเราไปได้ ด้วยการสั่งโอนเงิน หากรู้ข้อมูลส่วนตัว

สิ่งสำคัญที่สุด ในการปกป้องเงินในธนาคารของเราเองคือ ต้องมีสติ อย่าหลงเชื่อ หรือกรอกข้อมูลใดๆ รวมถึงระมัดระวังในการทำธุรกิจการเงิน ทั้งที่ธนาคาร ตู้เอทีเอ็ม และบนมือถือ โดยได้รวบรวมวิธีป้องกันเงินหายจากบัญชีธนาคารมาไว้ดังนี้

กรณีทำธุรกรรมบนมือถือ

มี 7 ข้อแนะนำจาก ธนาคารไทยพาณิชย์ ดังนี้

  • ตั้งสติ ระวัง สังเกต อย่าเชื่อง่าย ไม่ว่าข้อความจะมาจากใคร หรือช่องทางใดก็ตาม

  • ไม่กรอก ข้อมูลส่วนตัว ไม่ว่าจะเป็น หมายเลขบัตรประชาชน บัตรเครดิต บัตรเดบิต บัญชีธนาคาร วันเดือนปีเกิด รหัสผ่าน หรือ OTP ผ่านทุกช่องทางออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็น อีเมล SMS ไลน์ เฟซบุ๊ก ฯลฯ หากไม่แน่ใจ ควรถาม คอลเซ็นเตอร์ ของธนาคารก่อน

  • สังเกตชื่อเว็บไซต์ ต้องขึ้นต้นด้วย http:// แล้วตามด้วยชื่อเว็บของธนาคาร

  • ไม่ใช้ ไวไฟสาธารณะ ทำธุรรรมการเงินออนไลน์

  • จำกัดวงเงิน เบิก-ถอน ต่อวัน เพื่อลดความเสี่ยงจากการสูญเงินจำนวนมาก

  • หากเผลอให้ข้อมูลไปแล้ว ต้องรีบเปลี่ยนรหัสการทำธุรกรรมต่าง ๆ ทันที จากนั้นรีบติดต่อธนาคาร

  • ส่งต่อความรู้ เตือนเพื่อน ๆ และคนในครอบครัว ให้รู้เท่าทัน ไม่ตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพ

กรณีใช้บัตร ATM มีข้อควรระวัง ดังนี้

  • ไม่รหัสบัตร ATM ที่คาดเดาง่าย และไม่บอกรหัสบัตรให้คนอื่นทราบ รวมถึงควรเปลี่ยนรหัสบัตรอย่างน้อย 3 เดือนครั้ง

  • ไม่จดหรือเก็บรหัสบัตร ATM ไว้ในกระเป๋าสตาค์ เพราะหากกระเป๋าสตางค์หายก็จะเป็นช่องทางที่มิจฉาชีพจะนำบัตรเอทีเอ็มไปกดเงินได้ง่ายยิ่งขึ้น

  • หากทำบัตร ATM หาย, ตู้ไม่คืนบัตร, ถอนเงินแล้วเงินไม่ออก รวมถึงปัญหาอื่น ๆ เกี่ยวกับการกดเงิน  รีบติดต่อธนาคารทันที

  • ไม่ควรทิ้งสลิปทำรายการต่าง ๆ ไว้ที่ตู้เอทีเอ็ม หากคุณไม่ต้องการสลิป สามารถกดเลือกไม่รับสลิปขณะที่ทำรายการได้

  • ห้ามทำธุรกรรมทางการเงินให้กับบุคคลแปลกหน้า เพราะอาจเสี่ยงตกเป็นเหยื่อของเหล่ามิจฉาชีพ

  • ก่อนทำธุรกรรมทางการเงินผ่านตู้เอทีเอ็ม ควรสังเกตลักษณะตู้เอทีเอ็ม บริเวณช่องเสียบบัตร แป้นกด ว่ามีความผิดปกติหรือไหม หากมีความผิดปกติควรหลีกเลี่ยง เพราะอาจเสี่ยงต่อการขโมยข้อมูลของมิจฉาชีพ

สำหรับคนที่ชอบทำธุรกรรมการเงินออนไลน์ ผ่านทางแอปพลิเคชันมือถือ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสายเปย์เน้นโอนไว ควรเพิ่มความระมัดระวังให้มากขึ้น ก่อนโอนเงินก็อย่าลืมตรวจสอบข้อมูล ชื่อ นามสกุล เลขบัญชีธนาคาร และชื่อธนาคาร ของผู้รับให้ถูกต้อง และหลังจากโอนเงินแล้วควรเก็บสลิปไว้เป็นหลักฐาน

นอกจากนี้ หากได้รับข้อความ ​SMS หรือ อีเมล แปลก ๆ แอบอ้างจากทางธนาคาร หรือชวนเชิญ เพื่อสอบถามเกี่ยวกับรหัสผ่าน ข้อมูลส่วนตัวต่าง ๆ ไม่ควรกด หรือคลิกเด็ดขาด เพราะอาจเป็นการโจรกรรมข้อมูล และถ้าหากสงสัย ควรติดต่อโดยตรง กับทางธนาคารดีกว่า

วิธีการป้องกันที่สำคัญ อีกอย่างคือ การตั้งค่าแจ้งเตือน เมื่อทำธุรกรรมทางเงินทุกครั้ง ไม่ว่าจะ ถอน ฝาก โอน ผ่านตู้เอทีเอ็ม หรือ ออนไลน์ ผ่านทางแอปพลิเคชั่นมือถือ

นอกจากนี้ หากมีความเคลื่อนไหวของเงินในบัญชีธนาคาร ที่ผิดปกติ เจ้าของบัญชีจะได้ทราบ และติดต่อกับทางธนาคาร เพื่อดำเนินการแก้ไขได้ทันที

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...