TMBAM Eastspring จ่ายเงินคืนผู้ถือหน่วยลงทุนครบทั้ง 4 กองทุน
นายอดิศร เสริมชัยวงศ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ทหารไทย จำกัด (TMBAM Eastspring) และบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ธนชาต จำกัด (Thanachart Fund Eastspring) กล่าวว่า เมื่อช่วงเดือนมีนาคมปี 2563 บริษัทมีสำหรับความจำเป็นที่ต้องปิดทั้งสี่กองทุนตราสารหนี้ซึ่งเกิดจากการความผันผวนอย่างรุนแรงในตลาดการเงินทั่วโลก อันเป็นผลจากการแพร่ระบาดของ COVID-19 รอบแรก นอกเหนือจากความมุ่งมั่นในการรักษาเงินต้นและการเร่งชำระเงินคืนให้มีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว Eastspring เองผ่านทาง Thanachart Fund Eastspring ยังได้นำเสนอทางเลือกเพื่อการลงทุนในกองทุนตราสารหนี้คุณภาพดีในรูปแบบกองทุนตระกูล “พลัส” ที่เน้นลงทุนในตราสารหนี้ทั้งในประเทศและต่างประเทศ มีกลยุทธ์การบริหารกองทุนที่จะช่วยเพิ่มโอกาสของผลตอบแทนการลงทุนให้มากกว่าเดิม
โดยแบ่งตามระดับความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนรับได้ ได้แก่ TMB-T-ES-IPLUS ที่เน้นเสนอขายแก่รายย่อยมีอายุเฉลี่ยตราสารที่ลงทุนไม่เกิน 1.5 ปี และ TMB-T-ES-DPLUS ที่เน้นขายผู้ลงทุนสถาบันมีอายุเฉลี่ยตราสารที่ลงทุนไม่เกิน 1 ปี ซึ่งทั้งสองกองทุนเน้นลงทุนผ่านช่องทางธนาคาร ttb เป็นหลัก และปรับลดค่าบริหารจัดการลงทุนลงตั้งแต่เดือนตุลาคมปีก่อน เพื่อเพิ่มประโยชน์ให้ผู้ถือหน่วยลงทุน รวมทั้งมีการออกกองทุน TMB-T-APLUS ผ่านช่องทางขายธนาคาร ttb เป็นหลัก เพื่อเป็นทางเลือกสำหรับผู้ลงทุนทั้งรายย่อยและสถาบันที่คาดหวังผลตอบแทนที่สูงขึ้นไปอีกขั้นและสามารถรับความเสี่ยงจากการลงทุนได้ โดยกองทุนจะเน้นการลงทุนในตราสารหนี้ต่างประเทศเป็นหลักผ่านทาง Master Fund คือ Eastspring Investments – Capital Reserve Fund โดยจะบริหารพอร์ตแบบ Dynamic Allocation ที่จะเน้นเปลี่ยนแปลงตราสารที่ลงทุนตามวัฏจักรเศรษฐกิจ
นายอดิศร กล่าวว่า บริษัทได้รับฟังความคิดเห็นของผู้ถือหน่วยลงทุน และสำนักงานก.ล.ต. เพื่อให้แน่ใจว่าได้ปฏิบัติตามหลักบรรษัทภิบาลที่ดีและรักษาคำมั่นสัญญาในการรักษาผลประโยชน์สูงสุดของผู้ถือหน่วยลงทุน โดยระหว่างการเข้าสู่ขั้นตอนการชำระบัญชีและจ่ายคืนผู้ถือหน่วยลงทุนนั้น เพื่อสร้างความเป็นธรรมและเท่าเทียมให้กับผู้ถือหน่วยทุกรายสำหรับการพิจารณาทางเลือกที่เหมาะสมที่สุด TMBAM Eastspring ได้ทำการสำรวจความคิดเห็นผู้ถือหน่วยลงทุนเกี่ยวกับแนวทางในการชำระบัญชีกองทุนและได้นำทางเลือกจากการสำรวจความคิดเห็นที่ได้รับเลือกสูงที่สุดไปนำเสนอสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์เพื่อขออนุญาตดำเนินการขยายระยะเวลาชำระบัญชี
สำหรับรายละเอียดการชำระเงินคืนของกองทุนเปิดทหารไทย ธนพลัส ธนไพศาล ธนเพิ่มพูน และธนไพบูลย์ ภายหลังจากที่มีการประกาศปิดทั้งสี่กองทุนในช่วงปลายเดือนมีนาคม 2563 ที่ผ่านมา TMBAM Eastspring ได้ชำระเงินคืนให้แก่ผู้ถือหน่วยลงทุนกองทุนเปิดทหารไทย ธนพลัส ครบภายในระยะเวลาไม่ถึง 8 เดือน เมื่อเดือนพฤศจิกายน รวมเป็นมูลค่า 12.1891 บาท/หน่วย (100.0649% ของ NAV วันสุดท้าย) กองทุนธนไพศาลจ่ายครบภายใน 9 เดือน เมื่อเดือนธันวาคม รวมมูลค่า 12.7623 บาท/หน่วย (100.4281% ของ NAV วันสุดท้าย)
และกองทุนธนเพิ่มพูนจ่ายเงินคืนครบเมื่อ 20 สิงหาคมที่ผ่านมา รวมมูลค่า 10.5553 บาท/หน่วย (100.0142% ของ NAV วันสุดท้าย) สำหรับกองทุนเปิดทหารไทย ธนไพบูลย์ TMBAM Eastspring จะชำระเงินคืนงวดสุดท้ายในวันที่ 23 กันยายน รวมมูลค่าเงินคืนทั้งหมด 11.3160 บาท/หน่วย คิดเป็น 100.9483% ของ NAV ณ วันทำการสุดท้าย ซึ่งสามารถกล่าวได้ว่า TMBAM Eastspring สามารถชำระคืนเงินได้ครบถ้วนทั้งหมด (เกินกว่า 100% เล็กน้อย) และโดยที่อยู่ในกรอบระยะเวลาที่มีประสิทธิภาพกว่าเงื่อนเวลาที่ได้สำรวจความคิดเห็นผู้ถือหน่วยลงทุนและได้รับการอนุมัติจากก.ล.ต. โดยเฉพาะ ธนเพิ่มพูนและธนไพบูลย์ที่เร็วกว่ากำหนดเกือบหนึ่งปีครึ่งโดยประมาณ
และล่าสุดเมื่อสามารถจ่ายคืนผู้ถือหน่วยลงทุนในทั้งสี่กองทุนตราสารหนี้ที่ปิดไปได้ครบเกิน 100% TMBAM Eastspring จึงได้เปิดตัวกองทุนตราสารหนี้น้องใหม่ คือ ES-SPLUS ที่เน้นขายผู้ลงทุนผ่านช่องทางตัวแทนขายและรับซื้อคืนหน่วยลงทุนที่ได้รับการแต่งตั้ง (Selling Agents) วัตถุประสงค์เพื่อสร้างสภาพคล่อง (T+1) มีการกระจายลงทุนในตราสารหนี้ระยะสั้นที่มีคุณภาพทั้งในและต่างประเทศ โดยการนำเสนอขายกองทุนครั้งแรก (IPO) ในช่วงวันที่ 6-10 กันยายนที่ผ่านมาสามารถสร้างยอดขายได้เกือบ 2,700 ล้านบาท แสดงถึงการยอมรับและความเชื่อมั่นที่ผู้ถือหน่วยลงทุนยังคงเชื่อมั่นและไว้วางใจ
“เชื่อว่าการตัดสินใจยกเลิกกองทุนทั้งสี่กอง เป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุนในภาวะที่ตลาดมีความผันผวนอย่างหนักจนทำให้เกิดแรงเทขายจากความวิตกกังวลและตื่นตระหนกต่อสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ดังที่เห็นได้ว่าเราสามารถชำระเงินคืนให้ผู้ถือหน่วยลงทุนได้ครบ ในมูลค่ารวมที่สูงกว่ามูลค่า NAV ในวันทำการซื้อขายสุดท้ายเล็กน้อย อีกทั้งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาสินทรัพย์ภายใต้การบริหารจัดการของกองทุนดังกล่าวทั้งสี่กองไม่มีการผิดนัดชำระแต่อย่างใด ซึ่งสะท้อนความสามารถในการคัดเลือกสินทรัพย์ที่มีคุณภาพของทีมงาน”