โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

‘ตด’ อย่าคิดว่าไม่สำคัญ ตดบ่อย ตดรัว ผิดปกติยังไง

LINE TODAY

เผยแพร่ 17 พ.ค. 2562 เวลา 10.17 น.

เรื่องตดเป็นเรื่องธรรมชาติ ไม่มีใครในโลกนี้ไม่ตด..

ร่างกายคนเราจะมีแก๊สที่เกิดขึ้นระหว่างกระบวนการย่อยอาหารที่สะสมอยู่ในระบบทางเดินอาหาร ซึ่งปกติร่างกายต้องขับแก๊สเหล่านี้ออกมาผ่าน 2 ช่องทาง คือ ปากและทวารหนัก ทางปากก็คือการเรอ ส่วนทางทวารหนักก็คือการตดปุ๋ง ๆ ออกมานั่นเอง

เมื่อไหร่ก็ตามที่แก๊สเหล่านี้ไม่ได้ถูกขับมาจากร่างกายตามปกติ ก็จะทำให้สะสมอยู่ในทางเดินอาหาร ทำให้รู้สึกอึดอัด แน่นท้อง พะอืดพะอม หรือเกิดอาการท้องอืด ท้องเฟ้อตามมาได้ ดังนั้นธรรมชาติของร่างกายจึงต้องขับแก๊สเหล่านี้ออกมาเพื่อให้เรารู้สึกสบายขึ้น

ขึ้นชื่อว่าแก๊สและเดินทางผ่านระบบย่อยภายในเพื่อออกสู่ร่างกาย เป็นไปไม่ได้เลยที่จะไม่มีกลิ่นเหม็น ซึ่งกลิ่นของตดไม่ได้บ่งบอกอะไรทั้งสิ้น เหม็นมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับพฤติกรรมการกินของคนเราทั้งนั้น ถ้ากินเนื้อสัตว์ ไขมัน ไข่ ชีส หรือนมเข้าไปมาก ๆ ก็ไม่แปลกเลยที่อาหารเหล่านี้จะไปติดค้างอยู่ในระบบทางเดินอาหารและส่งกลิ่นอันไม่พึงประสงค์ออกมา

คนตดเหม็นมาก ก็แปลว่ากินอาหารเหล่านี้เข้าไปมาก ใครตดเหม็นน้อยไปจนถึงไม่มีค่อยมีกลิ่น ก็แปลว่าช่วงนั้นบริโภคเนื้อสัตว์น้อยหน่อย ก็เลยทำให้มีกลิ่นน้อยกว่าคนอื่น ดังนั้นกลิ่นไม่ใช่ตัวชี้วัดอะไร นอกจากอาหารที่กินเข้าไป

ตรงนี้ต้องสังเกตตัวเองดี ๆ เพราะในกรณีที่ตดเหม็นมากชนิดที่ตัวเองก็ทนไม่ได้ ก็แปลว่าอาหารที่คุณบริโภคเข้าไปไม่ถูกสัดส่วน และระบบภายในร่างกายกำลังฟ้องว่า เฮ้ย ! ดูแลตัวเองบ้าง กินของดี ๆ มีประโยชน์กับร่างกายบ้าง ซึ่งสัญญาณเตือนเล็ก ๆ น้อย ๆ เหล่านี้เราควรจะเชื่อและเริ่มเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการกินได้แล้ว

ส่วนการตดเสียงดังก็เหมือนกัน หลายคนสงสัยว่าทำไมบางคนตดไม่มีเสียง ทำไมบางคนเสียงเซอร์ราวด์ดังกระหึ่ม..

เสียงก็ไม่ได้บอกอะไรนอกจากแรงดันอากาศและแรงเบ่งของแต่ละคน รวมถึงกล้ามเนื้อหูรูดที่ช่วยทำให้เสียงดังขึ้นด้วย ดังนั้นเสียงตดก็คือเสียงปุ๋ง ๆ ป้าด ๆ ปกติ ไม่มีนัยยะใด ๆ ให้เรากังวลใจเลย

สิ่งที่ต้องเป็นห่วงและคอยสังเกตมากที่สุดก็คือจำนวนครั้งของการตดในแต่ละวัน คนที่ร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์ไม่มีปัญหาสุขภาพจะตดวันละ 14-23 ครั้ง เรียกว่าเป็นความถี่ปกติ ไม่ถือว่าแปลก แต่ถ้าลองนับ ๆ ดูปรากฎว่าตดเกินกว่านี้ถึงจะเรียกว่าผิดปกติ

การตดบ่อยเกินไปเป็นสัญญาณเตือนอะไรบางอย่าง ที่บอกได้ว่าสุขภาพของคุณไม่เหมือนเดิม อาจเกิดโรคบางอย่างกับระบบทางเดินอาหารขึ้นได้ เช่น โรคเกี่ยวกับลำไส้ ระบบการดูดซึมอาหารผิดปกติ อาหารเป็นพิษ ซึ่งสามารถสังเกตได้จากตดของเรานี่แหละ

อาจจะแปลกสักหน่อยถ้าเรานับจำนวนการตดในแต่ละวันไว้ แต่เอาจริง ๆ วิธีนี้ง่ายและใกล้ตัวที่สุดที่จะสังเกตการทำงานของระบบทางเดินอาหาร กระเพาะอาหาร และลำไส้ ถ้าหากตดบ่อยเกินไปติดต่อกันเป็นเวลานาน สิ่งแรกที่ควรทำคือปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินก่อน เบื้องต้นอาจหลีกเลี่ยงอาหารที่ทำให้เกิดแก๊สได้ง่าย เช่น ถั่ว หัวหอม กระเทียม ฯลฯ และหากยังไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์เพื่อวินิจฉัยหาสาเหตุที่แท้จริง และหาทางแก้ไขอย่างเร็วที่สุด

การตดอาจเป็นเรื่องใกล้ตัวที่บางคนก็มองข้ามไป ตดแล้วก็แล้วกัน ไม่ได้มาคอยสังเกตอะไรมากมาย แต่จริง ๆ แล้วสัญญาณเตือนภายในร่างกายเรานี่แหละเชื่อถือได้ที่สุด แค่ต้องไม่มองข้ามและให้ความสำคัญอย่างจริงจัง ก็ถือเป็นการดูแลตัวเองได้แล้ว

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...