โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

FINNOMENA PORT Strategy เดือนเมษายน : ดอกเบี้ยกลับทิศสู่ขาลง หนุนการลงทุนธีม Yield Play

Finnomena

อัพเดต 16 ส.ค. 2562 เวลา 08.21 น. • เผยแพร่ 03 เม.ย. 2562 เวลา 09.00 น. • FINNOMENA Investment Team

Chart of the month

FINNOMENA PORT Strategy เดือนเมษายน : ดอกเบี้ยกลับทิศสู่ขาลงหนุนการลงทุนธีม Yield Play

รูปที่ 1 Fed’s Dot Plot และแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยในมุมมองนักลงทุน | ที่มา : Bloomberg

จากถ้อยแถลงหลังการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินธนาคารกลางสหรัฐฯ (FOMC) ที่มีแนวโน้มไม่ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ พร้อมปรับลดประมาณการการขยายตัวของเศรษฐกิจสหรัฐฯ ตลาดหุ้นทั่วโลกเริ่มย่อตัวลงท่ามกลางความกังวลต่อภาวะเศรษฐกิจถดถอยในอนาคต ซึ่งเป็นไปตามมุมมอง FINNOMENA PORT Strategy เดือนมีนาคม : โอกาสปรับพอร์ตในช่วง Relief Rally

อย่างไรก็ตาม แนวโน้มทิศทางอัตราดอกเบี้ย ความกังวลต่อเศรษฐกิจชะลอตัว และความผันผวนของตลาดหุ้น เป็นปัจจัยหนุนผลตอบแทนของสินทรัพย์ประเภท Yield Playอาทิเช่น ตราสารหนี้ กองทุนอสังหาฯ และ REITs

FINNOMENA Investment Team แนะนำให้นักลงทุนใช้โอกาสในช่วงปลายของการเกิด Relief Rally ปรับสมดุลพอร์ต ลดสัดส่วนหุ้นในพอร์ตให้ต่ำกว่าระดับ 50% และเพิ่มการลงทุนให้หลากหลายประเภทสินทรัพย์โดยเฉพาะสินทรัพย์ที่เป็นไปตาม Yield Play Themeเพื่อให้ได้รับประโยชน์จากการกระจายการลงทุนมากที่สุด (Diversification Benefits)

ธนาคารกลางสหรัฐฯ คงดอกเบี้ย รับเศรษฐกิจชะลอตัว

FINNOMENA PORT Strategy เดือนเมษายน : ดอกเบี้ยกลับทิศสู่ขาลงหนุนการลงทุนธีม Yield Play

รูปที่ 2 ขนาดงบดุล (สินทรัพย์) ของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) | ที่มา : Federal Reserve Board

ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ประกาศคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 2.25% - 2.50% พร้อมมีมุมมองไม่ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ จากเดิมที่เคยคาดไว้ว่าจะขึ้นดอกเบี้ย 2 ครั้ง ขณะที่อัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจสหรัฐฯ ปี 2019 (GDP) ถูกปรับลดคาดการณ์ลงจาก 2.3% เหลือ 2.1% ในขณะเดียวกันธนาคารกลางสหรัฐฯ ประกาศสิ้นสุดนโยบายลดขนาดสินทรัพย์ที่ธนาคารกลางถือครองในเดือนกันยายนนี้

ด้านตัวเลขทางเศรษฐกิจเดือนกุมภาพันธ์เริ่มสะท้อนภาพการชะลอตัวของเศรษฐกิจสหรัฐฯ อาทิเช่น ใบอนุญาตก่อสร้างบ้าน (Building Permits) ลดลง 1.6% จากเดือนก่อนหน้า เช่นเดียวกับตัวเลขอัตราการว่างงาน (Unemployment rate) ซึ่งเพิ่มขึ้นมาที่ 3.8% หลังลงไปแตะระดับต่ำสุดที่ 3.5% เมื่อปีที่ผ่านมา

สอดคล้องกับดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคอุตสาหกรรมของสหรัฐฯ (ISM Manufacturing PMI) เดือนกุมภาพันธ์ ออกมาที่ 54.2 จุด ลดลงจากเดือนก่อนหน้าที่ 56.6 จุด สาเหตุหลักเป็นผลจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจทั่วโลกและประเด็นการค้ากับทางการจีน อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวเป็นดัชนีชี้นำสภาพเศรษฐกิจในอนาคต หากยังอยู่สูงกว่าระดับ 50.0 จุด แสดงถึงมุมมองเชิงบวกต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจในระยะเวลา 6-12 เดือนข้างหน้า แต่การปรับลดลงของดัชนีเป็นสิ่งที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด

ด้วยเหตุผลข้างต้นส่งผลให้ FINNOMENA Investment Team มีมุมมองว่าทั้งสภาพเศรษฐกิจสหรัฐฯ และผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนสหรัฐฯ จะเริ่มชะลอตัวอย่างต่อเนื่องในปี 2019 และต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเนื่องจากอาจส่งผลต่อทิศทางเศรษฐกิจและตลาดหุ้นทั่วโลก

บริโภคภายใน ท่องเที่ยวยังหนุนเศรษฐกิจไทย จับตาความชัดเจนทางการเมือง

FINNOMENA PORT Strategy เดือนเมษายน : ดอกเบี้ยกลับทิศสู่ขาลงหนุนการลงทุนธีม Yield Play

รูปที่ 3 ผลการเลือกตั้งเบื้องต้นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทย | ที่มา : Bloomberg

ภาพการเมืองยังคงไร้ความชัดเจนในแกนนำจัดตั้งรัฐบาล เนื่องจากทั้งพรรคพลังประชารัฐและเพื่อไทยออกแถลงการณ์พร้อมหาพรรคร่วมรัฐบาลทั้งคู่ โดยตัวแปรสำคัญอยู่ที่พรรคภูมิใจไทยและชาติไทยพัฒนา ที่เข้าร่วมฝ่ายไหนมีผลต่อการจัดตั้งรัฐบาลทันที FINNOEMNA Investment Team ประเมินสถานการณ์ต่อจากนี้ไว้ 3 แนวทาง คือ

แนวทางที่ 1:พรรคพลังประชารัฐสามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ จะเป็นไปตามที่นักวิเคราะห์ต่างชาติคาดการณ์ไว้และเป็นแนวทางที่การเมืองจะมีเสถียรภาพมากที่สุด

แนวทางที่ 2: พรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลสำเร็จ แต่มีโอกาสเกิดปัญหาด้านการผ่านร่างนโยบายและกฏหมายเนื่องจากนโยบายและกฏหมายบางส่วนอาจขัดต่อเจตนารมณ์ของคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติและองค์กรอิสระ

แนวทางที่ 3: ไม่มีพรรคไหนสามารถจัดตั้งรัฐบาลได้สำเร็จ ส่งผลให้เกิดภาวะชะงักงันทางการเมือ ซึ่งจะส่งผลต่อความเชื่อมั่นทางการเมืองและแนวโน้มการขยายตัวของเศรษฐกิจ

ด้านธนาคารแห่งประเทศไทยมีมติ 7 ต่อ 0 ให้คงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับ 1.75% และปรับลดคาดการณ์การขยายตัวของเศรษฐกิจ (GDP) ปีนี้สู่ระดับ 3.8% จาก 4.0% เนื่องจากการส่งออกได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจประเทศคู่ค้าหลักของไทยที่ชะลอตัวอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ภาวะการแข่งขันอย่างรุนแรงของธุรกิจ E-Commerce และระดับราคาน้ำมันที่ทรงตัวเป็นปัจจัยที่กดดันระดับอัตราเงินเฟ้อ

มูลค่าส่งออกเดือนกุมภาพันธ์กลับมาขยายตัวได้ 5.9% (YoY) แต่การฟื้นตัวในเดือนนี้เกิดจากปัจจัยชั่วคราว เช่น ขนอาวุธกลับหลังเสร็จสิ้นการฝึกซ้อมรบของกองทัพสหรัฐฯ ถ้าหากตัดปัจจัยชั่วคราวรวมไปถึงการส่งออกทองคำและน้ำมัน จะส่งผลให้มูลค่าการส่งออกไทยยังคงหดตัว 4.9% (YoY) สะท้อนภาพการชะลอตัวของการค้าโลกอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ไตรมาส 4 ปีที่ผ่านมา

FINNOMENA Investment Team แนะนำคงสัดส่วนการลงทุนในตลาดหุ้นไทย แม้ยังต้องติดตามความชัดเจนของสถานการณ์ทางการเมืองซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนโดยเฉพาะแรงซื้อจากต่างชาติ แต่อย่างไรก็ตามทาง FINNOMENA Investment Team ยังมองว่าการบริโภคภายใน การท่องเที่ยว และนโยบายการเงินของธนาคารกลางทั่วโลกที่มีแนวโน้มผ่อนคลายอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับเสถียรภาพทางการเงินของประเทศ ยังคงเป็นปัจจัยที่หนุนการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยในระยะต่อจากนี้

ตัวเลขทางเศรษฐกิจ ยุโรป และญี่ปุ่น บ่งชี้ทิศทางชะลอตัว

FINNOMENA PORT Strategy เดือนเมษายน : ดอกเบี้ยกลับทิศสู่ขาลงหนุนการลงทุนธีม Yield Play

*รูปที่ 4 กราฟดัชนี Manufacturing PMI ประเทศในภูมิภาคยุโรป และญี่ปุ่น l ที่มา : Bloomberg *

ตลาดหุ้นยุโรปปรับตัวขึ้นมาอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่เข้าสู่ปี 2019 โดยได้รับปัจจัยหนุนจากผลประกอบการบริษัทกลุ่มอุปโภคบริโภค (Utilities) และสินค้าฟุ่มเฟือย (Consumer Goods) ที่ประกาศออกมาดีกว่าคาดการณ์

อย่างไรก็ตาม ความไม่แน่นอนทางการเมืองระหว่างประเทศในกรณี Brexit และประเด็นการค้า ยังเป็นปัจจัยที่กดดันสภาพเศรษฐกิจยุโรปมาโดยตลอด สะท้อนผ่านดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคอุตสาหกรรม (Markit Manufacturing PMI) เดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งอยู่ที่ระดับ 47.6 จุด ลดลงจากเดือนก่อนหน้าที่ 49.5 จุด การที่ตัวเลขดังกล่าวอยู่ที่ระดับต่ำกว่า 50.0 จุด บ่งชี้ว่าเศรษฐกิจมีโอกาสสูงที่จะหดตัวในระยะ 6-12 เดือนข้างหน้า

ส่วนประเด็นสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน ยังส่งผลกระทบต่อตัวเลขการส่งออกของประเทศญี่ปุ่นที่หดตัวเป็นเดือนที่สามติดต่อกัน สอดคล้องกับตัวเลขชี้นำสภาพเศรษฐกิจในอนาคตอย่าง Nikkei Japan Manufacturing PMI เดือนมีนาคม ที่อยู่ในระดับ 48.9 จุด บ่งชี้โอกาสหดตัวของเศรษฐกิจในระยะ 6-12 เดือนข้างหน้า เช่นเดียวกับภูมิภาคยุโรป

ด้วยปัจจัยเสี่ยงที่กดดันการขยายตัวของเศรษฐกิจทั้งสองภูมิภาค ส่งผลให้ธนาคารกลางยุโรปและญี่ปุ่นต้องดำเนินนโยบายการเงินแบบผ่อนคลาย เพื่อกระตุ้นการขยายตัวของเศรษฐกิจด้วยการคงอัตราดอกเบี้ยและเสริมสภาพคล่องเข้าระบบการเงิน ซึ่งยังคงต้องติดตามผลการตอบสนองของเศรษฐกิจต่อทั้งปัจจัยเสี่ยงและนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ

เศรษฐกิจชะลอตัวกดดันผลประกอบการตลาดฝั่งเอเชีย

FINNOMENA PORT Strategy เดือนเมษายน : ดอกเบี้ยกลับทิศสู่ขาลงหนุนการลงทุนธีม Yield Play

รูปที่ 5 มูลค่าการส่งออกของประเทศจีน (YoY) l ที่มา : Bloomberg

แม้จะมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจากทางการอย่างต่อเนื่องตลอดปี 2019 แต่ตัวเลขทางเศรษฐกิจจีนยังสะท้อนภาพการชะลอตัวอย่างมาเช่นเดียวกัน โดยตัวเลขการส่งออกและนำเข้าเดือนกุมภาพันธ์ หดตัว 20.7% (YoY) และ 5.2% (YoY) ตามลำดับ

สอดคล้องกับตัวเลขการส่งออกของประเทศเกาหลีใต้ เดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งหดตัวที่ระดับ 11.1% (YoY) ขณะที่ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคอุตสาหกรรม (Caixin Manufacturing PMI) เดือนกุมภาพันธ์ ยังบ่งชี้โอกาสหดตัวของเศรษฐกิจในระยะ 6-12 เดือนข้างหน้า โดยอยู่ที่ระดับ 49.9 จุด โดยสาเหตุหลักเป็นผลมาจากแรงกดดันด้านประเด็นการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน

สอดคล้องกับคาดการณ์กำไรของบริษัทจดทะเบียนภูมิภาค Asia ex. Japan ปี 2019 ที่ถูกปรับลดอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ต้นปี นำโดยกลุ่มเทคโนโลยีและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ซึ่งเป็นหมวดอุตสาหกรรมหลักในตลาดหุ้นเกาหลีใต้ (KOSPI) และไต้หวัน (TWSE) เช่นเดียวกับตลาดหุ้นจีน (CSI300)

จากสภาพเศรษฐกิจและปัจจัยเสี่ยงที่กล่าวมาข้างต้น FINNOMENA Investment Team ยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อดูทิศทางและแนวโน้มการขยายตัวของเศรษฐกิจภูมิภาค Asia ex. Japan โดยเฉพาะประเทศจีนและเกาหลีใต้ ซึ่งมีผลต่อแนวโน้มการค้าโลกและทิศทางของหุ้นในกลุ่มอุตสาหกรรมเทคโนโลยีซึ่งเป็นกลุ่มอุตสาหกรรมหลักที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลกในทุกวันนี้

นโยบายการเงินโลกหนุน Yield Play Theme อย่างต่อเนื่อง

FINNOMENA PORT Strategy เดือนเมษายน : ดอกเบี้ยกลับทิศสู่ขาลงหนุนการลงทุนธีม Yield Play

รูปที่ 6 เส้นอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ l ที่มา : Bloomberg

หลังธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ออกมาประกาศคงอัตราดอกเบี้ย พร้อมมีมุมมองไม่ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ จากเดิมที่เคยคาดไว้ 2 ครั้ง และปรับลดประมาณการการขยายตัวของเศรษฐกิจสหรัฐฯ สอดคล้องกับทิศทางนโยบายการเงินที่ผ่อนคลายของธนาคารกลางหลักทั่วโลก

FINNOMENA Investment Team มีมุมมองว่าปี 2019 ได้เข้าสู่ช่วงปลายของวัฏจักรเศรษฐกิจและดอกเบี้ยขาขึ้น เนื่องจากแนวโน้มการปรับลดประมาณการทางเศรษฐกิจและนโยบายการเงินเชิงผ่อนคลายของธนาคารกลางทั่วโลก และยังคงแนะนำการลงทุนตามแนวทาง Yield Play Themeอาทิเช่น ตราสารหนี้ (ระยะกลาง) กองทุนอสังหาฯ และ REITs ซึ่งมีโอกาสสร้างผลตอบแทนได้ในช่วงปลายของวัฏจักรเศรษฐกิจ เพื่อให้ได้รับประโยชน์จากการกระจายการลงทุนมากที่สุด (Diversification Benefits)

คำแนะนำปรับพอร์ตการลงทุน

GAR

FINNOMENA PORT Strategy เดือนเมษายน : ดอกเบี้ยกลับทิศสู่ขาลงหนุนการลงทุนธีม Yield Play

CIMB-PRINCIPAL IPROP-A (20%) → LHTPROP (20%)

FINNOMENA Investment Team แนะนำปรับลดสัดส่วนการลงทุนในกองทุน CIMB-PRINCIPAL IPROP-A (20%)

ดัชนี FSTREI ซึ่งเป็นตัวแทนกลุ่มอสังหาฯ และ REITs ของสิงคโปร์ปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องนับตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา เนื่องจากตลาดคาดว่า Supply อสังหาฯ โดยเฉพาะประเภทออฟฟิศจะลดลงมากในช่วง 2-3 ปีต่อจากนี้ การที่ราคาปรับเพิ่มขึ้นดังกล่าวส่งผลให้อัตราการปันผล (Dividend Yield) ของดัชนี FSTREI ลดลงมาที่ 4.62% ขณะที่ค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 10 ปี อยู่ที่ 6.02%

ด้านส่วนต่างระหว่างอัตราเงินปันผลดัชนี FSTREI และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสิงคโปร์อายุ 10 ปี อยู่ที่ประมาณ 2.57% แตะระดับต่ำที่สุดนับตั้งแต่กลางปี 2013

ดังนั้น FINNOMENA Investment Team จึงมีมุมมองว่า REITs ของสิงคโปร์มีระดับราคาอยู่ในช่วงที่สูงกว่าค่าเฉลี่ย ขณะที่อัตราการปันผลแตะระดับต่ำที่สุดในรอบกว่า 6 ปี ดังนั้น FINNOEMNA Investment Team จึงแนะนำลดสัดส่วนการลงทุนของ CIMB-PRINCIPAL IPROP-A ซึ่งกองทุนดังกล่าวมีสัดส่วนการลงทุนในกลุ่มอสังหาฯ และ REITs ประเทศสิงคโปร์อยู่ประมาณ 40%

แนะนำเพิ่มน้ำหนักลงทุนใน LHTPROP

เมื่อกลับมาพิจารณาดัชนี SETPREIT ซึ่งเป็นตัวแทนกลุ่มอสังหาฯ และ REITs ในตลาดหุ้นไทย พบว่าอัตราการปันผลอยู่ที่ 5.50% ต่ำกว่าระดับค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 10 ปี เพียงเล็กน้อยซึ่งอยู่ที่ระดับ 6.69% ด้านส่วนต่างระหว่างอัตราเงินปันผล (Dividend Yield) ของดัชนี SETPREIT และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทยอายุ 10 ปี อยู่ที่ประมาณ 3.08% ซึ่งอยู่ในระดับใกล้เคียงค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 10 ปี ที่ 3.50% ขณะที่กลุ่มอสังหาฯ ประเภทออฟฟิศยังมีอัตราการเช่าที่สูง และอัตราค่าเช่าเพิ่มสูงกว่าอัตราเงินเฟ้อ ขณะที่การท่องเที่ยวและการบริโภคในประเทศกลับมาฟื้นตัว จึงเป็นปัจจัยหนุนอสังหาฯ ประเภทโรงแรม

FINNOMENA Investment Team จึงแนะนำลงทุนใน LHTPROP เนื่องจากอัตราการปันผลและส่วนต่างกับอัตราผลตอบแทนพันธบัตรอยู่ในระดับที่เหมาะสมกับช่วงปลายวัฏจักรเศรษฐกิจและแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยขาลงตามแนวทางการลงทุน Yield Play Theme

TMBUSB (10%) → UGIS-N (10%)

ท่าทีคงอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ในปีนี้ ขณะที่ภาวะเศรษฐกิจทั่วโลกมีแนวโน้มชะลอตัวลงอย่างต่อเนื่อง ส่วนอัตราเงินเฟ้ออยู่ในระดับทรงตัวเนื่องจากภาวะเศรษฐกิจชะลอความร้อนแรง และระดับราคาน้ำมันที่ต่ำกว่าช่วงเวลาเดียวกันเมื่อปีก่อน

ทิศทางดอกเบี้ยขาลงประกอบกับภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ทำให้ตราสารหนี้ระยะกลางมีโอกาสสร้างผลตอบแทนได้ดี FINNOMENA Investment Team จึงแนะนำให้ปรับลดสัดส่วนการลงทุนใน TMBUSB (10%) ที่เป็นกองทุนตราสารหนี้ระยะสั้น และเพิ่มสัดส่วนการลงทุนใน UGIS-N (10%)ซึ่งเป็นกองทุนที่ลงทุนในตราสารหนี้ระยะกลางของสหรัฐฯ มีอายุเฉลี่ย (Duration) ประมาณ 1.58 ปี

GIF

FINNOMENA PORT Strategy เดือนเมษายน : ดอกเบี้ยกลับทิศสู่ขาลงหนุนการลงทุนธีม Yield Play

CIMB-PRINCIPAL IPROP-R (20%) → LHTPROP (20%)

FINNOMENA Investment Team แนะนำปรับลดน้ำหนัก CIMB-PRINCIPAL IPROP-R (20%)

ดัชนี FSTREI ซึ่งเป็นตัวแทนกลุ่มอสังหาฯ และ REITs ของสิงคโปร์ปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเช่นเดียวกับกลุ่มอสังหาฯ และ REITs ประเทศไทย การปรับตัวของกลุ่มอสังหาฯ และ REITs ของสิงคโปร์ เนื่องจากตลาดคาดว่า Supply อสังหาฯ โดยเฉพาะประเภทออฟฟิศจะลดลงมากในช่วง 2-3 ปีต่อจากนี้ ส่งผลให้ส่งผลให้อัตราการปันผล (Dividend Yield) ของดัชนี FSTREI ลดลงมาที่ 4.62% ขณะที่ค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 10 ปี อยู่ที่ 6.02%

ด้านส่วนต่างระหว่างอัตราเงินปันผลดัชนี FSTREI และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสิงคโปร์อายุ 10 ปี อยู่ที่ประมาณ 2.57% แตะระดับต่ำที่สุดนับตั้งแต่กลางปี 2013

ดังนั้น FINNOMENA Investment Team มีมุมมองว่า REITs ของสิงคโปร์มีระดับระคาอยู่ในช่วงที่สูงกว่าค่าเฉลี่ย ขณะที่อัตราการปันผลแตะระดับต่ำที่สุดในรอบกว่า 6 ปี ดังนั้นFINNOEMNA Investment Team จึงแนะนำลดสัดส่วนการลงทุนของ CIMB-PRINCIPAL IPROP-A ในพอร์ตการลงทุน GAR ซึ่งกองทุนดังกล่าวมีสัดส่วนการลงทุนในกลุ่มอสังหาฯ และ REITs ประเทศสิงคโปร์อยู่ประมาณ 40%

แนะนำเพิ่มน้ำหนักลงทุนใน LHTPROP (20%)

เมื่อกลับมาพิจารณาดัชนี SETPREIT ซึ่งเป็นตัวแทนกลุ่มอสังหาฯ และ REITs ในตลาดหุ้นไทย พบว่าอัตราการปันผลอยู่ที่ 5.50% ต่ำกว่าระดับค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 10 ปี เพียงเล็กน้อยซึ่งอยู่ที่ระดับ 6.69% ด้านส่วนต่างระหว่างอัตราเงินปันผล (Dividend Yield) ของดัชนี SETPREIT และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทยอายุ 10 ปี อยู่ที่ประมาณ 3.08% ซึ่งอยู่ในระดับใกล้เคียงค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 10 ปี ที่ 3.50% ขณะที่กลุ่มอสังหาฯ ประเภทออฟฟิศยังมีอัตราการเช่าที่สูง และอัตราค่าเช่าเพิ่มสูงกว่าอัตราเงินเฟ้อ ขณะที่การท่องเที่ยวและการบริโภคในประเทศกลับมาฟื้นตัว จึงเป็นปัจจัยหนุนอสังหาฯ ประเภทโรงแรม

FINNOMENA Investment Team จึงแนะนำลงทุนใน LHTPROP เนื่องจากอัตราการปันผลและส่วนต่างกับอัตราผลตอบแทนพันธบัตรอยู่ในระดับที่เหมาะสมกับช่วงปลายวัฏจักรเศรษฐกิจและแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยขาลงตามแนวทางการลงทุน Yield Play Theme

TMBABF (10%) → KFAFIX (10%)

การคงอัตราดอกเบี้ยของคณะกรรมการ กนง.รอบล่าสุดซึ่งเป็นไปตามแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยธนาคารกลางทั่วโลก ขณะที่อัตราเงินเฟ้อของไทยมีโอกาสต่ำที่จะเพิ่มขึ้นอย่างรุนแรง เนื่องจากการแข่งขันรุนแรงของธุรกิจ E-Commerce และระดับราคาน้ำมันดิบโลก

FINNOMENA Investment Team มีมุมมองว่าจะไม่มีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของประเทศไทยแล้วในปีนี้ ส่งผลดีต่อการลงทุนในตราสารหนี้ระยะกลาง และระยะยาวในตลาดตราสารหนี้ไทย FINNOMENA Investment Team จึงแนะนำเพิ่มอายุเฉลี่ย (Duration) ของกองทุนตราสารหนี้ไทย โดยแนะนำให้ปรับลดสัดส่วนการลงทุนใน TMBABF (10%) ซึ่งมีอายุเฉลี่ยของตราสารหนี้ในพอร์ตประมาณ 1.67 ปี และแนะนำเพิ่มสัดส่วนการลงทุนใน KFAFIX (10%)ที่มีอายุเฉลี่ยของตราสารหนี้ในพอร์ตประมาณ 2.95 ปี

GCP

FINNOMENA PORT Strategy เดือนเมษายน : ดอกเบี้ยกลับทิศสู่ขาลงหนุนการลงทุนธีม Yield Play

CIMB-PRINCIPAL IFIXED-A (50%) → KFAFIX (50%)

การคงอัตราดอกเบี้ยของคณะกรรมการ กนง. รอบล่าสุดซึ่งเป็นไปตามแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยธนาคารกลางทั่วโลก ขณะที่อัตราเงินเฟ้อของไทยมีโอกาสต่ำที่จะเพิ่มขึ้นอย่างรุนแรง เนื่องจากการแข่งขันรุนแรงของธุรกิจ E-Commerce และระดับราคาน้ำมันดิบโลก

FINNOMENA Investment Team มีมุมมองว่าจะไม่มีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของประเทศไทย ส่งผลดีต่อการลงทุนในตราสารหนี้ระยะกลางในตลาดตราสารหนี้ไทย FINNOMENA Investment Team จึงแนะนำเพิ่มอายุเฉลี่ย (Duration) ของกองทุนตราสารหนี้ไทย โดยแนะนำให้ปรับลดสัดส่วนการลงทุนใน CIMB-PRINCIPAL IFIXED-A (50%) ซึ่งมีอายุเฉลี่ยของตราสารหนี้ในพอร์ตประมาณ 1.8 ปี และเพิ่มสัดส่วนการลงทุนใน KFAFIX (50%)ที่มีอายุเฉลี่ยของตราสารหนี้ในพอร์ตประมาณ 2.95 ปี

CIMB-PRINCIPAL IPROP-A (15%) → LHTPROP (15%)

FINNOMENA Investment Team แนะนำปรับลดน้ำหนัก CIMB-PRINCIPAL IPROP-A (15%)

ดัชนี FSTREI ซึ่งเป็นตัวแทนกลุ่มอสังหาฯ และ REITs ของสิงคโปร์ปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเช่นเดียวกับกลุ่มอสังหาฯ และ REITs ประเทศไทย การปรับตัวของกลุ่มอสังหาฯ และ REITs ของสิงคโปร์ เนื่องจากตลาดคาดว่า Supply อสังหาฯ โดยเฉพาะประเภทออฟฟิศจะลดลงมากในช่วง 2-3 ปีต่อจากนี้ ส่งผลให้ส่งผลให้อัตราการปันผล (Dividend Yield) ของดัชนี FSTREI ลดลงมาที่ 4.62% ขณะที่ค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 10 ปี อยู่ที่ 6.02%

ด้านส่วนต่างระหว่างอัตราเงินปันผลดัชนี FSTREI และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสิงคโปร์อายุ 10 ปี อยู่ที่ประมาณ 2.57% แตะระดับต่ำที่สุดนับตั้งแต่กลางปี 2013

ดังนั้น FINNOMENA Investment Team มีมุมมองว่า REITs ของสิงคโปร์มีระดับราคาอยู่ในช่วงที่สูงกว่าค่าเฉลี่ย ขณะที่อัตราการปันผลแตะระดับต่ำที่สุดในรอบกว่า 6 ปี ดังนั้น FINNOEMNA Investment Team จึงแนะนำลดสัดส่วนการลงทุนของ CIMB-PRINCIPAL IPROP-A ในพอร์ตการลงทุนแนะนำ GCP ซึ่งกองทุนดังกล่าวมีสัดส่วนการลงทุนในกลุ่มอสังหาฯ และ REITs ประเทศสิงคโปร์อยู่ประมาณ 40%

แนะนำเพิ่มน้ำหนักลงทุนใน LHTPROP (15%)

เมื่อกลับมาพิจารณาดัชนี SETPREIT ซึ่งเป็นตัวแทนกลุ่มอสังหาฯ และ REITs ในตลาดหุ้นไทย พบว่าอัตราการปันผลอยู่ที่ 5.50% ต่ำกว่าระดับค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 10 ปี เพียงเล็กน้อยซึ่งอยู่ที่ระดับ 6.69% ด้านส่วนต่างระหว่างอัตราเงินปันผล (Dividend Yield) ของดัชนี SETPREIT และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทยอายุ 10 ปี อยู่ที่ประมาณ 3.08% ซึ่งอยู่ในระดับใกล้เคียงค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 10 ปี ที่ 3.50% ขณะที่กลุ่มอสังหาฯ ประเภทออฟฟิศยังมีอัตราการเช่าที่สูง และอัตราค่าเช่าเพิ่มสูงกว่าอัตราเงินเฟ้อ ขณะที่การท่องเที่ยวและการบริโภคในประเทศกลับมาฟื้นตัว จึงเป็นปัจจัยหนุนอสังหาฯ ประเภทโรงแรม

FINNOMENA Investment Team จึงแนะนำลงทุนใน LHTPROP เนื่องจากอัตราการปันผลและส่วนต่างกับอัตราผลตอบแทนพันธบัตรอยู่ในระดับที่เหมาะสมกับช่วงปลายวัฏจักรเศรษฐกิจและแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยขาลงตามแนวทางการลงทุน Yield Play Theme

TOP 5

FINNOMENA PORT Strategy เดือนเมษายน : ดอกเบี้ยกลับทิศสู่ขาลงหนุนการลงทุนธีม Yield Play

ตลาดหุ้นทั่วโลกยังอยู่ในภาวะที่ความเสี่ยงเพิ่มสูงขึ้น FINNOMENA Investment Teamยังแนะนำกระจายลงทุนในหลายสินทรัพย์ถือเป็นสิ่งที่จำเป็นและสัดส่วนสินทรัพย์แต่ละชนิดของพอร์ท TOP 5 มีความเหมาะสม ขณะที่หุ้นไทยซึ่งมีขนาด 40% ของพอร์ท ซึ่งถูกความไม่แน่นอนทางการเมืองกดดันให้ไม่สามารถปรับเพิ่มขึ้นได้ตามตลาดอื่นทั่วโลก แต่ถ้าหลังจากนี้มีการจัดตั้งรัฐบาลได้สำเร็จ FINNOEMNA Investment Team มีมุมมองว่าบรรยากาศการลงทุนจะกลับมาอีกครั้ง

1st Million / GOAL

FINNOMENA PORT Strategy เดือนเมษายน : ดอกเบี้ยกลับทิศสู่ขาลงหนุนการลงทุนธีม Yield Play
FINNOMENA PORT Strategy เดือนเมษายน : ดอกเบี้ยกลับทิศสู่ขาลงหนุนการลงทุนธีม Yield Play

สำหรับพอร์ตการลงทุน Goal และ 1st Million FINNOMENA Investment Teamแนะนำลงทุนด้วยกลยุทธ์ Dollar Cost Average (DCA) อย่างสม่ำเสมอ ซึ่งจะให้อัตราผลตอบแทนที่ดีในระยะยาวจากการถัวเฉลี่ยความเสี่ยงและต้นทุน ด้วยการกระจายการลงทุนตามระยะเวลา เมื่อประกอบกับพอร์ตการลงทุนได้มีการจัด Assets Allocation ซึ่งประกอบไปด้วยทั้งสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างทองคำ ตราสารหนี้ และสินทรัพย์เสี่ยงอย่างกองทุนหุ้นตามระดับความเสี่ยง ที่จะช่วยให้เกิดผลตอบแทนจากการลงทุนตามคาดหวังในระยะยาว ภายใต้ความผันผวนที่เลือกไว้

World / SET Immunity

FINNOMENA PORT Strategy เดือนเมษายน : ดอกเบี้ยกลับทิศสู่ขาลงหนุนการลงทุนธีม Yield Play
FINNOMENA PORT Strategy เดือนเมษายน : ดอกเบี้ยกลับทิศสู่ขาลงหนุนการลงทุนธีม Yield Play

เมื่อพิจารณาจากแนวโน้มพื้นฐานเศรษฐกิจทั่วโลกจากตัวเลขสำคัญทางเศรษฐกิจที่ประกาศออกมาลดลงอย่างต่อเนื่อง การปรับลดประมาณการทางเศรษฐกิจ และนโยบายการเงินเชิงผ่อนคลายของธนาคารกลางทั่วโลก พบว่าทั้งภาวะเศรษฐกิจและแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยเข้าสู่ช่วงปลายวัฎจักร (Late Cycle) อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงทางเศรษฐกิจที่กล่าวไปข้างต้นเป็นปัจจัยหนุนให้สินทรัพย์ประเภท Yield Playอาทิเช่น ตราสารหนี้ กองทุนอสังหาฯ และ REITs รวมไปถึงทองคำมีโอกาสสร้างผลตอบแทนได้ดีในยามตลาดทุนผันผวน

โดยสรุป กลยุทธ์การลงทุนประจำเดือน เมษายน 2562 การชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกมีสัญญาณชัดขึ้น ขณะที่เงินเฟ้ออยู่ในระดับต่ำต่อเนื่อง ส่งผลให้การลงทุนในธีม Yield Play อย่าง REITs, ตราสารหนี้ระยะยาว มีความน่าสนใจ เช่นเดียวกับทองคำที่มักทำผลตอบแทนได้ดีในยามตลาดทุนผันผวน FINNOEMNA Investment Team ยังคงแนะนำให้ Underweight ในส่วนของตราสารทุน และรอจังหวะเข้าลงทุนหากดัชนีราคาปรับลดลงมามาก ๆ หรือปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจ และแนวโน้มผลประกอบการกลับมาดีขึ้น

FINNOMENA Investment Team

โปรดทราบ สำหรับลูกค้าฟินโนมีนาที่ลงทุนใน FINNOMENA PORT และได้รับบทความนี้ แต่ยังไม่ได้รับอีเมลและ/หรือ Notification ในการแจ้งสัดส่วนเงินในการเข้าลงทุน อาจเกิดจาก

1) ท่านอยู่ระหว่างการทำรายการซื้อขายกองทุน ซึ่งทางฟินโนมีนาจะแจ้งเตือนอีกครั้งภายใน 1 สัปดาห์หลังจากการทำรายการซื้อขายเสร็จสิ้น 2) ท่านมีจำนวนเงินลงทุนต่ำกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำที่แนะนำ

หมายเหตุ หากท่านไม่ประสงค์ที่จะรอรับการแจ้งเตือน ท่านสามารถดูรายละเอียดของพอร์ตการลงทุนที่แนะนำผ่านทางเว็บไซต์และแอปพลิเคชั่นของฟินโนมีนาพร้อมปรับพอร์ตเข้าลงทุนได้ทันที สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ LINE ID: @finnomenaport

คำเตือน ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลสำคัญของกองทุนโดยเฉพาะนโยบายกองทุน ความเสี่ยง และผลการดำเนินงานของกองทุน โดยสามารถขอข้อมูลจากผู้แนะนำก่อนตัดสินใจลงทุน | ผลการดำเนินงานในอดีต / ผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต| ผู้ลงทุนอาจมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน เนื่องจากการป้องกันความเสี่ยงขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้จัดการกองทุน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...