โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

ฟังก์ชันคูล ๆ ในเครื่องแบบตำรวจ ทหาร - เพจฉันเรียนแฟชั่นที่มิลาน

TOP PICK TODAY

เผยแพร่ 22 ก.พ. 2563 เวลา 17.00 น. • เพจฉันเรียนแฟชั่นที่มิลาน

เครื่องแบบและชุดเกราะของตำรวจ ทหาร นั้นแฝงอยู่ในชีวิตประจำวันของเรามาตลอดตั้งแต่บทเรียนในการฝึกรด. (รักษาดินแดน) ไปจนถึงคอสตูมนักแสดงในหนังแอคชั่นต่าง ๆ ถ้าจะพูดถึงหน้าตาของชุดเกราะกันกระสุน หรือเครื่องแบบลายพรางของทหาร ทุก ๆ คนคงจะร้องอ๋อทันทีเลย แต่ถ้าให้ตอบว่า ทำไมมันต้องเป็นลายพรางสีเขียว และเค้าทำเสื้อเกราะกันยังไง มันถึงกันกระสุนได้ หลายคนอาจจะมีคำถามขึ้นมาในหัวเหมือนกัน ว่าแล้วก็ไปหาคำตอบได้ในบทความนี้เลยค่า

ชุดเกราะกันกระสุน (Bulletproof Vest)

 ในภารกิจที่คุณตำรวจต้องเผชิญกับอันตรายต่าง ๆ ที่อาจต้องปะทะกับคู่ต่อสู้ที่ถืออาวุธปืน ชุดเกราะกันกระสุนเป็นหนึ่งไอเทมช่วยชีวิตของคุณตำรวจที่จะขาดไปไม่ได้เลย เพราะคุณสมบัติของเนื้อในเสื้อเกราะที่ผลิตมาจากผ้าใย Kevlar ที่ซ้อนกันประมาณ 8-25 ชั้น ซึ่งเป็นใยสังเคราะห์ชนิดพิเศษสามารถกันกระแทก สารเคมี และความร้อนได้ดี และแข็งแรงกว่าแผ่นเหล็กถึง 5 เท่าเลยนะ เวลาที่กระสุนปืนยิงถูกเสื้อเกราะตัวนี้ ตัวใย Kevlar ที่ซ้อนกันอยู่ข้างในจะรองรับกระสุนไว้ไม่ให้เข้าถึงร่างกายคนใส่ได้ ถึงแม้ว่าเสื้อเกราะจะช่วยลดอัตราเสี่ยงต่อการถูกยิงก็จริงแต่แรงปะทะของกระสุนปืนก็ยังคงรุนแรงอยู่จนทำให้เกิดอาการช้ำหรือบาดเจ็บเล็ก ๆ แทน

 อีกหนึ่งวัสดุที่ถูกใช้ในการบุเสื้อเกราะบ่อยพอ ๆ กับใย Kevlar คือวัสดุที่มีชื่อว่า Spectra เป็นแผ่นพลาสติกที่ถูกเคลือบด้วยเรซินและฟิล์มชนิดพิเศษจนมีความแข็งแรงพอ ๆ กับใย Kevlar เลย นอกจากนั้นพวกเซรามิก หรือ แผ่นโลหะก็มีเช่นกัน ขอบอกไว้ก่อนนะว่าเสื้อเกราะกันกระสุนน่ะ ไม่ใช่ใคร ๆ ก็มีได้ อย่างในไทยต้องมีใบอนุญาติเท่านั้น อีกเรื่องคือมันใส่ไม่สบายมาก ๆ เลยล่ะ ด้านนอกของเสื้อเกราะทำมาจากผ้าพวกไนล่อนหรือโพลีเอสเตอร์ ซึ่งผ้าพวกนี้ รวมทั้งวัสดุบุด้านในมันระบายอากาศได้ไม่ดีเท่าไร ทำให้ร้อน เหงื่อไม่ค่อยระบายออก แต่จุดประสงค์หลักของมันคือออกแบบมาให้ป้องกันคนใส่เป็นหลักหนิเนอะ และถึงแม้ว่าจะไม่ได้ป้องกันอาวุธสงครามได้ (สั้นๆ คือป้องกันปืนทุกชนิดไม่ได้) แต่มีไว้ก็อุ่นใจปลอดภัยกว่าไม่มีแน่นอน

ลายพรางทหาร (Military Camouflage)

 แนวคิดการพรางตัวเพื่อเอาชีวิตรอดของสัตว์ในป่าใหญ่เป็นต้นกำเนิดของลวดลายพรางทหาร ย้อนกลับไปในช่วงปี 1914 ที่เป็นจุดกำเนิดของสงครามโลกครั้งที่ 1 ทางกองทัพฝรั่งเศสได้เริ่มว่าจ้างกลุ่มศิลปินให้วาดลวดลายของเครื่องแบบทหารให้มีสีสันและลวดลายเลียนแบบต้นไม้ใบหญ้าเพื่อช่วยพรางตัวทหารให้กลมกลืนไปกับธรรมชาติรอบ ๆ เพื่อหลอกสายตาศัตรู นอกจากการเพ้นท์ลายเสื้อผ้าทหารในยุคนั้น เหล่าอาวุธและที่อยู่อาศัยชั่วคราวของเหล่าทหารก็ยังถูกเพ้นท์เพื่อหลอกสายตาศัตรูเช่นเดียวกัน ซึ่งการหลอกสายตาศัตรูนั้นทำให้เกิดความสับสนทางด้านระยะและทิศทางของฝ่ายตรงข้าม เลยทำให้การต่อสู้ของศัตรูเป็นไปได้ยากมากขึ้น

เข็มขัดตำรวจ (Police Duty Belt)

 คุณตำรวจที่ต้องออกลาดตระเวนไปตามสถานที่ต่าง ๆ ต้องมีความพร้อมในการรับมือกับเหตุการณ์ไม่คาดคิด อย่างความรุนแรงขนาดย่อม ๆ รวมไปถึงสถานการณ์ที่ต้องจับตัวคนร้าย ดังนั้นเข็มขัดของคุณตำรวจจึงต้องเป็นเข็มขัดที่สามารถพกอุปกรณ์สำคัญ ๆ ได้อย่างหลากหลายเช่น กุญแจมือ กระสุนสำรอง ปืน ไฟฉาย กระบอง ฯลฯ เข็มขัดตำรวจในปัจจุบันนั้นมีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างมากจากในอดีตที่นายพลชาวอังกฤษชื่อ Samuel Browne เป็นคนคิดค้นขึ้น โดยเข็มขัดทำมาจากหนังสัตว์และมีสายคาดผ่านลำตัวเพื่อรองรับน้ำหนักอาวุธ แต่จากนั้นก็ได้มีการนำสายคาดตัวออกและเปลี่ยนวัสดุสายคาดจากหนังสัตว์กลายเป็นผ้าใยสังเคราะห์อย่างไนลอน เพื่อสุขภาพและความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยที่เข็มขัดรุ่นใหม่ที่ทำมาจากไนลอนนั้นจะมีการบุด้านในเพื่อรองรับน้ำหนักของอุปกรณ์ต่าง ๆ ไม่ให้ตัวเข็มขัดเกิดการพับหรือม้วนลงทำให้ใส่สบายขึ้นด้วย

 ทีนี้เราก็รู้กันแล้วนะว่าอุปกรณ์และลวดลายของเครื่องแบบและชุดเกราะทหารนอกจากจะดูเท่แล้วยังมีประโยชน์มาก ๆ ในการทำงานและความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ ขอขอบคุณเจ้าหน้าที่หลาย ๆ ท่านที่ตั้งใจปฏิบัติหน้าที่เพื่อรักษาความปลอดภัยให้ประชาชน เป็นกำลังใจให้ตำรวจ ทหารดี ๆ ทุกท่านนะคะ


ติดตามบทความใหม่ ๆ จากเพจฉันเรียนแฟชั่นที่มิลาน ได้ทุกวันอาทิตย์ที่ 1 และ 3 ของเดือน  บน LINE TODAY และหากสามารถอ่านบทความอื่นได้ที่เพจฉันเรียนแฟชั่นที่มิลาน

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...