เถาวัลย์เปรียง บรรเทาปวดข้อ หลัง เอว
เถาวัลย์เปรียง มีชื่อเรียกแตกต่างกันออกไปในแต่ละท้องถิ่น ทางอีสานเรียกว่า เครือตาป่า เครือตับปลา เครือเขาหนัง เถาวัลย์เปรียงแดง เถาวัลย์เปรียงขาว เถาตาปลา พานไสน นครศรีธรรมราชเรียก ย่านเหมาะ
ลักษณะทางพฤษศาสตร์:
เถาวัลย์เปรียง - จัดเป็นไม้เถาเลื้อยเนื้อแข็งขนาดใหญ่ เลื้อยได้ไกลถึง 20 เมตร มีกิ่งเหนียว ทนทาน กิ่งแตกเถายืดยาวอย่างรวดเร็ว ลักษณะชอบเลื้อยพาดพันตามต้นไม้ใหญ่ ถ้ามีเถาที่มีลักษณะใหญ่ เถามักจะบิด ชอบอากาศเย็น แต่แสงแดดจัด ทนแล้งได้ดี ปลูกในที่แล้งดอกจะดก แต่จะมีขนาดเล็กกว่าปลูกในที่ชุ่มชื้น
ใบ - เป็นใบประกอบด้วยใบย่อย 7-9 ใบ ลักษณะเป็นใบกลมและเล็ก คล้ายใบของต้นอัญชัน รูปรีแกมขอบขนาน หรือรูปไข่กลับ ใบหนาแข็ง สีเขียวเข้มเป็นมัน ผิวใบเรียบมัน ขอบเรียบ ปลายแหลมเล็กน้อย
ดอก - ออกเป็นช่อห้อย ตามซอกใบใกล้ปลายกิ่ง ดอกมี 5 กลีบ คล้ายดอกถั่ว สีชมพูอ่อนแกมขาว ออกดอกพร้อมกันทั้งต้น จะออกเป็นช่อสีขาวห้อยลง ส่วนกลีบรองกลีบดอกมีสีม่วงดำ ตรงปลายกลีบดอกจะเป็นสีชมพูเรื่อๆ จะออกดกมากในช่วงเดือน กันยายน-พฤศจิกายน และจะส่งกลิ่นหอมอ่อนๆตั้งแต่ตอนเย็น
ผล - ออกเป็นฝักแบนๆ ภายในจะมีเมล็ดอยู่ประมาณ 2-4 เมล็ด ขยายพันธุ์ โดยการเพาะเมล็ด หรือแยกไหลใต้ดิน
ประโยชน์ของเถาวัลย์เปรียง:
เถา - มีรสเฝื่อนเล็กน้อย จึงมีสรรพคุณในการใช้เป็นยาถ่ายเสมหะลงสู่ทวารหนัก ถ่ายเส้นและกษัย รักษาเส้นเอ็นขอด รักษาปัสสาวะพิการ ขับปัสสาวะ รักษาโรคบิด โรคไอ โรคหวัด ราก - มีสารพวก Flavonol ที่มีชื่อว่า สคาเดอนิน และ นันลานิน (scadenin, nallanin) ใช้เป็นยาเบื่อปลา แต่ไม่มีคุณสมบัติฆ่าแมลง ในตำรับยาไทย ใช้เป็นยารักษาอาการไข้ เป็นยาอายุวัฒนะ และขับปัสสาวะ มีคำแนะนำให้ใช้เถา นำมาคั่วชงน้ำกินแก้ปวดเมื่อย
สรรพคุณในทางเป็นยาสมุนไพร :
ขับโลหิตเสียของสตรี วิธีใช้ ใช้เถาวัลย์ทั้งห้าสดๆต้มกับน้ำ นำน้ำที่ได้มาใช้ดื่มแทนน้ำ
ทำให้มดลูกเข้าอู่ วิธีใช้ ให้นำเถาสดมาทุบให้ยุ่ย แล้ววางทาบลงบนหน้าท้องนำหม้อเกลือที่ร้อนมานาบลงไปบนเถาวัลย์เปรียง จะช่วยให้มดลูกเข้าอู่เร็ว