เรื่องของ ซาตาน และการนับถือ "ลัทธิซาตาน" ที่มีสาวกมากกว่าแสนคน
ตามคติศาสนาอับราฮัม ซาตาน หมายถึง “ศัตรู หรือ ปฏิปักษ์” หรือ ซามาเอล เป็นสิ่งที่นำพาความชั่วร้ายและเป็นผู้ชักจูงมวลมนุษย์ไปในทางที่ผิด ในบางศาสนาสอนว่าซาตานคือทูตสวรรค์ที่เคยเปี่ยมด้วยความงดงามและเป็นที่เคารพ คัมภีร์ของหลายศาสนาล้วนบอกตรงกันว่าซาตานเป็นผู้ทำให้เกิดสงครามบนสวรรค์จนตัวเองตกจากสวรรค์
ซาตาน มารผู้เคยครั้งหนึ่งเคยเป็นเทพ
ในคัมภีร์ไบเบิลภาคพันธสัญญาใหม่ มักไม่ค่อยกล่าวถึงชื่อ “ซาตาน” โดยตรง บ้างก็ใช้คำว่า “มาร” บ้างก็ใช้คำว่า “มังกร” (ในนิกายคาทอลิก) บ้างก็ใช้คำว่า “พญานาค” (ในนิกายโปรเตสแตนต์) คำเรียกอื่นของซาตานได้แก่ ทูตของพระยาห์เวห์, ทูตขององค์พระผู้เป็นเจ้า, ผู้ขัดขวาง หรือ ผู้ต่อต้าน, งูดึกดำบรรพ์, พญานาค, มังกร, มารร้าย, และซามาเอล (ที่แปลว่า พิษของพระผู้เป็นเจ้า)ลัทธิซาตาน เป็นคำอย่างกว้างที่กล่าวถึงขบวนการทางสังคมขนาดใหญ่ที่มีอุดมการณ์และความเชื่อทางปรัชญาที่หลากหลาย ลักษณะที่พบร่วมกัน คือ ความเกี่ยวข้องหรือความศรัทธาเชิงสัญลักษณ์ต่อซาตาน ซึ่งนักลัทธิซาตานมองว่าเป็นภาพลักษณ์ของการปลดปล่อย ก่อนหน้านั้นมีลักษณะเป็นองค์กรลับๆ มาเริ่มต้นอย่างเป็นทางการใน ปี พ.ศ. 2509 ในชื่อ ศาสนจักรซาตาน ในปี พ.ศ. 2533 คาดว่ามีผู้บูชาซาตานจำนวน 50,000 คน และอาจมีมากที่สุดถึง 100,000 คนทั่วโลก แบ่งได้เป็นสองประเภทคือ แบบเชื่อในพระเจ้า กับ แบบไม่เชื่อว่าพระเจ้ามีอยู่จริงส่วน เบิลซาตาน เป็นหนังสือรวบรวมชุดของบทความ บันทึกสังเกตการณ์ และพิธีกรรมที่เกี่ยวกับซาตานจากปรัชญาและความเชื่อของแอนตัน ลาวีใน พ.ศ. 2512 ประกอบด้วยหลักการที่สำคัญของลัทธิซาตานลาวี ทั้งทางด้านปรัชญาและหลักเกณฑ์ของการก่อตั้ง ไบเบิลซาตานไม่ถือว่าเป็นเอกสารศักดิ์สิทธิ์แบบไบเบิลของศาสนาคริสต์ แต่ผู้นับถือลัทธิซาตานถือว่าเป็นหนังสือที่มีอำนาจ และมีสถานะเทียบเท่าคัมภีร์[2] โดยหนังสือแบ่งออกเป็น 4 ส่วนตามเนื้อหา ได้แก่ The Book of Satan, The Book of Lucifer, The Book of Belial และ The Book of Leviathan ปัจจุบันมียอดขายกว่า 3 ล้านเล่มทั่วโลก
เครดิต – wikipedia