โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ประกันรายได้ยางปี2 เริ่มแล้ว ชาวสวนยางบัตรเขียว-บัตรชมพู ได้เงินเหมือนกันหมด

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 05 ส.ค. 2565 เวลา 05.47 น. • เผยแพร่ 11 ธ.ค. 2563 เวลา 06.22 น.

“จุรินทร์” ชี้ประกันรายได้ยางพาราปี2 ชาวสวนยางทั้งบัตรเขียว-บัตรชมพู ได้เงินเหมือนกัน เคาะประกันงวดนี้จ่ายให้ยางก้อนถ้วย น้ำยางสด ส่วนยางดิบราคาพุ่ง

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวระหว่างเป็นประธาน Kick off การจ่ายโอนเงินส่วนต่างประกันรายได้ชาวสวนยางพาราปีที่ 2 ว่า ตามที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้เห็นชอบสำหรับเกษตรกรที่ถือบัตรสีเขียวหรือผู้มีเอกสารสิทธิและที่ถือบัตรสีชมพูหรือเกษตรกรกลุ่มด้อยโอกาสที่แจ้งปลูก จะได้รับเงินส่วนต่างจากโครงการประกันรายได้ชาวสวนยางพาราในครั้งนี้ด้วย

โดยปัจจุบันเกษตรกรผู้ถือบัตรสีเขียวมีประมาณ 9.6 แสนราย ส่วนผู้ถือบัตรสีชมพูจะมีประมาณ 3.4 แสนราย รวมแล้วจะมีเกษตรกรชาวสวนยางที่จะได้รับสิทธิเงินส่วนต่างประมาณ 1.3 ล้านรายทั่วประเทศ แต่การประกาศราคาเกณฑ์กลางอ้างอิงครั้งนี้ เกษตรกรจะได้รับการชดเชยยาง 2 ชนิด คือยางก้อนถ้วย น้ำยางสดเท่านั้น เพราะน้ำยางดิบราคายางสูงกว่าราคาประกันรายได้

สำหรับโครงการนี้ครอบคลุมเกษตรกรชาวสวนยางพื้นที่ปลูกยางพารากว่า 18 ล้านไร่ โดยยึดหลักเกณฑ์เดิมตามโครงการระยะที่ 1 ในการประกันรายได้ยาง 3 ชนิด

คือ 1) ยางแผ่นดิบคุณภาพดี ราคา 60 บาทต่อกิโลกรัม 2)น้ำยางสด (DRC 100%) ราคา 57 บาทต่อกิโลกรัม และ3)ยางก้อนถ้วย (DRC 50%) ราคา 23 บาทต่อกิโลกรัม โดยกำหนดปริมาณผลผลิตยางที่จะประกันรายได้ คือ ผลผลิตยางแห้ง (DRC 100%) จำนวนไม่เกิน 20 กิโลกรัม/ไร่/เดือน และผลผลิตยางก้อนถ้วย (DRC 50%) จำนวนไม่เกิน 40 กิโลกรัม/ไร่/เดือน

สำหรับเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการ จะต้องขึ้นทะเบียนกับการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) เป็นสวนยางอายุ 7 ปีขึ้นไปที่เปิดกรีดยางไปแล้วรายละไม่เกิน 25 ไร่ มีสัดส่วนแบ่งรายได้ระหว่างเจ้าของ 60% และคนกรีดยาง 40% ส่วนระยะเวลาโครงการ เดือนกันยายน 2563 – กันยายน 2564

รายงานข่าวการยางแห่งประเทศไทย ระบุว่าสำหรับจังหวัดพังงา ข้อมูลโครงการประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนยางจังหวัดพังงาพื้นที่สวนยางทั้งหมด 734,430 ไร่ชาวสวนยางขึ้นทะเบียนและแจ้งพื้นที่ปลูกยางกับการยางแห่งประเทศไทยจำนวน 34,095 รายเนื้อที่สวนยางบัตรสีเขียว 20,694 ราย พื้นที่ 302,904 ไร่ บัตรสีชมพู 13,401 รายพื้นที่ 214,509 ราย โดยเมื่อปีก่อนเกษตรกรชาวสวนยางได้รับเงินช่วยเหลือไปแล้วจำนวน 20,600 ราย

ส่วนปีนี้โครงการประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนยางระยะที่2 จ่ายเงินรอบที่หนึ่งในวันที่ 11 ธันวาคม 2563 เกษตรกรพังงาได้รับเงินช่วยเหลือ 16,421 ราย แบ่งเป็นบัตรเขียวจำนวน 13,652 ราย บัตรชมพูจำนวน 4179 รายแต่งวดนี้ชดเชยเฉพาะยางก้อนถ้วยและน้ำยางสดเนื่องจากราคายางแผ่นดิบสูงกว่าราคาประกัน

ด้านนายณกรณ์ ตรรกวิรพัท ผู้ว่าการยางแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ส่วนมาตรการเสริมที่รัฐบาลอนุมัติซึ่งเป็นมาตรการคู่ขนาน กับนโยบายประกันรายได้ คือ 1. มาตรการกำกับดูแลด้านปริมาณ ผู้ประกอบกิจการยางที่มีปริมาณการรับซื้อตั้งแต่เดือนละ 5,000 กก.ขึ้นไป แจ้งปริมาณการซื้อ ปริมาณการจำหน่าย ปริมาณการใช้ไป ปริมาณคงเหลือ และ สถานที่เก็บสินค้ายางพารา ตลอดจนให้จัดทำบัญชีคุมรายวัน

2.ส่งเสริมการใช้ยางของหน่วยงานภาครัฐ ระหว่าง ต.ค. 2562 – ก.ย. 2565 และ3.โครงการสนับสนุนสินเชื่อ 5 โครงการ คือ โครงการสนับสนุนเงินทุนหมุนเวียนแก่สถาบันเกษตรกรเพื่อใช้ในการรวบรวมยาง วงเงิน 10,000 ล้านบาท ระยะเวลาจ่ายเงินกู้ 1 เม.ย. 2563 – 31 มี.ค. 2564 โครงการสนับสนุนสินเชื่อสถาบันเกษตรกรเพื่อแปรรูปยางพารา วงเงิน 5,000 ล้านบาท ระยะเวลาดำเนินงาน 1 ก.ย. 2557 – 31 ธ.ค. 67

โครงการสนับสนุนสินเชื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียนแก่ผู้ประกอบกิจการยาง (ยางแห้ง) (20,000 ล้านบาท) ระยะเวลาดำเนินงาน ม.ค. 2563 – ธ.ค. 2564 โครงการสนับสนุนสินเชื่อผู้ประกอบการผลิตผลิตภัณฑ์ยาง วงเงินสินเชื่อ 25,000 ล้านบาท ระยะเวลาโครงการ ปี 2559 – 2569 โดยสนับสนุนวงเงินชดเชยดอกเบี้ยเงินกู้ อัตราร้อยละ 3 ไม่เกิน 600 ล้านบาท

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...