โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

จีนยังนำหน้า ‘สหรัฐฯ’ ครองตำแหน่ง ‘คู่ค้าเบอร์หนึ่ง’ ของอียู

Xinhua

เผยแพร่ 17 ธ.ค. 2563 เวลา 07.53 น.
(แฟ้มภาพซินหัว : รถยนต์โมเดล 3 ของเทสลาที่ผลิตในจีน เตรียมจะถูกส่งออกไปยังยุโรปผ่านท่าเรือไว่เกาเฉียว ในมหานครเซี่ยงไฮ้ทางตะวันออกของจีน วันที่ 19 ต.ค. 2020)

บรัสเซลส์, 17 ธ.ค. (ซินหัว) -- เมื่อวันพุธ (16 ธ.ค.) สำนักงานสถิติแห่งสหภาพยุโรป (Eurostat) รายงานสถิติเมื่อนับถึงเดือนตุลาคมที่ผ่านมาว่า จีนยังคงเป็นคู่ค้าอันดับ 1 ของสหภาพยุโรป (EU) โดยได้แซงหน้าสหรัฐฯ และครองตำแหน่งนี้มาตั้งแต่เดือนกรกฎาคม

ทั้งนี้ ปริมาณการค้าสินค้าระหว่างสหภาพยุโรปกับจีนในช่วง 10 เดือนแรกอยู่ที่ราว 4.77 แสนล้านยูโร (ราว 17.42 ล้านล้านบาท) เพิ่มขึ้นร้อยละ 2.2 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2019

ขณะที่ปริมาณการค้าสินค้าระหว่างสหภาพยุโรปกับสหรัฐฯ ในช่วงเวลาเดียวกันนี้ลดลงเหลือ 4.6 แสนล้านยูโร (ราว 16.8 ล้านล้านบาท) ลดลงร้อยละ 11.2 เมื่อเทียบกับปีก่อน

ปริมาณการค้าระหว่างประเทศของสหภาพยุโรปดิ่งฮวบตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์เป็นต้นมา จนแตะระดับต่ำสุดในเดือนเมษายน หลังจากที่องค์การอนามัยโลกระบุว่ายุโรปเป็นศูนย์กลางการระบาดของโรคโควิด -19 ช่วงกลางเดือนมีนาคม

จากนั้นในเดือนพฤษภาคม การค้าสินค้าปรับตัวดีขึ้นและยังคงทรงตัวในเดือนมิถุนายน แต่ยังมีปริมาณต่ำกว่าระดับก่อนเกิดการระบาด

โดยในเดือนตุลาคม สหภาพยุโรปส่งออกสินค้ามูลค่า 1.78 แสนล้านยูโร (ราว 6.52 ล้านล้านบาท) ลดลงร้อยละ 10.3 เมื่อเทียบเป็นรายปี และนำเข้าสินค้าเป็นมูลค่ารวม 1.50 แสนล้านยูโร (ราว 5.5 ล้านล้านบาท) ลดลงร้อยละ 14.3 เมื่อเทียบกับเดือนตุลาคม 2019

 

แฟ้มภาพซินหัว : รถไฟบรรทุกสินค้าจีน-ยุโรป ออกจากสถานีผู่เถียน นครเจิ้งโจว มณฑลเหอหนานทางตอนกลางของจีน มุ่งหน้าสู่กรุงเฮลซิงกิ เมืองหลวงของฟินแลนด์ วันที่ 20 พ.ย. 2020)

 

แฟ้มภาพซินหัว : รถไฟบรรทุกสินค้าจีน-ยุโรป ออกจากสถานีผู่เถียน นครเจิ้งโจว มณฑลเหอหนานทางตอนกลางของจีน มุ่งหน้าสู่กรุงเฮลซิงกิ เมืองหลวงของฟินแลนด์ วันที่ 20 พ.ย. 2020)
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...