โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

นกหัสดีลิงค์เทินบุษบกในพิธีถวายเพลิงศพครูใหญ่หลวงพ่อคูณ ก่อสร้างตามวิถีโบราณ

JS100

เผยแพร่ 29 ม.ค. 2562 เวลา 06.00 น. • JS100:จส.100
นกหัสดีลิงค์เทินบุษบกในพิธีถวายเพลิงศพครูใหญ่หลวงพ่อคูณ ก่อสร้างตามวิถีโบราณ

นกหัสดีลิงค์เทินบุษบกในพิธีถวายเพลิงศพครูใหญ่หลวงพ่อคูณ ในวันนี้ เป็นนกหัสดีลิงค์ในตำนานป่าหิมพานต์ตัวที่ใหญ่ที่สุดเท่าเคยสร้างในงานถวายเพลิงพระเถระชั้นผู้ใหญ่ในประเทศไทย โดยฐานบุษบกสร้างเป็นรูป 8 เหลี่ยม กว้าง 16 เมตร ความสูงของนกหัสดีลิงค์เทินบุษบกตัวนี้ 22.60 เมตร  ราวบันไดรอบเมรุทั้ง 4 ด้านประดับด้วยงานปั้นพญานาคหนึ่งเศียร รายล้อมด้วยสัตว์บริวารจากป่าหิมพานต์สีขาวล้วนหลากหลายชนิด ทั้ง 4 ทิศ เพื่อสร้างบรรยากาศให้เหมือนอยู่บนเขาพระสุเมรุ

  ดร.ยุทธพงษ์ มากวิเศษ หรือ อาจารย์ท็อป อาจารย์ประจำภาควิชาวัฒนธรรม ศิลปกรรมและการออกแบบ คณะศิลปกรรมศาสตร์ ม.ขอนแก่น ในฐานะครูช่างสร้างนกหัสดีลิงค์ เปิดเผยว่าตามวิถีโบราณจะใช้วิธีการเขียนลายก็สามารถทำให้ผิวนกเกลี้ยงได้ แต่โจทย์ของตัวนกหัสดีลิงค์ตัวนี้ที่ต้องเป็นสีขาว สื่อถึงความเรียบง่าย สมเกียรติ ความบริสุทธิ์ ยกเว้นส่วนบนยอดฉัตรนกหัสดีลิงค์จะเป็นสีทอง  จึงต้องสร้างมิติให้เห็นความสวยงาม ด้วยการปั้นรูปนูนต่ำออกมาเพื่อให้เกิดแสง เงา รูปนูนต่ำที่ทำขึ้นก็นำสิ่งที่เกี่ยวข้องกับองค์หลวงพ่อคูณมาใช้ คือนำส่วนประกอบของดอกคูณ ทั้งใบ เกสรมาเป็นแนวทางออกแบบตัวนก โครงสร้างนกหัสดีลิงค์ทำจากไม้จริงตามหลักวิศวกรรมเพื่อให้รองรับน้ำหนักตามขนาดของตัวนก ส่วนการขึ้นโครงขึ้นรูปนั้นจะกรุด้วยไม้ไผ่ขัดแตะทำเป็นส่วนประกอบอวัยวะส่วนต่างๆ เช่น ปีก หางฯลฯ ทั้งนี้ด้านนอกโครงที่เป็นพื้นผิวตัวนกนั้นใช้การตกแต่งตัดแปะด้วยกระดาษเทคนิค Paper marche

ดร.ยุทธพงษ์ กล่าวต่อว่า หลังสร้างและตกแต่งเสร็จ จึงมีพิธีเบิกเนตร และทุกวันในช่วงเวลาประมาณ 16.00 น.จะทำการ “ขับนก” คือให้นกเคลื่อนไหวตามกลไกที่สร้างไว้ ที่ต้องขับนกเป็นประจำทุกวันไปจนกว่าถึงวันถวายเพลิงนั้น ในเชิงช่างถือเป็นการเช็คความพร้อมของระบบกลไก ขณะเดียวกันก็อยากให้ประชาชนเห็นว่านกสามารถเคลื่อนไหวได้จริง การเคลื่อนไหวของนกหัสดีลิงค์นั้นไม่ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาช่วย โดยจะยึดตามขนบโบราณทุกประการ คือใช้กลไกเชือกชักรอกและคานกระดกเท่านั้น โดยมีคน 8 คนอยู่ภายในตัวนกคอยชักรอกบังคับให้การเคลื่อนไหวเป็นไปตามกลไกที่ทำไว้ คือปากบน 2 คน, ปากล่าง 2 คน, ตา 2 คน, งวง 2 คน และ คอนกอีก 2 คน   โดยในวันพระราชทานเพลิงหลังจากเคลื่อนย้ายสรีระองค์หลวงพ่อคูณจาก มข.มายังเมรุลอยชั่วคราวนี้เสร็จแล้ว นกหัสดีลิงค์ตัวนี้จะมีการขับนกเป็นยก หรือเป็นครั้งไป ครั้งละประมาณ 15 นาที จนถึงเวลา 6 โมงเย็นเมื่อนางสีดาทำพิธีฆ่านกหัสดีลิงค์เสร็จ กลไกทุกอย่างหยุดทันที คนขับนกต้องออกมาจากตัวนกและไม่กลับเข้าไปอีก  ตามตำนานล้านนาที่กล่าวถึง นกหัสดีลิงค์ เล่าว่า สมัยโบราณหลายพันปีมาแล้ว ในนครตักกศิลาเชียงรุ้งแสนหวีฟ้ามหานคร พระมหากษัตริย์แห่งนครนั้นถึงแก่สวรรคต ตามธรรมเนียมต้องอัญเชิญพระศพออกไปฌาปนกิจที่ทุ่งหลวง ในครั้งนั้นพระมหาเทวีให้จัดการพระศพตามโบราณประเพณี ได้แห่พระศพออกจากพระราชวังไปยังทุ่งหลวงเพื่อถวายพระเพลิง ขณะนั้นมีนกสักกะไดลิงค์ หรือนกหัสดีลิงค์ ซึ่งกินเนื้อสัตว์เป็นอาหารบินมาจากป่าหิมพานต์ นกได้เห็นพระศพคิดว่า เป็นอาหารของเขา จึงบินโฉบลงมาเอาพระศพจะไปกิน เมื่อพระมหาเทวีเห็นเช่นนั้นก็ประกาศให้คนดีต่อสู้นกหัสดีลิงค์เพื่อเอาพระศพคืนมา คนทั้งหลายก็อาสาต่อสู้นกหัสดีลิงค์ไม่ได้ ถูกนกหัสดีลิงค์จับกินหมด  แต่ได้มีธิดาแห่งพญาตักกศิลาเข้ารับอาสาสู้นกหัสดีลิงค์ นางมีนามว่า "สีดา" นางได้ใช้ศรอาบยาพิษยิงนกหัสดีลิงค์ถึงแก่ความตาย และลงมาพร้อมพระศพแห่งกษัตริย์องค์นั้น พระมหาเทวีจึงโปรดสั่งให้ช่างทำเมรุคือหอแก้วบนหลังนกหัสดีลิงค์แล้วเชิญ พระศพขึ้นประดิษฐานบนหลังนกหัสดีลิงค์ แล้วถวายพระเพลิงไปพร้อมกัน … คุณดาววิน จอมแปง ผจก.ออนไลน์ รายงานจากจ.ขอนแก่น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...