Lifetime License, Perpetual License และ Subscription License ในซอฟต์แวร์คืออะไร ? ต่างกันอย่างไร ?
Lifetime License, Perpetual License และ Subscription License ในซอฟต์แวร์คืออะไร ? ต่างกันอย่างไร ?
ในวงการซอฟต์แวร์ที่เสียเงิน (Paid Software) เพื่อได้มาซึ่งสิทธิ์การใช้งานนั้น โดยไม่ว่า ซอฟต์แวร์ นั้นจะเป็น ซอฟต์แวร์ที่ให้ทดลองใช้ก่อนอย่าง แชร์แวร์ (Shareware) หรือ เดโม่ (Demo) หรือซอฟต์แวร์ที่ต้องซื้อตั้งแต่แรกเลย ก็ล้วนแล้วแต่มีรูปแบบการเสียเงินในหลากหลายรูปแบบ เพื่อที่จะให้ได้สัญญาอนุญาตซอฟต์แวร์ (Software License) มาใช้ในองค์กรธุรกิจ (Corporate Use or Business Use) หรือใช้ตามบ้าน (Home Use) ได้อย่างถูกลิขสิทธิ์ และถูกต้องตามกฏหมาย บทความนี้จะพาทุกท่านมาทำความรู้จักกับประเภทของซอฟต์แวร์เสียเงินชนิดต่างๆ ว่ามีอะไรบ้าง ?
โดยในที่นี้จะกล่าวถึงสิทธิ์การใช้งานของ ซอฟต์แวร์ลิขสิทธิ์ (Licensed Software) ในรูปแบบต่างๆ ที่มีอยู่ทั้งหมด 3 รูปแบบหลักๆ ที่ทางผู้พัฒนาซอฟต์แวร์ (Software Developer) หรือ ผู้พัฒนาระบบ (System Developer) นั้นกำหนดขึ้นมา เพื่อให้ลูกค้าสามารถใช้งานได้อย่างเหมาะสม ดังต่อไปนี้
- Lifetime License (สิทธิ์การใช้งานตลอดชีพ)
- Perpetual License (สิทธิ์การใช้งานแบบซื้อขาด)
- Subscription License (สิทธิ์การใช้งานแบบเช่าใช้)
Lifetime License (สิทธิ์การใช้งานตลอดชีพ)
เป็นการจ่ายเงินซื้อสิทธิ์ในการใช้งานซอฟต์แวร์เพียงครั้งเดียวที่ผู้ใช้จะสามารถใช้งานและรับสิทธิ์ในการอัปเกรดเวอร์ชันของซอฟต์แวร์นั้นๆ ได้ตลอดชีพ แต่ในปัจจุบันมักไม่ค่อยเห็นการซื้อขายซอฟต์แวร์ในรูปแบบนี้เท่าไรนัก เพราะถึงแม้ว่าจะสามารถขายได้ในราคาที่สูง แต่บริษัทต่างๆ ก็มองว่าการให้สิทธิ์ในการใช้งานตลอดชีพนั้นทำให้บริษัทขาดโอกาสที่จะได้รับรายได้เพิ่มเติมจากผู้ใช้ ดังนั้นการขายซอฟต์แวร์ในรูปแบบนี้จึงถูกลดความนิยมลง
ภาพจาก : https://www.iemblog.com/wp-content/uploads/2020/03/idman636build7.jpg.webp
Perpetual License (สิทธิ์การใช้งานแบบซื้อขาด)
เป็นการจ่ายเงินซื้อสิทธิ์ในการใช้งานซอฟต์แวร์เพียงครั้งเดียว คล้ายกับ Lifetime License แต่การซื้อขาดนั้นมี ระยะเวลาในการอัปเกรดซอฟต์แวร์และการรับบริการจากทางบริษัทตามเงื่อนไขที่บริษัทกำหนด เท่านั้น ซึ่งเมื่อครบกำหนดระยะเวลาการซัพพอร์ทของทางบริษัทก็จะยังคงสามารถใช้งานซอฟต์แวร์นั้นได้ต่อไป แต่จะไม่สามารถอัปเกรดเวอร์ชันเพิ่มเติมได้ (หรือหากต้องการอัปเกรดเวอร์ชันหรือต่อระยะเวลาการบริการก็จะต้องชำระเงินเพิ่มเติมให้กับทางบริษัท)
ภาพจาก : https://produto.mercadolivre.com.br/MLB-1279117514-pro-tools-ultimate-2019-licenca-perpetua-ilok-cloud-_JM
Subscription License (สิทธิ์การใช้งานแบบเช่าใช้)
สิทธิ์การใช้งานแบบเช่าใช้ ภาษาอังกฤษเรียกว่า "Subscription License" หรือที่มักเรียกกันว่า "SaaS (Software as a Subscription) License" เป็นการ จ่ายเงินซื้อสัญญาการใช้งานซอฟต์แวร์เป็นรายปี (หรือรายเดือน) ตามเงื่อนไขของบริษัท โดยผู้ใช้จะต้องทำการชำระเงินต่อสัญญากับบริษัทตามระยะสัญญาเพื่อใช้งานซอฟต์แวร์นั้นๆ และจะสามารถรับบริการช่วยเหลือหรือทำการอัปเกรดเวอร์ชันของซอฟต์แวร์ได้ตราบเท่าที่ยังคงชำระเงินต่ออายุสัญญา ซึ่งหากผู้ใช้ตัดสินใจยุติการจ่ายเงินก็จะไม่สามารถใช้งานซอฟต์แวร์ได้อีกต่อไป
ภาพจาก : https://www.mln.com.au/img/uploads/images/adobe_creative_cloud_photography_plan_student-teacher.jpg
ความแตกต่างกันของ License ทั้ง 3 ประเภท
Lifetime License Perpetual License Subscription License การชำระเงิน ครั้งเดียว ครั้งเดียว รายเดือน/รายปี
(ตามเงื่อนไขสัญญา) การอัปเกรดเวอร์ชัน ตลอดชีพ ตามเงื่อนไขของบริษัท ตลอดช่วงการต่อสัญญา บริการหลังการขาย ตลอดชีพ
หรือตามข้อตกลงของแต่ละบริษัท ตามเงื่อนไขของบริษัท ตลอดช่วงการต่อสัญญา
ควรเลือกซื้อ License แบบไหนดี ?
เนื่องจากว่าในปัจจุบันนี้ไม่นิยมการจำหน่ายซอฟต์แวร์แบบ Lifetime License แล้ว จึงยกมาเปรียบเทียบเฉพาะแค่ Perpetual License และ Subscription License เท่านั้น ซึ่งในช่วงหลายปีมานี้เราก็จะเห็นได้ว่าซอฟต์แวร์แบบ Subscription License กำลังได้รับความนิยมสูง เพราะด้วยราคาที่ไม่สูงมากจนเกินไปและการยกเลิกสัญญาได้ตามความสะดวกก็ทำให้ลูกค้าจำนวนหนึ่งตัดสินใจชำระเงินได้ง่าย
นอกจากนี้ ทางบริษัทซอฟต์แวร์เองก็ชื่นชอบการจำหน่ายซอฟต์แวร์ในรูปแบบนี้เพราะมีสิทธิ์ที่จะได้เงินทั้งจากลูกค้าขาจรที่มักจะต่อสัญญาเฉพาะในช่วงเวลาที่ต้องการใช้และยกเลิกสัญญาหลังจากใช้งานเสร็จ และจากลูกค้าขาประจำบางคนที่ทำการสมัครแบบหักเงินในบัตรเครดิตในทุกรอบบิลด้วย
แต่สำหรับองค์กรต่างๆ นั้นอาจนิยมซื้อซอฟต์แวร์แบบ Perpetual License ที่สามารถ โอนย้ายสิทธิ์การใช้งาน ให้กับพนักงานคนอื่นๆ ในองค์กรได้ เพราะ License แบบ Subscription นั้นไม่สามารถย้ายสิทธิ์ของผู้ใช้ได้ เนื่องจากมักจะผูกสิทธิ์การใช้งานเข้ากับอีเมลของผู้ใช้แต่ละคน
ภาพจาก : https://factumsoft.com/public/images/blog/20180620-SaaS-vs-Perpetual-License-955.png
ถึงแม้ว่าหากลองคำนวณเทียบระยะเวลาการใช้งานระยะยาวแล้วนั้น การซื้อ Perpetual License จะมีราคาที่ถูกกว่าการจ่ายเงินต่อสัญญา Subscription License ในระยะเวลาที่เท่ากัน แต่ Perpetual License นั้นก็มีค่าใช้จ่ายแฝงอย่างการอย่างการซื้ออัปเกรดเวอร์ชันใหม่ หรือการต่อสัญญาการบริการหลังการขายออกไปอีก ในขณะที่ Subscription License นั้นจะครอบคลุมค่าใช้จ่ายทั้งหมดในระยะสัญญาแต่ละครั้งนั่นเอง
อย่างไรก็ตาม การพิจารณาเลือกซื้อ License แต่ละประเภทของผู้ใช้นั้นก็มักจะต้อง พิจารณาถึงปัจจัยหลายๆ อย่าง โดยเฉพาะในเรื่องของราคา, ความคุ้มค่าในการใช้งาน รวมทั้งลักษณะประเภทของซอฟต์แวร์ร่วมด้วย ซึ่งหากผู้ใช้ประเมินแล้วว่าไม่ได้ใช้งานซอฟต์แวร์นั้นๆ บ่อยมากนักก็อาจมองหาซอฟต์แวร์ตัวอื่นที่มีลักษณะคล้ายคลึงกันและเป็น Freeware มาใช้เพื่อประหยัดเงินได้เช่นกัน