เทคนิคการลดต้นทุนเลี้ยงปลา ด้วยกล้วยสุก
กล้วยน้ำว้า นิยมปลูกทั่วไปตามท้องไร่ท้องนา หรือสวน บางคนก็ทำเป็นอาชีพขายออกสู่ตลาดจำนวนมาก แต่ถ้าดูแลรักษาไม่ดีคงจะให้ผลผลิตน้อย จะส่งผลให้ราคาผลผลิตตกต่ำไม่คุ้มค่ากับการดูแลรักษา แต่ถ้าจะให้ราคาดีนั้นคงต้องผลิตเพื่อการส่งออก แต่สำหรับเกษตรกรผู้มีกิจกรรมอื่นที่ทำอยู่ แรงงานไม่เพียงพอ คงต้องมองหาการแปรรูปหรือการเพิ่มมูลค่าผลผลิตให้มีค่าและราคาที่ดีขึ้น เช่นเกษตรกรที่จังหวัดชัยนาท ได้นำกล้วยน้ำว้าที่สุกงอมมาเป็นอาหารเลี้ยง ปลากดหลวง ก็เป็นการลดต้นทุนและเพิ่มรายได้อย่างน่าสนใจ
ด้วยภูมิปัญญาของคุณประมวล รุ่งทอง หรือที่เพื่อนเกษตรกรเรียกว่า น้าจุก วัย 57 ปี บ้านเลขที่ 70 หมู่ 4 ต.ท่าชัย อ.เมืองชัยนาท จ.ชัยนาท เป็นเกษตรกรผู้เลี้ยงปลาในกระชังริมแม่น้ำเจ้าพระยา ที่ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการ ร่วมด้วยช่วยเกษตรกร ว่าตนเองได้เลี้ยงปลา จำนวน 28 กระชัง ในส่วนของการเลี้ยงปลาในกระชังนั้นมองดูเพียงผิวเผินจะคล้ายๆ กับเกษตรกรรายอื่นๆ ที่สร้างกระชังปลาผูกติดกับแพลูกบวบปล่อยให้ลอยเด่นบนผิวน้ำมองดูงามตา แต่เบื้องหลังของการเลี้ยงปลาของน้าจุก สามารถลดรายจ่ายจากค่าอาหารปลาได้ถึงร้อยละ 30 โดยใช้กล้วยสุกนำมาบดให้ปลาได้กิน ซึ่งจากเดิมร้อยละ 70 ของต้นทุนทั้งหมดคือค่าอาหาร
วิธีการเลี้ยงปลาด้วยกล้วยสุก
วัตถุดิบ
กล้วยสุก 1 ส่วน (กล้วยสุก 1 ก.ก.)
อาหารปลาเล็ก 2 ส่วน (อาหารปลา 2 ก.ก.)
(อัตตราส่วน 1 : 2 )
ขั้นตอนการทำ
- นำกล้วยสุกมาปอกและหั่นให้ชิ้นเล็กก่อนนำไปบดด้วยเครื่องปั่นให้ละเอียด
- เมื่อปั่นละเอียดแล้วเทลงบนอาหารปลาเล็กผสมให้เข้ากัน ไม่ให้เหลวจนเกินไป
วิธีการใช้
นำไปให้ลูกปลากิน วันละ 2 มื้อ เลี้ยงจนอายุ 5 เดือนจึงให้กล้วยสุกหั่นโดยไม่ต้องผสมอาหารสำเร็จรูปโยนให้กิน สลับกับการให้อาหารเม็ดจากบริษัทมื้อเช้ากับมื้อเย็น จนกว่าปลาจะสามารถจับจำหน่ายได้
ผลที่ได้รับ
คุณน้าจุก กล่าวต่ออีกว่าจากการดำเนินงานที่ผ่านมา กล้วยน้ำว้า 5 ไร่ ไม่ต้องส่งจำหน่ายในราคาถูก แต่ได้นำมาเพิ่มมูลค่า ด้วยการนำมาทำเป็นอาหารปลาปลากดหลวงช่วยให้ประหยัดและได้ปลาคุณภาพดี ซึ่งเป็นที่ต้องการของผู้บริโภค เพราะปลามีเนื้อที่แน่น หวาน อร่อย น้ำหนักดี โดยปลาที่เลี้ยงมีน้ำหนักตัวละประมาณ 3-5 กิโลกรัม จำหน่ายได้ประมาณ กิโลกรัมละ 80 100 บาท มีต้นทุนการผลิตที่น้อยกว่าผู้เลี้ยงด้วยอาหารจากบริษัท สามารถลดต้นทุน ด้วยการใช้ปัจจัยที่มีหลากหลายในท้องถิ่น ซึ่งเป็นการลดความเสี่ยงจากการขาดทุนเมื่อราคาปลาที่ตกต่ำหรือเสียหายจากสถานการณ์ต่างที่ยากแก่การควบคุมเช่นน้ำเสีย หรือภัยธรรมชาติ
เรียบเรียงโดย : กนกทิพย์ ยศกันโท เจ้าหน้าที่สถานีวิทยุร่วมด้วยช่วยกัน จ.ชัยนาท