โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

สถานการณ์น้ำหลายพื้นที่เริ่มลด เจ้าพระยาต่ำกว่าคันกั้นน้ำ 1 เมตร เตือนฝนเพิ่ม 5-7 ต.ค.

การเงินธนาคาร

อัพเดต 05 ต.ค. เวลา 13.38 น. • เผยแพร่ 05 ต.ค. เวลา 06.38 น.

โฆษกรัฐบาลเผยสถานการณ์น้ำหลายพื้นที่เริ่มลดลง เจ้าพระยาต่ำกว่าคันกั้นน้ำราว 1 เมตร เตือนฝนเพิ่ม 5-7 ต.ค. จับตาพัทยา - ภาคใต้ - ภาคตะวันออก

วันที่ 5 ตุลาคม 2569 เวลา 10.00 น. ณ ศูนย์แถลงข่าวรัฐบาล ตึกนารีสโมสร ทำเนียบรัฐบาล นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงข่าวศูนย์ข้อมูลข่าวสารร่วมสถานการณ์น้ำท่วม (JICC - Joint Information and Communication Center) ถึงสถานการณ์สภาพภูมิอากาศ ปริมาณฝน น้ำท่วม และพื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวัง ประจำวันที่ 5 ตุลาคม 2569 โดยสรุปสาระสำคัญได้ดังนี้

วันที่ 5 ตุลาคม 2569 ศูนย์ข้อมูลข่าวสารร่วมสถานการณ์อุทกภัยรายงานสถานการณ์ฝนและน้ำในพื้นที่ต่าง ๆ โดยช่วงวันที่ 5–6 ตุลาคม ประเทศไทยตอนบนจะมีฝนเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันตก กรุงเทพมหานครและปริมณฑล รวมถึงภาคใต้ พร้อมแจ้งเตือนประชาชนในช่วงวันที่ 5–7 ตุลาคม ให้ระวังฝนฟ้าคะนองและฟ้าผ่า เนื่องจากเป็นช่วงเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ฤดูใหม่ ทั้งนี้ ระบบ Nowcast คาดการณ์ว่า ช่วงบ่ายวันนี้อาจมีฝนตกหนักในพื้นที่พัทยาในอัตราประมาณ 40 มิลลิเมตรต่อชั่วโมง

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเปิดเผยว่า สำหรับแนวโน้มสภาพอากาศ จากการคาดการณ์ของกรมอุตุนิยมวิทยา ในช่วงวันที่ 5–7 ตุลาคม 2569 จะมีฝนฟ้าคะนองกระจายในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ รวมทั้งมีการแจ้งเตือนให้ระวังฟ้าผ่า จึงขอให้ประชาชนเพิ่มความระมัดระวัง โดยฝนจะเริ่มตกกระจายทั่วไปบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เคลื่อนตัวสู่ภาคกลาง รวมถึงกรุงเทพมหานคร จากนั้นจะเคลื่อนตัวไปยังภาคตะวันตก บริเวณจังหวัดกาญจนบุรี เพชรบุรี และประจวบคีรีขันธ์ ก่อนจะเริ่มจางลง

สถานการณ์ที่ควรติดตามคือ ฝนจะเพิ่มขึ้นอีกครั้งในช่วงวันที่ 11–13 ตุลาคม ซึ่งเป็นการคาดการณ์ล่วงหน้า 1 สัปดาห์ ปริมาณฝนจึงอาจมีความคลาดเคลื่อนได้ โดยคาดว่าจะมีฝนตกหนักบริเวณภาคตะวันตกและภาคเหนือของประเทศไทย ในส่วนของภาคเหนือ น้ำฝนจะไหลลงสู่แม่น้ำปิงและแม่น้ำน่าน ก่อนรวมลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา อย่างไรก็ตาม ภาคเหนือยังมีพื้นที่รับน้ำและเขื่อนต่าง ๆ ที่สามารถช่วยรองรับน้ำได้อีกพอสมควร ขณะที่ภาคใต้จะมีฝนเพิ่มขึ้นในช่วงวันที่ 5–7 และ 11–13 ตุลาคม

ในการนี้ ที่ประชุมศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ ซึ่งมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ได้มีข้อสั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัดในภาคใต้และกองทัพภาคที่ 4 เตรียมความพร้อมด้านการจัดการและบรรเทาสาธารณภัยไว้ล่วงหน้า รวมทั้งให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเตรียมระดมเครื่องมือและอุปกรณ์ พร้อมขอให้ประชาชนติดตามข้อมูลข่าวสารและการแจ้งเตือนจากภาครัฐอย่างใกล้ชิด

นอกจากนี้ จากการคาดการณ์ของแบบจำลองกรมอุตุนิยมวิทยา มีการแจ้งเตือนพื้นที่บริเวณเมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี ในช่วงบ่ายวันนี้ว่า อาจมีฝนตกหนักในลักษณะ Rain Bomb ด้วยปริมาณฝนประมาณ 40 มิลลิเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำ จึงขอให้ประชาชนติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

ในส่วนของภาคเหนือ บริเวณเขื่อนสิริกิติ์และเขื่อนภูมิพล ไม่มีปริมาณน้ำไหลเข้าเพิ่มขึ้นมาก ขณะที่ปริมาณน้ำจากนครสวรรค์ที่ไหลลงสู่ภาคกลางเริ่มลดลง ประกอบกับการระบายน้ำจากเขื่อนเจ้าพระยาอยู่ในระดับไม่เกิน 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาทีอย่างต่อเนื่อง และปริมาณน้ำเหนือที่ลดลง ส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยระดับน้ำที่ไหลลงสู่นนทบุรีและกรุงเทพมหานครยังต่ำกว่าคันกั้นน้ำประมาณ 1 เมตร

ส่วนภาคตะวันตก เขื่อนในจังหวัดกาญจนบุรีและเพชรบุรีมีระดับน้ำมากกว่าร้อยละ 90 ของความจุ โดยกรมชลประทานได้ระบายน้ำอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ ระดับน้ำบริเวณแม่น้ำแม่กลองในพื้นที่อำเภอบางคนทีและอำเภออัมพวาอยู่ต่ำกว่าระดับตลิ่งประมาณ 1 เมตร และมีการระบายน้ำอย่างต่อเนื่อง เพื่อเตรียมรองรับปริมาณน้ำฝนที่จะเพิ่มขึ้นในสัปดาห์หน้า

สำหรับภาคตะวันออก บริเวณจังหวัดนครนายกและจังหวัดปราจีนบุรี ระดับน้ำลดลงและเริ่มไหลลงสู่จังหวัดฉะเชิงเทราผ่านลุ่มน้ำบางปะกง ทำให้ระดับน้ำมีแนวโน้มลดลงอย่างช้า ๆ โดยขอให้ประชาชนติดตามการแจ้งเตือนและเฝ้าระวังพื้นที่ริมตลิ่งในอำเภอบางคล้า อำเภอราชสาส์น และอำเภอเมืองฉะเชิงเทราอย่างใกล้ชิด

ในส่วนของภาคใต้ กรมอุตุนิยมวิทยาแจ้งเตือนให้ประชาชนติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เนื่องจากมีแนวโน้มเกิดฝนตกหนักอย่างต่อเนื่องทั้งในสัปดาห์นี้และสัปดาห์หน้า ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลากและน้ำไหลหลากจากพื้นที่ภูเขา

สำหรับพื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษในวันนี้ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทราและจังหวัดปทุมธานี ซึ่งรับน้ำจากจังหวัดนครนายก ให้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด รวมถึงพื้นที่ตั้งแต่จังหวัดเพชรบุรีลงไปจนถึงภาคใต้และภาคใต้ตอนล่าง ซึ่งต้องเฝ้าระวังสถานการณ์ทั้งในสัปดาห์นี้และสัปดาห์หน้า

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับสถานการณ์ในกรุงเทพมหานคร กรมชลประทานให้ข้อมูลว่า ปริมาณน้ำที่ระบายจากเขื่อนเจ้าพระยาลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยาและไหลลงสู่อ่าวไทย ไม่ได้ส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาเพิ่มสูงขึ้น จึงยังสามารถระบายน้ำได้อย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้สถานการณ์น้ำในหลายพื้นที่ของกรุงเทพมหานครคลี่คลายลง โดยเฉพาะพื้นที่เคหะร่มเกล้า ซึ่งขณะนี้กลับเข้าสู่ภาวะปกติและสามารถสัญจรได้ตามปกติแล้ว

ท้ายนี้ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ขณะนี้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้บูรณาการการทำงานร่วมกันอย่างเต็มความสามารถ พร้อมเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่องและใกล้ชิด ตั้งแต่การวิเคราะห์สถานการณ์ การป้องกัน การแจ้งเตือน การช่วยเหลือ ไปจนถึงการเยียวยา เพื่อให้ประชาชนได้รับการดูแลอย่างทั่วถึงและทันท่วงที พร้อมขอให้ประชาชนติดตามข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการช่วยเหลือ การป้องกัน และการเยียวยาจากศูนย์ข้อมูลข่าวสารร่วมสถานการณ์น้ำท่วม ซึ่งจะมีการแถลงข่าวทุกวัน เวลาประมาณ 10.00 น. และสามารถติดตามสถานการณ์ระหว่างวันได้ผ่านทุกช่องทางของไทยคู่ฟ้า

อ้างอิง : thaigov.go.th

เกาะติดน้ำท่วม กทม. 2569 – ทั่วไทย ฝนถล่มต่อเนื่อง เช็กพื้นที่เสี่ยง-จุดน้ำท่วมขัง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...