พ่อค้าต้นกะเพราโอด ยอดขายลด ลูกค้าไม่มั่นใจสายพันธุ์
25 ตุลาคม 2569 จากกรณีดรามาปัญหาเรื่องที่ มีการยื่นขอจดสิทธิบัตรกะเพรา 4 สายพันธุ์ ในกลุ่มกะเพราแก้วจุรี ซึ่งพัฒนามาจากกะเพราพันธุ์พื้นเมือง โดยบริษัทเอกชนร่วมกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน จนเกิดการวิพากษ์วิจารณ์ ถึงประเด็นว่ากะเพราเป็นพืชที่ ปลูกและรับประทานกันทั่วประเทศซึ่งอาจจะส่งผลกระทบ ตั้งแต่ผู้ที่ปลูกกะเพรา ไปจนถึงพ่อค้าแม่ขาย รวมไปถึงผู้บริโภค ในแง่ของราคา รวมไปถึงการผูกขาดตลาด
ล่าสุดผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ไปยังร้านขายต้นไม้ในพื้นที่ ประเวศ และถนนเทพารักษ์ ซึ่งพบว่า ร้านขายต้นไม้ประเภทนี้มักจะมีการ เพาะพันธุ์พืชผักสวนครัว ขายแยกย่อยให้กับผู้ต้องการซื้อไปปลูกที่บ้าน หรือห้องพัก โดยแต่ละร้าน มักมีการปลูกพืชผักสวนครัว ไว้ประเภทละ 10-50 ต้น โดยเฉพาะกะเพรา ที่มักจะมีต้นกล้าอยู่ทุกร้าน
โดยลุงน้อย เจ้าของร้าน เปิดเผยว่า ปกติที่ร้านจะมีการเพาะกะเพรา ขายประมาณ 10-20 ต้น อยู่แล้ว โดยจะใช้เมล็ดพันธุ์ ที่ซื้อมาจากร้านเกษตรภัณฑ์ทั่วไป ที่มีบรรจุถุงขาย โดยจะมีทั้งกะเพราขาวและกะเพราแดง ส่วนใหญ่เป็นพันธุ์พื้นเมือง เนื่องจากคนนิยมนำไปปรุงอาหาร เพราะกลิ่นค่อนข้างฉุนแรง กว่ากะเพราพันธุ์อื่น
ส่วนประเด็นเรื่องการจดสิทธิบัตรกะเพรา 4 สายพันธุ์นั้น ได้ยินข่าวมาบ้าง แต่ส่วนตัวไม่กระทบในเรื่องของการปลูกเนื่องจากเป็นพันธุ์พื้นเมือง แต่ที่ประสบปัญหาอยู่ตอนนี้ คือ ยอดการซื้อต้นกล้าลดลง เนื่องจากลูกค้าไม่มั่นใจว่ากล้าที่เพาะขายนั้น จะเป็นสายพันธุ์เดียวกับที่ได้รับการจดสิทธิบัตรหรือไม่ เนื่องจากมีลูกค้ามาพูดคุยที่ร้านว่าไม่กล้าซื้อต้นกล้าเยอะ เพราะกลัวว่าจะเป็นสายพันธุ์เดียวกับที่จดสิทธิบัตร
ขณะเดียวกันจากการสอบถามพบว่า ราคาของเมล็ดพันธุ์กะเพรา ยังคงที่ไม่มีการขึ้นราคา ในตลาดการซื้อขาย เช่นเดียวกับต้นกล้ากะเพรา ที่ยังไม่ได้มีการขึ้นราคาเช่นกัน