โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เอกนิติสรุปผล IMF-World Bank ครั้งประวัติศาสตร์ ส่งต่อ แบงค็อก ไดอาล็อก ต่อชาวโลก

เดลินิวส์

อัพเดต 18 ตุลาคม 2569 เวลา 0.16 น. • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
เอกนิติ นำแถลงสรุปโชว์ความสำเร็จ เจ้าภาพประชุม ไอเอ็มเอฟ-เวิลด์แบงก์ 2026 ผู้เข้าร่วม 1.9 หมื่นคนสูงสุดประวัติศาสตร์ ไทยชูบทบาทผู้เชื่อมโยงที่โลกไว้วางใจ พร้อมเปิด “แบงค็อก ไดอาล็อก โนตส์ “เสนอโลก 5 ข้อ และหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ และกลุ่มธนาคารโลก หรือไอเอ็มเอฟ-เวิลด์ แบงก์ 2026 ที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ในวันที่ 17 ต.ค.69 ซึ่งเป็นวันที่หกของการจัดงาน โดยภาพรวมวันนี้ไม่ค่อยคึกคักนัก เนื่องจากผ่านไฮไลท์สำคัญประชุมใหญ่เต็มคณะประจำปี และงานเลี้ยงรับรองช่วงค่ำไปแล้ว โดยตลอดทั้งวันเป็นการแถลงสรุปผลการจัดงาน โดยนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง เผยว่า ไทยประสบความสำเร็จการเป็นเจ้าภาพประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก ปี 2569 วันที่ 12–18 ต.ค 69 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดยมียอดผู้ลงทะเบียนเข้าร่วมประชุมสูงถึงกว่า 19,000 คน ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงที่สุดในประวัติศาสตร์ พร้อมได้รับคำชื่นชมอย่างกว้างขวาง

นอกจากนี้ ยังได้เปิดเผยเอกสาร แบงค็อก ไดอาล็อก โนตส์ ซึ่งรวบรวมข้อคิดและมุมมองที่ไทยเสนอต่อโลก และผลักดันบทบาทให้ไทยเป็นผู้เชื่อมโยงที่โลกไว้วางใจ (ทรัสต์ คอนเน็คเตอร์) ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงรอบด้าน ทั้งความขัดแย้งระหว่างประเทศ เทคโนโลยีเอไอ ปัญหาภูมิอากาศ และสังคมสูงวัย ซึ่งสรุป 5 ข้อคิดสำคัญ ได้แก่ 1.ประเทศจะเข้มแข็งได้ ต้องพัฒนาคนให้พร้อมรับมือการเปลี่ยนแปลง 2.การสร้างความไว้วางใจระหว่างประเทศ ต้องให้คนในประเทศเห็นประโยชน์กระจายอย่างทั่วถึง 3.การเชื่อมต่อกับโลกต้องช่วยให้คนเก่งขึ้นและธุรกิจไทยแข็งแรงขึ้น 4. ความร่วมมือเรื่องเล็กที่ทำได้จริง จะช่วยต่อยอดไปสู่ความร่วมมือเรื่องใหญ่ในระดับพหุภาคี และ 5.กลุ่มประเทศที่มีบทบาทระดับกลาง สามารถเป็นตัวกลางเชื่อมโยงและร่วมมือกับสถาบันการเงินเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศ

นายเอกนิติกล่าวว่า เพื่อนำข้อคิดดังกล่าวไปสู่การปฏิบัติ ประเทศไทยได้ถ่ายทอดแนวคิดผ่าน 4 เสาหลัก ได้แก่ เสาที่ 1 ดิจิทัลและ เอไอ โดยเน้นการใช้เอไอที่เข้าถึงง่ายเพื่อยกระดับชีวิตและธุรกิจเอสเอ็มอี พร้อมใช้ระบบคอนเน็คท์ เดอะ ดอทส์ และ แบงค็อก บูลพรินท์ ป้องกันภัยการเงินดิจิทัล เสาที่ 2 การค้าและการลงทุนที่เพิ่มทางเลือกและสร้างความสามารถให้คนในประเทศ โดยดึงการลงทุนเพื่อสร้างงานและทักษะ โดยเฉพาะการขับเคลื่อนผ่านความร่วมมือในภูมิภาคอาเซียน เสาที่ 3 เศรษฐกิจสีเขียวที่มุ่งสู่พลังงานสะอาด โครงข่ายไฟฟ้าที่แข็งแรง และการจัดสรรเงินทุนลงสู่ประชาชนและธุรกิจในพื้นที่อย่างตรงจุด และเสาที่ 4 อายุยืนขึ้น เพื่อ รองรับสังคมสูงวัยด้วยการบริหารจัดการศึกษา สุขภาพ การออม และระบบคุ้มครองทางสังคมเพื่อความมั่นคงตลอดชีวิต

นอกจากนี้ การจัดประชุมครั้งนี้ ยังได้มีพื้นที่ รอยัล พาวิลเลียน เพื่อถ่ายทอดแนวคิด หลักการพัฒนาตามหลักการทรงงานและหลักเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และความเชื่อมโยงกับโจทย์ที่โลกให้ความสำคัญในวันนี้ ทั้งการสร้างความเข้มแข็ง การพัฒนาที่ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง และความยั่งยืน บทเรียนสำคัญคือ การพัฒนาจะยั่งยืนได้ ต้องเริ่มจากเข้าใจพื้นที่ เข้าถึงผู้คน และร่วมกันพัฒนาวิธีแก้ปัญหา โดยคนในพื้นที่ มีส่วนร่วม พร้อมมีความรู้ เครื่องมือ และโอกาสที่จะสร้างความเข้มแข็งด้วยตนเอง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...