โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สิงคโปร์วิกฤตหนัก! อากาศวิกฤต 12 วันติด หนักสุดในรอบ 11 ปี

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 7 ชั่วโมงที่ผ่านมา
สิงคโปร์วิกฤตฝุ่นพิษ!อากาศแย่ต่อเนื่อง 12 วันสะท้อนให้เห็นถึงผลกระทบอย่างรุนแรงของไฟป่าข้ามพรมแดนโดยเฉพาะไฟป่าพรุในอินโดนีเซียที่ควบคุมได้ยากและสามารถลุกไหม้ต่อเนื่องเป็นเวลานานแม้รัฐบาลสิงคโปร์จะเร่งแจกหน้ากาก N95 เพื่อปกป้องประชาชนกลุ่มเสี่ยงแต่การแก้ไขปัญหาในระยะยาวยังจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างประเทศในการควบคุมไฟป่าและลดมลพิษจากต้นทางเพื่อป้องกันไม่ให้วิกฤตหมอกควันครั้งใหญ่กลับมาส่งผลกระทบต่อสุขภาพประชาชนทั่วภูมิภาคอีกครั้ง

“สิงคโปร์” กำลังเผชิญวิกฤตมลพิษทางอากาศครั้งรุนแรงหลังหมอกควันจากไฟป่าในประเทศอินโดนีเซียแพร่กระจายข้ามพรมแดนส่งผลให้คุณภาพอากาศอยู่ในระดับที่ส่งผลเสียต่อสุขภาพต่อเนื่องเป็นวันที่ 12 ซึ่งถือเป็นช่วงเวลาที่คุณภาพอากาศย่ำแย่ติดต่อกันยาวนานที่สุดนับตั้งแต่วิกฤตหมอกควันครั้งใหญ่เมื่อปี 2015 ขณะที่รัฐบาลสิงคโปร์เร่งแจกหน้ากาก N95 ให้ประชาชนกลุ่มเสี่ยงเพื่อป้องกันผลกระทบต่อสุขภาพจากฝุ่นพิษที่ปกคลุมทั่วประเทศ

สถานการณ์หมอกควันพิษในสิงคโปร์ยังคงน่าเป็นห่วงโดยเมื่อวันศุกร์ที่ 16 ตุลาคมสิงคโปร์เผชิญคุณภาพอากาศในระดับที่ส่งผลเสียต่อสุขภาพต่อเนื่องเป็นวันที่ 12 นับเป็นช่วงเวลาที่คุณภาพอากาศย่ำแย่ติดต่อกันยาวนานที่สุดในรอบ 11 ปีนับตั้งแต่เกิดวิกฤตหมอกควันข้ามพรมแดนครั้งใหญ่เมื่อปี 2015

รายงานจากสื่อท้องถิ่นระบุว่าเมื่อเวลา 09.00 น.ตามเวลาท้องถิ่นของวันที่ 16 ตุลาคมดัชนีมาตรฐานมลพิษทางอากาศหรือ PSI ซึ่งคำนวณจากค่าเฉลี่ย 24 ชั่วโมงบริเวณตอนกลางของสิงคโปร์พุ่งสูงถึง 227 ถือเป็นระดับสูงสุดที่ตรวจพบในปีนี้

ค่าดัชนีดังกล่าวอยู่ในเกณฑ์ที่ส่งผลเสียต่อสุขภาพหรือ Unhealthy ซึ่งตามเกณฑ์ของสิงคโปร์อยู่ระหว่าง 101–200 ขณะที่ค่าดัชนี 201–300 ถูกจัดอยู่ในระดับส่งผลเสียต่อสุขภาพอย่างมากหรือ Very Unhealthy สะท้อนถึงความรุนแรงของมลพิษที่ประชาชนกำลังเผชิญ

สถานการณ์ที่เลวร้ายลงทำให้รัฐบาลสิงคโปร์เริ่มดำเนินมาตรการช่วยเหลือประชาชนตั้งแต่วันที่ 14 ตุลาคมโดยแจกจ่ายหน้ากากป้องกันฝุ่นชนิด N95 ให้กับประชาชนที่เข้าเกณฑ์รับความช่วยเหลือโดยเฉพาะผู้สูงอายุครอบครัวรายได้น้อยเด็กและผู้ป่วยโรคหอบหืดซึ่งเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงได้รับผลกระทบจากมลพิษทางอากาศมากกว่าประชาชนทั่วไป

ต้นตอสำคัญของวิกฤตครั้งนี้มาจากไฟป่าที่ลุกไหม้อย่างรุนแรงในประเทศอินโดนีเซียต่อเนื่องมาหลายเดือนโดยเฉพาะบนเกาะสุมาตราและเกาะบอร์เนียวซึ่งตั้งอยู่ไม่ไกลจากสิงคโปร์และมาเลเซียทำให้หมอกควันจำนวนมหาศาลถูกกระแสลมพัดพาข้ามพรมแดนเข้าสู่ประเทศเพื่อนบ้าน

อินโดนีเซียกำลังเผชิญเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักหลังไฟป่าสร้างผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนหลายแสนคนโดยเฉพาะปัญหาเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจขณะที่หมอกควันหนาทึบยังส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศในหลายประเทศของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

สิ่งที่ทำให้การควบคุมไฟป่าเป็นไปอย่างยากลำบากคือลักษณะของพื้นที่พรุหรือ Peatland ซึ่งมีชั้นดินอินทรีย์สะสมอยู่ใต้พื้นผิวเมื่อเกิดไฟไหม้เปลวไฟสามารถคุกรุ่นอยู่ใต้ดินอย่างช้าๆแม้บริเวณผิวดินจะดูเหมือนไฟดับแล้วก็ตาม

ไฟที่คุกรุ่นใต้ชั้นดินเหล่านี้สามารถกลับมาปะทุขึ้นใหม่ได้ตลอดเวลาทำให้การดับไฟป่าต้องใช้เวลาและทรัพยากรจำนวนมากอีกทั้งยังปล่อยควันและมลพิษออกสู่บรรยากาศอย่างต่อเนื่องส่งผลให้ปัญหาหมอกควันข้ามพรมแดนอาจยืดเยื้อออกไปหากยังไม่สามารถควบคุมจุดความร้อนและไฟป่าได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...