โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

สกู๊ป : เปิดเบื้องหลังหลักสูตร TOP G เคี่ยวเข้ม 20 สัปดาห์ ปั้น "นักสืบมืออาชีพ" สร้าง DNA นักล่าอาชญากร

สยามรัฐ

อัพเดต 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา

(ภักดี วีระรัตน์ / รายงาน)

“นักสืบเมืองหลวง ต้องไม่มีคำว่าทำไม่ได้ และความทุรกันดารหรืออุปสรรคใด ๆ ต้องไม่เป็นอุปสรรคต่อการไล่ล่าคนร้าย เพื่อคืนความยุติธรรมให้ประชาชน” นี่คือปรัชญาสำคัญของหลักสูตรสืบสวน TOP G หลักสูตรเข้มข้นที่มุ่งสร้างนักสืบมืออาชีพ ถ่ายทอดประสบการณ์จากสนามจริง พร้อมหล่อหลอมความอดทน วินัย และสัญชาตญาณนักล่าอาชญากรให้กับตำรวจรุ่นใหม่

สุดสัปดาห์นี้ พาไปสัมผัสเบื้องหลังการทำงานของนักสืบมืออาชีพในเมืองหลวง กับการใช้เวลาว่างอย่างมีคุณค่าในการผลิตนักสืบมืออาชีพตามแนวทางของหลักสูตรสืบสวน TOP G หรือหลักสูตรสืบสวนคดีอาญา ที่เน้นการฝึกอบรมอย่างเข้มข้นต่อเนื่องยาวนานกว่า 20 สัปดาห์ หรือประมาณ 5 เดือน เพื่อให้ผู้เข้ารับการฝึกได้ซึมซับบรรยากาศการทำงานของนักสืบมืออาชีพ เรียนรู้กระบวนการทำคดีจริง และฝึกฝนเทคนิคการสืบสวนจากประสบการณ์ตรงในสนามปฏิบัติการ

บุคคลสำคัญที่อยู่เบื้องหลังการผลักดันและถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านงานสืบสวน คือ “บิ๊กจ๋อ” พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ซึ่งได้รับการยอมรับในฐานะผู้มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญด้านงานสืบสวนคนสำคัญของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ นอกเหนือจากบทบาทในการสืบสวนและจับกุมคดีสำคัญแล้ว ยังให้ความสำคัญกับการถ่ายทอดองค์ความรู้และสร้างนักสืบรุ่นใหม่อย่างจริงจัง เพื่อวางรากฐานกำลังพลที่มีความรู้ ความสามารถ และพร้อมรับมือกับอาชญากรรมในทุกรูปแบบ

01

แนวทางการสอนและการบ่มเพาะนักสืบของ พล.ต.ต.ธีรเดช มีหลายมิติ โดยเฉพาะการพัฒนาหลักสูตรสร้างนักสืบรุ่นใหม่ อาทิ หลักสูตรสืบสวน TOP G และหลักสูตรสืบสวนคดีอาญา ซึ่งออกแบบให้ผู้เข้ารับการอบรมได้เรียนรู้ทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติอย่างเข้มข้น ใช้ระยะเวลาฝึกฝนหลายสัปดาห์ โดยหลักสูตร TOP G มีระยะเวลาการเรียนรู้และฝึกปฏิบัติงานจริงรวมกว่า 20 สัปดาห์ หรือประมาณ 5 เดือน

จุดเด่นสำคัญของหลักสูตรคือการนำผู้เข้ารับการฝึกไปเรียนรู้และปฏิบัติงานในสถานที่จริง ณ กองบังคับการสืบสวนสอบสวน กองบัญชาการตำรวจนครบาล หรือสืบนครบาล เพื่อเปิดโอกาสให้ได้สัมผัสบรรยากาศการทำงานของชุดสืบสวนมืออาชีพ เรียนรู้ขั้นตอนการทำคดีจริง ฝึกวิเคราะห์พฤติการณ์คนร้าย ติดตามเบาะแส และทำความเข้าใจเทคนิคการทำงานที่ไม่สามารถเรียนรู้ได้จากตำราเพียงอย่างเดียว

นอกจากนี้ “บิ๊กจ๋อ” พล.ต.ต.ธีรเดช ยังทำหน้าที่เป็นอาจารย์พิเศษถ่ายทอดความรู้ด้านการสืบสวนและจิตวิทยาให้กับตำรวจและหน่วยงานต่าง ๆ มาอย่างต่อเนื่องหลายปี โดยเน้นการนำประสบการณ์จากการปฏิบัติงานจริงมาผสมผสานกับองค์ความรู้ด้านจิตวิทยาที่ได้ศึกษาต่อยอดจากต่างประเทศ เพื่อให้ผู้เรียนสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

อีกหนึ่งรูปแบบการถ่ายทอดความรู้ที่ให้ความสำคัญเป็นพิเศษ คือการประกบฝึกสอนแบบตัวต่อตัว หรือการเป็นพี่เลี้ยงให้กับผู้ใต้บังคับบัญชาและลูกศิษย์ที่มีศักยภาพ โดยใช้วิธีเรียกมาติวเข้มเป็นการส่วนตัว ถ่ายทอดเทคนิคด้านจิตวิทยา การสะกดรอย การพรางตัว และการแฝงตัวเข้าไปในเครือข่ายอาชญากรรม เพื่อให้สามารถเข้าถึงข้อมูลและพฤติการณ์ของกลุ่มคนร้ายได้อย่างแนบเนียน ตัวอย่างเช่น การส่งลูกศิษย์เข้าไปแฝงตัวเพื่อศึกษาพฤติการณ์และติดตามเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ก่อนนำข้อมูลไปใช้ในการขยายผลสืบสวนและดำเนินการจับกุม

02

สำหรับแนวคิดและปรัชญาการถ่ายทอดความรู้ให้กับศิษย์สายสืบสวนของ พล.ต.ต.ธีรเดช มีหัวใจสำคัญอยู่ที่การเน้นการปฏิบัติจริงมากกว่าการเรียนรู้จากตำราเพียงอย่างเดียว โดยนำประสบการณ์จากการทำงานสืบสวนคดีสำคัญ รวมถึงความรู้ด้านจิตวิทยามาถ่ายทอดให้ผู้เรียนเข้าใจธรรมชาติของอาชญากรและสามารถรับมือกับสถานการณ์ที่ซับซ้อนได้

พร้อมกันนี้ยังมุ่งสร้างสัญชาตญาณนักล่า หรือ DNA นักสืบ ด้วยการปลูกฝังความอดทน ความเสียสละ ความมุ่งมั่น และความรับผิดชอบต่อหน้าที่ โดยย้ำว่าการทำงานสืบสวนไม่ควรเลือกทำเฉพาะคดีใหญ่หรือคดีที่ได้รับความสนใจจากสังคม แต่ต้องให้ความสำคัญกับทุกคดีที่สร้างความเดือดร้อนให้ประชาชน เพราะเป้าหมายสูงสุดของนักสืบคือการนำคนผิดมาดำเนินคดีและคืนความยุติธรรมให้กับผู้เสียหาย

ขณะเดียวกัน หลักสูตรยังให้ความสำคัญกับการปรับตัวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของอาชญากรรมในยุคดิจิทัล โดยนำเทคโนโลยีสมัยใหม่ สื่อสังคมออนไลน์ และเครื่องมือด้านไซเบอร์เข้ามาประยุกต์ใช้กับกระบวนการสืบสวน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการติดตามพฤติการณ์ของคนร้าย วิเคราะห์ข้อมูล และขยายผลไปยังเครือข่ายอาชญากรรมที่มีความซับซ้อนมากขึ้น

หนึ่งในผลงานสำคัญที่สะท้อนแนวคิดการสร้างนักสืบรุ่นใหม่ คือโครงการ “หลักสูตรสืบสวน TOP G” หลักสูตรสืบสวนคดีอาญาสุดเข้มข้นของกองบังคับการสืบสวนสอบสวน กองบัญชาการตำรวจนครบาล หรือสืบนครบาล ซึ่งนับเป็นอีกหนึ่งผลงานสำคัญของ “บิ๊กจ๋อ” พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ในฐานะผู้อำนวยการฝึกอบรม โดยร่วมกับปรมาจารย์นักสืบระดับตำนาน อาทิ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข และ พล.ต.ต.ปรีชา ธิมามนตรี เพื่อร่วมกันถ่ายทอดองค์ความรู้ ประสบการณ์ และ DNA นักล่าอาชญากรให้กับตำรวจรุ่นใหม่ พร้อมสร้างนักสืบยุคใหม่ที่มีความพร้อมทั้งด้านความรู้ ทักษะ และประสบการณ์ในการปฏิบัติงานจริง

สำหรับขั้นตอนและรูปแบบการฝึกของหลักสูตร TOP G ถือเป็นการฝึกที่เน้นความเข้มข้นทั้งด้านร่างกาย จิตใจ และทักษะการทำงาน โดยไม่ใช่เพียงการนั่งเรียนในห้องอบรม แต่เป็นการฝึกเคี่ยวกรำอย่างจริงจังต่อเนื่องหลายเดือน ทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ โดยคัดเลือกข้าราชการตำรวจระดับรองสารวัตรด้านสอบสวนและสืบสวนที่มีศักยภาพเข้ารับการฝึก เพื่อพัฒนาความสามารถให้ก้าวขึ้นเป็นกำลังสำคัญของงานสืบสวนในอนาคต

ในส่วนของภาคทฤษฎีและจิตวิทยาการสืบสวน ผู้เข้ารับการอบรมจะได้เรียนรู้เทคนิคการสืบสวนคดีอาญาขั้นสูง จิตวิทยาการสอบสวนและการซักถามผู้ต้องหา เทคนิคการแฝงตัวและการพรางตัว ตลอดจนการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ในการสืบสวนอาชญากรรมทางไซเบอร์ เพื่อให้สามารถวิเคราะห์ข้อมูลและติดตามความเคลื่อนไหวของเครือข่ายอาชญากรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ส่วนการฝึกดำรงชีพและยุทธวิธีกลางป่า เป็นอีกหนึ่งบททดสอบสำคัญที่ออกแบบมาเพื่อหล่อหลอมความอดทนและความแข็งแกร่งของผู้เข้ารับการอบรม โดยมีการนำกำลังพลเข้าพื้นที่ป่าเพื่อจำลองสถานการณ์การติดตามไล่ล่าคนร้ายที่หลบหนีไปยังพื้นที่ทุรกันดาร ผู้เข้ารับการฝึกต้องเผชิญกับข้อจำกัดด้านสภาพแวดล้อม การดำรงชีพ และความเหน็ดเหนื่อย เพื่อฝึกฝนวินัย ความสามัคคี การทำงานเป็นทีม และสัญชาตญาณนักล่าที่ต้องกัดไม่ปล่อยจนกว่าจะสามารถติดตามเป้าหมายได้

ขณะที่การฝึกปฏิบัติจริง ณ กองบังคับการสืบสวนสอบสวน กองบัญชาการตำรวจนครบาล ถือเป็นหัวใจสำคัญของหลักสูตร โดยนำผู้เข้ารับการอบรมลงสนามทำงานร่วมกับชุดสืบสวนมืออาชีพของสืบนครบาล ได้เรียนรู้ตั้งแต่การรับผิดชอบคดี การรวบรวมพยานหลักฐาน การสืบหาเบาะแส การสะกดรอยติดตามเป้าหมาย ไปจนถึงการร่วมวางแผนปฏิบัติการจับกุมผู้ต้องหาในสถานการณ์จริง เพื่อให้เกิดความเข้าใจในกระบวนการทำงานทุกขั้นตอน

สำหรับผลงานของผู้ผ่านการฝึกอบรมหลักสูตร TOP G ได้มีการนำความรู้และทักษะที่ได้รับไปประยุกต์ใช้ในการคลี่คลายคดีสำคัญและปราบปรามอาชญากรรมหลากหลายรูปแบบ โดยเฉพาะการสืบสวนขยายผลเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์และอาชญากรรมทางไซเบอร์ ซึ่งมีการนำกำลังพลที่ผ่านการฝึกเข้าไปศึกษารูปแบบและติดตามพฤติการณ์ของเครือข่ายบัญชีม้าและกลุ่มหลอกลวงออนไลน์ เพื่อนำข้อมูลมาวิเคราะห์และขยายผลไปยังผู้ร่วมขบวนการ รวมถึงผู้ที่อยู่เบื้องหลังเครือข่ายอาชญากรรม

นอกจากนี้ ผู้เข้ารับการอบรมยังได้รับมอบหมายให้มีส่วนร่วมในคดีฉ้อโกงและคดีสำคัญที่มีหมายจับค้างเก่า โดยนำทักษะการสืบสวนและการแกะรอยมาใช้ติดตามตัวผู้ต้องหาที่หลบหนีมาดำเนินคดี ทั้งคดีฉ้อโกงประชาชนและคดีที่ส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของสังคม ซึ่งมีผลงานการติดตามจับกุมผู้ต้องหาได้หลายคดีระหว่างการฝึกอบรม

อีกหนึ่งเป้าหมายสำคัญของหลักสูตร คือการสร้างทีมสืบสวนสายเลือดใหม่ โดยผลักดันผู้ที่ผ่านการอบรมให้กระจายไปปฏิบัติหน้าที่ตามสถานีตำรวจนครบาลต่าง ๆ เพื่อเป็นกำลังสำคัญในการสืบสวนคดีในพื้นที่รับผิดชอบ นำความรู้และมาตรฐานการทำงานที่ได้รับจากหลักสูตรไปต่อยอดให้เกิดประโยชน์กับประชาชนในแต่ละท้องที่ พร้อมยกระดับประสิทธิภาพงานสืบสวนของตำรวจนครบาลให้มีแนวทางการทำงานที่เข้มแข็งและเป็นมาตรฐานเดียวกัน

ทั้งหมดนี้สะท้อนให้เห็นถึงแนวคิดการสร้างนักสืบมืออาชีพที่ไม่ได้มุ่งเน้นเพียงการถ่ายทอดเทคนิคการจับกุมคนร้าย แต่ยังให้ความสำคัญกับการหล่อหลอมจิตวิญญาณของผู้ปฏิบัติงาน ความอดทน ความเสียสละ และความรับผิดชอบต่อประชาชน เพราะนักสืบที่ดีต้องพร้อมเผชิญทุกสถานการณ์ ไม่ว่าจะเป็นคดีเล็กหรือคดีใหญ่ พื้นที่ใกล้หรือไกล รวมถึงสภาพแวดล้อมที่ยากลำบากเพียงใด

ปรัชญาของหลักสูตร TOP G จึงยังคงยึดมั่นในคำสอนสำคัญที่ว่า “นักสืบเมืองหลวง ต้องไม่มีคำว่าทำไม่ได้ และความทุรกันดารหรืออุปสรรคใด ๆ ต้องไม่เป็นอุปสรรคต่อการไล่ล่าคนร้ายเพื่อคืนความยุติธรรมให้ประชาชน”

#ภูมิภาค85 #หลักสูตรTOPG #สืบนครบาล #บิ๊กจ๋อ #พลตำรวจตรีธีรเดชธรรมสุธีร์ #นักสืบมืออาชีพ #หลักสูตรสืบสวน #ตำรวจนครบาล #งานสืบสวน #นักล่าอาชญากร #ปราบปรามอาชญากรรม #แก๊งคอลเซ็นเตอร์ #ข่าวตำรวจ #ข่าวอาชญากรรม

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...