โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รมว.อุตสาหกรรม ประสานตม.-DSI เอาผิดผู้ประกอบการบริษัทกำจัดขยะต่างชาติ ที่จ.ปราจีนบุรี

JS100

อัพเดต 11 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 11 ชั่วโมงที่ผ่านมา • JS100:จส.100
รมว.อุตสาหกรรม ประสานตม.-DSI เอาผิดผู้ประกอบการบริษัทกำจัดขยะต่างชาติ ที่จ.ปราจีนบุรี

การแก้ไขปัญหากณีคราบน้ำมันและสารเคมีรั่วไหลจาก บริษัท กรีน เอ็นไวรอนเม้นท์ เทคโนโลยี่ จำกัด ตั้งอยู่เลขที่ 247 ตำบลหัวหว้า อำเภอศรีมหาโพธิ จังหวัดปราจีนบุรี นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.อุตสาหกรรม พร้อมคณะ ได้ลงพื้นที่ตรวจติดตาม โดยมี นายชนาธิป โคกมณี รองผู้ว่าราชการจังหวัด รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี, นายกฤษฎิ์ กษมพันธุ์ หรือ นายกอุ๊ นายก อบจ.ปราจีนบุรี, สส.ปราจีนบุรี ในพื้นที่ และนายก อบต.หัวหว้า ร่วมลงพื้นที่รับฟังบรรยายสรุปจากผู้แทนบริษัทและกรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.)

บริเวณหน้าโรงงานมีชาวบ้านในพื้นที่กว่า 200 คน นำโดย นายสุนทร คมคาย แกนนำกลุ่มปราจีนเข้มแข็ง, อาจารย์สุมาลี และผู้ใหญ่ธีระ ผู้ใหญ่บ้านสามมะเขือ เดินทางมายื่นหนังสือร้องเรียนและชูป้ายประท้วง เนื่องจากได้รับความเดือดร้อนเรื้อรังจากกลิ่นเหม็นรุนแรง และปัญหาน้ำเสียปนเปื้อนสารเคมีรั่วไหลจนปรากฏคราบสีรุ้งกระจายทั่วบริเวณ ส่งผลกระทบต่อสุขภาพและพืชผลทางการเกษตร โดยเฉพาะต้นข้าวในนาที่ติดคราบสีรุ้ง ไม่สามารถเก็บเกี่ยวไปบริโภคหรือจำหน่ายได้ ชุมชนจึงยื่นคำขาดขอให้ปิดโรงงานเป็นการถาวร พร้อมเรียกร้องให้ตรวจสอบแนวเขตป่าสงวนและการอนุญาตโรงงานรีไซเคิล (ลำดับที่ 105 และ 106) ที่เกินศักยภาพรองรับของจังหวัด

ด้าน นายวราวุธ ได้ชี้แจงแก่กลุ่มผู้ประท้วงว่า การดำเนินการต้องเป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย โดยขอเวลาให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงทั้งหมดภายใน 7 วัน อย่างไรก็ดี กลุ่มชาวบ้านยืนยันว่าหากครบกำหนดแล้วยังไม่มีคำสั่งปิดถาวร ชุมชนพร้อมรวมพลังเข้าปิดโรงงานด้วยตนเอง ทั้งนี้ บริษัท กรีน เอ็นไวรอนเม้นท์ฯ เคยประสบปัญหาน้ำชะกากอุตสาหกรรมทะลักในช่วงน้ำท่วมเดือนตุลาคม จน กรอ. สั่งหยุดประกอบกิจการชั่วคราวและห้ามรับของเสียเพิ่ม รวมถึงเคยมีเหตุการณ์กระทบกระทั่งกับกลุ่มนักปกป้องสิ่งแวดล้อมในพื้นที่มาแล้ว

จากนั้น รมว.อุตสาหกรรม และคณะ ได้เดินทางต่อไปยัง บริษัท เอ็มวาย เมทัล จำกัด เลขที่ 99/1 หมู่ 7 ตำบลกรอกสมบูรณ์ อำเภอศรีมหาโพธิ เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงหลังพบพฤติการณ์ลักลอบบดย่อยและหลอมโลหะรีไซเคิลขยะอิเล็กทรอนิกส์โดยไม่ได้รับอนุญาต ลักลอบขยายพื้นที่และติดตั้งเครื่องจักรเพิ่มเติมฝ่าฝืนคำสั่งควบคุม จน กรอ. ต้องใช้มาตรการตามมาตรา 39 แห่ง พ.ร.บ.โรงงาน สั่งหยุดประกอบกิจการทั้งหมดทันที

หลังการตรวจสอบ นายวราวุธ เปิดเผยว่า สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องน่าสลดใจอย่างยิ่ง จากการตรวจสอบพบว่า "ไม่มีสิ่งใดที่ทำถูกต้องตามกฎหมายเลย" อีกทั้งยังเข้าข่ายบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ซึ่งกำลังประสานงานร่วมกับกรมป่าไม้, กรมที่ดิน และ ส.ป.ก. เพื่อเร่งดำเนินคดีถึงที่สุด นอกจากนี้ยังพบกองขยะอิเล็กทรอนิกส์ (E-Waste) ขนาดใหญ่ และพฤติกรรมนำเศษพลาสติกสายไฟมาบดย่อยปนกับดิน ซึ่งเสี่ยงต่อการแพร่กระจายของสารพิษสู่สิ่งแวดล้อม

นอกจากนั้น ยังได้ประสานงานไปยังสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) เพื่อตรวจสอบสถานะผู้ประกอบการและสกัดกั้นไม่ให้เดินทางออกนอกประเทศ พร้อมบูรณาการร่วมกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) และสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เพื่อตรวจสอบเส้นทางการเงินและดำเนินคดียึดทรัพย์สินของผู้กระทำผิด

กระทรวงอุตสาหกรรมได้สั่งการให้อุตสาหกรรมจังหวัดทั่วประเทศ เพิ่มความเข้มงวดตรวจสอบโรงงานรีไซเคิลและคัดแยกกากอุตสาหกรรม (ประเภท 105 และ 106) ที่มีอยู่เกือบ 3,000 แห่งทั่วประเทศ โดยบูรณาการร่วมกับกระทรวงมหาดไทย, กระทรวงการคลัง, ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, สำนักงานตำรวจแห่งชาติ, DSI และ สตม. พร้อมเปิดสายด่วนกระทรวงอุตสาหกรรม โทร. 1564 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อรับแจ้งเบาะแสจากประชาชน

ในส่วนของมาตรการฟื้นฟูและเยียวยา ทางกระทรวงฯ จะเร่งตรวจสอบเงื่อนไขตามรายงาน EIA และยกระดับมาตรการป้องกันภัยธรรมชาติให้รัดกุมยิ่งขึ้น พร้อมเปิดรับหลักฐานภาพถ่ายและคลิปวิดีโอจากประชาชนเพื่อใช้เป็นหลักฐานมัดตัวผู้กระทำผิด และหากกรณีต้องปิดโรงงานแล้วงบประมาณของเอกชนไม่เพียงพอ

นายวราวุธยืนยันว่า จะประสานขอใช้งบประมาณกลางของรัฐบาลเข้ามาจัดการแก้ไขปัญหาและเยียวยาสุขภาวะความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนเป็นอันดับแรก

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...