ถอดรหัส SMR ยุคใหม่ TDA-EXIM สหรัฐฯ ชู CSC ปูทางแหล่งเงินทุน
ในการสัมมนาเชิงปฏิบัติการระดับภูมิภาค IAEA–United States Regional Workshop on Scaling SMR Deployment ในหัวข้อ “การวิวัฒนาการของโครงสร้างเงินทุนจากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์รุ่นแรก (FOAK) สู่รุ่นที่ผลิตเชิงพาณิชย์ (NOAK)” คณะผู้เชี่ยวชาญจากหน่วยงานภาครัฐ สถาบันการเงิน และองค์กรวิจัยของสหรัฐอเมริกา ได้แก่ ห้องปฏิบัติการแห่งชาติอาร์กอนน์ (ANL), ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งสหรัฐอเมริกา (U.S. EXIM Bank) และองค์กรการค้าและการพัฒนาแห่งสหรัฐอเมริกา (USTDA) ได้ร่วมกันเจาะลึกทิศทางการลงทุน ตลอดจนร่วมตอบข้อซักถามจากผู้แทนประเทศในภูมิภาคอาเซียนอย่างละเอียด
เกณฑ์ USTDA เลือกหนุน SMR มุ่งเป้าผู้ผลิตชัวร์-ทุนหนา
Kevin Toohers ผู้แทนจาก USTDA ได้ฉายภาพถึงเกณฑ์การพิจารณาเลือกสนับสนุนโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ขนาดเล็ก (SMR) ว่า USTDA จะให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับผู้พัฒนาเทคโนโลยี (OEMs/Vendors) ที่มีเส้นทางการขอใบอนุญาต (Licensing Pathway) ที่น่าเชื่อถือและจับต้องได้
ซึ่งอาจเป็นผู้ผลิตจากสหรัฐอเมริกา หรือบริษัทที่อยู่ระหว่างการยื่นขอใบอนุญาตในตลาดที่มีมาตรฐานสูงอย่างแคนาดาหรือสหราชอาณาจักร ควบคู่ไปกับการได้รับสัญญาณทางการเมือง (Political Choice) ที่ชัดเจนจากรัฐบาลของประเทศผู้รับการสนับสนุน
นอกจากนี้ USTDA ยังเน้นย้ำเรื่อง ความยั่งยืนทางการเงิน (Financial Viability) ของตัวโครงการ โดยมุ่งเน้นการร่วมมือกับองค์กรสาธารณูปโภคหรือผู้ผลิตไฟฟ้ารายใหญ่ (Large Utilities/Power Producers) ที่มีศักยภาพและประวัติความน่าเชื่อถือเพียงพอในการระดมทุน ขณะที่ผู้ประกอบการขนาดกลางและเล็ก (SMEs) แม้จะมีความสนใจในการปรับใช้ SMR หรือ MMR แต่หากขาดเครือข่ายพันธมิตรหรือศักยภาพทางการเงิน ก็อาจเป็นอุปสรรคต่อการระดมทุนในโครงการขนาดใหญ่เช่นนี้ได้
ทางด้าน Neil Mann จาก ANL ได้อธิบายถึงมิติการลดต้นทุนตามอัตราการเรียนรู้ (Learning Curve) จากรุ่นแรก (FOAK) ไปสู่รุ่นพาณิชย์ (NOAK) โดยชี้ให้เห็นว่า การลดต้นทุนในระดับโรงไฟฟ้านั้นขึ้นอยู่กับประสบการณ์ของผู้รับเหมาและแรงงานในท้องถิ่นเป็นสำคัญ ดังนั้น หากมีการสร้างเครื่องปฏิกรณ์รุ่นหนึ่งไปแล้วกว่า 10 เครื่องในสหรัฐฯ แต่เมื่อนำเทคโนโลยีเดียวกันนี้ไปก่อสร้างเป็นครั้งแรกในประเทศอื่น เช่น ฟิลิปปินส์ ต้นทุนของการสร้างเครื่องแรกในฟิลิปปินส์ก็ยังคงนับว่าเป็น FOAK ของพื้นที่นั้นอยู่ดี เนื่องจากแรงงานและผู้รับเหมาในพื้นที่ยังต้องเริ่มนับหนึ่งใหม่
อย่างไรก็ตาม แนวทางการพัฒนา SMR พยายามแก้โจทย์นี้ด้วยการย้ายงานวิศวกรรมโยธาและกระบวนการประกอบบางส่วนจากหน้างานเข้าสู่การผลิตในโรงงาน เพื่อรวบรวมประสบการณ์การเรียนรู้ไว้ที่ศูนย์กลางและทำให้ชิ้นส่วนสำคัญ เช่น ถังแรงดันเครื่องปฏิกรณ์ (Reactor Pressure Vessel) หรือกังหันไอน้ำ (Steam Turbine) สามารถบรรลุระดับต้นทุน NOAK ได้ตั้งแต่ขั้นการผลิตชิ้นส่วนก่อนส่งมายังสถานที่ก่อสร้าง
ชู CSC ปลดล็อกความเสี่ยง เปิดประตูสินเชื่อ U.S. EXIM
สำหรับประเด็นความท้าทายด้านการเงินและกฎหมาย Ashok Pasricha จาก U.S. EXIM Bank ร่วมกับ Ted Jones จากสถาบันพลังงานนิวเคลียร์สหรัฐฯ (NEI) ได้ระบุตรงกันว่า หนึ่งในเงื่อนไขที่สำคัญที่สุดสำหรับประเทศเริ่มต้น (Newcomer) คือการลงนามและให้สัตยาบันใน อนุสัญญาการชดเชยเสริมสำหรับความเสียหายทางนิวเคลียร์ (CSC) โดย CSC ถือเป็นกลไกทางกฎหมายสากลที่ช่วยจำกัดเขตอำนาจศาลและคุ้มครองผู้ผลิต เทคโนโลยี รวมถึงสถาบันการเงิน ไม่ให้ถูกฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายอย่างไม่อาจประเมินมูลค่าได้ข้ามประเทศในกรณีเกิดอุบัติเหตุ เนื่องจากบริษัทเอกชนและธนาคารไม่สามารถแบกรับความเสี่ยงที่ไร้ขอบเขตได้ การที่ประเทศผู้ซื้อเข้าร่วม CSC จึงเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยลดความเสี่ยง และเปิดทางให้ U.S. EXIM Bank และภาคเอกชนสามารถอนุมัติสินเชื่อและส่งมอบเทคโนโลยีได้อย่างมั่นใจ
ทั้งนี้ กระบวนการพิจารณาสินเชื่อของ U.S. EXIM Bank จะต้องผ่านด่านการประเมิน (Underwriting Gates) อย่างเข้มงวดใน 5 ด้านหลัก ได้แก่
- ด้านสินเชื่อ (Credit) ความน่าเชื่อถือของผู้กู้หรือผู้ค้ำประกัน และแหล่งรายได้ในการชำระหนี้
- ด้านเทคนิค (Technical) ความพร้อมของแบบอ้างอิง และประสบการณ์ของผู้รับเหมา
- กฎเกณฑ์ทางการ (Official Export Credit) ข้อตกลงตามกรอบ OECD
- กฎหมายและความรับผิด (Legal & Liability) ตามความตกลง Section 123 และอนุสัญญา CSC
- ความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อม (Safety & E&S) มาตรฐานความปลอดภัยของ IAEA และหลักเกณฑ์ของ IFC
โดย EXIM Bank สามารถสนับสนุนวงเงินกู้ยืม Direct Loan หรือ Loan Guarantee ได้สูงสุดถึง 85% ของมูลค่าสัญญาการส่งออกของสหรัฐฯ (และสนับสนุน Local Cost ได้สูงสุด 40–50%) โดยมีระยะเวลาชำระคืนยาวนานสูงสุดถึง 22 ปีหลังการเดินระบบ แต่จะไม่ใช่การเข้าไปถือหุ้นในโครงการ
เข้มการบริหารความเสี่ยง ยกบทเรียนโรมาเนียตั้งเงื่อนไขกู้
ปิดท้ายด้วยประเด็นการบริหารจัดการความเสี่ยง Ashok ย้ำว่าในธุรกรรมนิวเคลียร์ ความเสี่ยงทุกประการจะต้องได้รับการแก้ไขและระบุไว้อย่างชัดเจน โดยได้ยกตัวอย่างการสนับสนุนโครงการ Cernavodă Unit 2 ในโรมาเนีย ซึ่งทาง EXIM Bank ได้ประสานงานให้ IAEA เข้าไปดำเนินการศึกษาวิเคราะห์ประวัติศาสตร์แผ่นดินไหวในพื้นที่ใหม่ทั้งหมด เนื่องจากข้อมูลเดิมเก่าเกินไป เพื่อปรับปรุงขอบเขตการออกแบบด้านความปลอดภัย (Design Basis Envelope) ให้เป็นปัจจุบันที่สุด โดยกำหนดให้ผลการศึกษานี้เป็นเงื่อนไขบังคับก่อนการเบิกจ่ายเงินกู้ (Condition Precedent) เพื่อให้มั่นใจว่าโครงการจะมีความปลอดภัยสูงสุดและสามารถชำระคืนเงินกู้ได้ตามแผน