‘รสชาติไทย’ จัด ‘Banana Party’ เปิดโลกกล้วยพันธุ์หายาก ชูภูมิปัญญาอาหารไทยสู่คลังความรู้ดิจิทัล
The Bangkok Insight
อัพเดต 21 ต.ค. เวลา 06.27 น. • เผยแพร่ 21 ต.ค. เวลา 06.27 น. • The Bangkok Insight"รสชาติไทย" โดยมูลนิธิเชฟแคร์ส จัดงาน "Banana Party" นำเสนอความหลากหลายกล้วยพันธุ์หายาก ผ่านอาหาร ขนมไทย และเวิร์กช็อปสร้างสรรค์ พร้อมผลักดันคลังความรู้ดิจิทัลด้านอาหาร และวัฒนธรรมไทย เชื่อมโยงองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์กับภูมิปัญญาท้องถิ่น เพื่อให้คนรุ่นใหม่เข้าถึงและต่อยอดมรดกทางอาหารของไทย
โครงการ "รสชาติไทย" คลังความรู้ดิจิทัลด้านอาหาร และวัฒนธรรมอาหารไทย โดยมูลนิธิเชฟแคร์ส จัดงาน Banana Party เมื่อเร็ว ๆ นี้ ณ บางกอก คุนส์ฮาเลอ (Bangkok Kunsthalle) ถนนไมตรีจิตต์ ย่านหัวลำโพง กรุงเทพฯ
เพื่อเปิดพื้นที่เรียนรู้ และสร้างสรรค์ด้านอาหาร ผ่านการนำเสนอความหลากหลายของกล้วยไทย ซึ่งเป็นวัตถุดิบใกล้ตัว ที่สะท้อนความอุดมสมบูรณ์ทางธรรมชาติ และความหลากหลายทางวัฒนธรรมอาหารของประเทศ
นางมาริษา เจียรวนนท์ ประธาน และผู้ก่อตั้งมูลนิธิเชฟแคร์ส และผู้ริเริ่มโครงการรสชาติไทย กล่าวว่า งาน Banana Party เป็นตัวอย่างของการนำเสนอความหลากหลายทางพันธุกรรมของวัตถุดิบไทย ซึ่งเชื่อมโยงกับมรดกทางวัฒนธรรมด้านอาหาร
โดยต้องการให้ผู้คนมองวัตถุดิบที่คุ้นเคยในมุมลึกยิ่งขึ้น พร้อมจุดประกายความสนใจต่อพืชพรรณและภูมิปัญญาอาหารไทย ผ่านรูปแบบกิจกรรมที่สร้างสรรค์และเข้าถึงคนทุกวัย
ภายในงานมีการจัดแสดงกล้วยหลากหลายสายพันธุ์ ทั้งพันธุ์หายาก และพันธุ์ที่มีลักษณะโดดเด่น อาทิ กล้วยน้ำว้าดำ สาวกระทืบหอ นมสาว หิน เทพพนม ขนุน นาก พม่าแหกคุก และกล้วยงาช้าง หรือ plantain พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้ร่วมงานได้เรียนรู้ และชิมกล้วยบางสายพันธุ์ เพื่อสัมผัสความแตกต่างทั้งด้านรูปลักษณ์ รสชาติ และคุณสมบัติในการนำไปประกอบอาหาร
กล้วยแต่ละสายพันธุ์ยังมีเรื่องราวเฉพาะตัว เช่น กล้วยสาวกระทืบหอ ซึ่งเป็นกล้วยไข่โบราณจากจังหวัดตราด มีเนื้อสีส้ม และสัมผัสคล้ายเม็ดทราย โดยมีตำนานที่มาของชื่อเกี่ยวข้องกับหญิงสาวที่ขอกล้วยพันธุ์นี้เป็นสินสอด ส่วนกล้วยงาช้างมีแป้งสูง เหมาะสำหรับนำไปปรุงสุก เช่น หั่นทอด แทนการรับประทานสด
นอกจากนิทรรศการกล้วยแล้ว งานยังรวบรวมกิจกรรมด้านอาหาร ขนมไทย ขนมอบ เครื่องดื่ม และเวิร์กช็อปหลากหลายรูปแบบ โดยเชฟต๊ะ เศรษฐสิริ วัจนพรพิศาล ผู้เชี่ยวชาญด้านงานฝีมืออาหารและขนมไทย จัดเวิร์กช็อป "จีบ จับ พับ ห่อ" ให้ผู้เข้าร่วมได้ลงมือทำขนมกล้วย พร้อมเรียนรู้การห่อขนมด้วยใบตอง ทั้งขนมกล้วย และข้าวต้มมัด ซึ่งสะท้อนภูมิปัญญาการใช้วัสดุธรรมชาติเป็นทั้งภาชนะและเครื่องห่ออาหาร
ด้านร้านซาว ร้านอาหารอีสานชื่อดัง โดยอีฟ-ณัฐธิดา พละศักดิ์ และฮะนีฟ พิทยาสาร ร่วมสร้างสรรค์เมนูจากส่วนต่าง ๆ ของต้นกล้วย อาทิ ตำกล้วยดิบแบบอีสาน ยำหัวปลี แกงคั่วซี่โครงหมูอ่อนใส่หยวกกล้วย และแกงเขียวหวานไก่ใส่กล้วยดิบ พร้อมเครื่องเคียงอย่างดอกกล้วยทอด กล้วยห่ามย่าง และน้ำผึ้งป่า แสดงให้เห็นถึงการใช้ประโยชน์จากวัตถุดิบชนิดเดียวได้อย่างหลากหลาย
ขณะที่โรงเรียนการเรือน มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ร่วมจัดแสดงขนมอบ และขนมหวาน ที่พัฒนาขึ้นเป็นพิเศษสำหรับงานนี้ เช่น คุกกี้ครัมเบิลกล้วยเล็บมือนางตากอบน้ำผึ้ง และเนยถั่ว มัฟฟินกล้วยน้ำว้าผสมกล้วยหอม และบลูเบอร์รี มัฟฟินกล้วยไข่เชื่อมกับเชดดาร์ชีสและเมล็ดแฟลกซ์ รวมถึงคัพเค้กกล้วยหอมทอง นอกจากนี้ยังมีขนมไทยดั้งเดิมอย่างกล้วยน้ำว้าเชื่อม และกล้วยไข่เชื่อม รับประทานคู่กับหัวกะทิข้นมัน
งานครั้งนี้ยังเชื่อมโยงองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์เข้ากับศิลปะ โดยมี รศ.ดร.ศศิวิมล แสวงผล อาจารย์ประจำภาควิชาพฤกษศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล และผู้เชี่ยวชาญด้านกล้วยป่า
พร้อมด้วย ผศ.ดร.ภญ.เบญญากาญจน์ พงศ์กิจวิทูร หัวหน้าภาควิชาเภสัชพฤกษศาสตร์ คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมถ่ายทอดความรู้ด้านพฤกษศาสตร์ผ่านกิจกรรม และเวิร์กช็อป อาทิ การวาดภาพสีน้ำในแบบนักพฤกษศาสตร์ และการสร้างสรรค์งานศิลปะจากพืช และดอกไม้ เพื่อแสดงให้เห็นว่าวิทยาศาสตร์ธรรมชาติสามารถเชื่อมโยงกับชีวิตประจำวัน และความคิดสร้างสรรค์ได้
อีกหนึ่งกิจกรรมสำคัญคือการเปิดตัว "สาระรส" พอดแคสต์โดยรสชาติไทย ด้วยการบันทึกรายการสดในหัวข้อ "เรื่องกล้วยไม่ใช่เรื่องง่าย" โดยมี รศ.ดร.ศศิวิมล แสวงผล และนายสมบัติ สุขนันท์ นักสะสมกล้วยพันธุ์แปลก และเจ้าของ "สมบัติ อาณาจักรกล้วย"
ร่วมพูดคุยถึงความหลากหลายของกล้วยไทย ตลอดจนการใช้ประโยชน์จากกล้วยที่ผูกพันกับวิถีชีวิตไทยมาอย่างยาวนาน ตั้งแต่อาหาร และขนม งานฝีมือ ไปจนถึงประเพณีและความเชื่อ
นางสิรินทร์ วงศ์พานิช ผู้อำนวยการโครงการวัฒนธรรม และบรรณาธิการบริหารโครงการรสชาติไทย กล่าวว่า โครงการมีเป้าหมายรวบรวม และบันทึกองค์ความรู้ด้านอาหาร วัฒนธรรมอาหาร วัตถุดิบ และภูมิปัญญาไทยที่สั่งสมมายาวนานให้อยู่ในรูปแบบดิจิทัล
เพื่อให้คนทุกวัย โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ สามารถเข้าถึงได้ง่าย และนำความรู้ไปต่อยอดบนพื้นฐานความเข้าใจในรากฐานทางวัฒนธรรมของประเทศ
ทั้งนี้ "รสชาติไทย" เป็นโครงการด้านวัฒนธรรมภายใต้มูลนิธิเชฟแคร์ส ก่อตั้งโดยนางมาริษา เจียรวนนท์ มุ่งอนุรักษ์องค์ความรู้ด้านอาหาร และวัฒนธรรมอาหารไทย
เพื่อการศึกษาและพัฒนาต่อยอดในอนาคต โดยจัดทำเป็นคลังความรู้ดิจิทัลทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ เปิดให้ประชาชนเข้าถึงได้ผ่านเว็บไซต์ www.roschaadthai.com
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- 'มูลนิธิเชฟแคร์ส' เดินหน้า 'สานฝันปั้นเชฟ' ให้โอกาส ให้อาชีพ คืนคนดีสู่สังคม
- 'เชฟแคร์ส' แกะกล่อง 2 เมนูใหม่ 'บักกุ๊ดเต๋-แกงเผ็ดเป็ดย่างและข้าว'
- เชฟแคร์ส ดึง 2 เชฟดัง 'เชฟชุมพล-เชฟนูรอ' เสิร์ฟเมนูอาหารไทย กระหึ่มเวที WEF 2025
ติดตามเราได้ที่