“อียู” เตรียมจำกัดการนำเข้า “รถยนต์ไฮบริดของจีน” ไว้ที่ 350,000 คันต่อปี
สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานจากกรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม เมื่อวันที่ 12 ต.ค. ว่า ขีดจำกัดการนำเข้ารถยนต์ไฮบริดที่ 350,000 คันต่อปี จะมีผลบังคับใช้ในช่วงปีแรก จากนั้นจะปรับตัวเลขเพิ่มขึ้นปีละ 6% ตั้งแต่ปีที่สองเป็นต้นไป โดยมาตรการดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้เป็นเวลา 4 ปี ซึ่งทั้งอียูและจีนต่างให้คำมั่นว่าจะปฏิบัติตามกฎระเบียบขององค์การการค้าโลก (ดับเบิลยูทีโอ)
อนึ่ง นายมารอส เซฟโควิช กรรมาธิการการค้าของอียู พบหารือกับนายหวัง เหวินเทา รมว.พาณิชย์จีน ในกรุงปักกิ่ง เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว โดยอียูพยายามลดการขาดดุลการค้าที่สูงกว่า 1,000 ล้านยูโรต่อวัน (ราว 37,660 ล้านบาท) ซึ่งมาตรการป้องกันนี้จะช่วยให้อียูสามารถจำกัดผลิตภัณฑ์จากภาคส่วนใดภาคส่วนหนึ่งได้ หากพบว่ามีการนำเข้าสินค้าเข้ามาในกลุ่มเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
เอกสารระบุว่า ขีดจำกัดจะมีผลบังคับใช้กับการนำเข้ารถยนต์ไฮบริดทั้งหมด ไม่ใช่เฉพาะรถยนต์ที่มาจากจีนเท่านั้น เพื่อให้เป็นไปตามหลักการไม่เลือกปฏิบัติของดับเบิลยูทีโอ แต่โควตาของจีนจะไม่น้อยกว่าโควตาของแหล่งนำเข้ารถยนต์ไฮบริดอื่น ๆ
ทั้งนี้ ยอดขายรถยนต์ไฮบริดของจีนที่พุ่งสูง กลายเป็นสัญลักษณ์ความไม่พอใจของยุโรปที่มีต่อรัฐบาลปักกิ่ง แต่ประเด็นดังกล่าวเป็นเพียงส่วนหนึ่งของปัญหาโดยรวม ซึ่งบรรดาผู้นำอียูจะประชุมกันที่กรุงบรัสเซลส์ในวันพฤหัสบดีที่จะถึงนี้ (15 ต.ค.) เพื่อหารือเกี่ยวกับรถยนต์ไฮบริด รวมถึงแนวทางหยุดยั้งไม่ให้สินค้าต้นทุนต่ำที่ได้รับเงินอุดหนุนของจีน ทะลักเข้าสู่ตลาดยุโรป และส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมในภูมิภาค
ด้านบลูมเบิร์กรายงานว่า หากมาตรการข้างต้นประสบความสำเร็จ อียูอาจพิจารณาบังคับใช้กลไกการป้องกันทางการค้าที่คล้ายคลึงกัน ในภาคส่วนอื่น ๆ ด้วย.
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
เครดิตภาพ : REUTERS