โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

“อียู” เตรียมจำกัดการนำเข้า “รถยนต์ไฮบริดของจีน” ไว้ที่ 350,000 คันต่อปี

เดลินิวส์

อัพเดต 12 ตุลาคม 2569 เวลา 22.45 น. • เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
สหภาพยุโรป (อียู) จะกำหนดเพดานการนำเข้ารถยนต์ไฮบริดของจีนไว้ที่ 350,000 คันต่อปี โดยมาตรการป้องกันนี้จะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ธ.ค. 2569 เป็นต้นไป

สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานจากกรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม เมื่อวันที่ 12 ต.ค. ว่า ขีดจำกัดการนำเข้ารถยนต์ไฮบริดที่ 350,000 คันต่อปี จะมีผลบังคับใช้ในช่วงปีแรก จากนั้นจะปรับตัวเลขเพิ่มขึ้นปีละ 6% ตั้งแต่ปีที่สองเป็นต้นไป โดยมาตรการดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้เป็นเวลา 4 ปี ซึ่งทั้งอียูและจีนต่างให้คำมั่นว่าจะปฏิบัติตามกฎระเบียบขององค์การการค้าโลก (ดับเบิลยูทีโอ)

อนึ่ง นายมารอส เซฟโควิช กรรมาธิการการค้าของอียู พบหารือกับนายหวัง เหวินเทา รมว.พาณิชย์จีน ในกรุงปักกิ่ง เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว โดยอียูพยายามลดการขาดดุลการค้าที่สูงกว่า 1,000 ล้านยูโรต่อวัน (ราว 37,660 ล้านบาท) ซึ่งมาตรการป้องกันนี้จะช่วยให้อียูสามารถจำกัดผลิตภัณฑ์จากภาคส่วนใดภาคส่วนหนึ่งได้ หากพบว่ามีการนำเข้าสินค้าเข้ามาในกลุ่มเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

เอกสารระบุว่า ขีดจำกัดจะมีผลบังคับใช้กับการนำเข้ารถยนต์ไฮบริดทั้งหมด ไม่ใช่เฉพาะรถยนต์ที่มาจากจีนเท่านั้น เพื่อให้เป็นไปตามหลักการไม่เลือกปฏิบัติของดับเบิลยูทีโอ แต่โควตาของจีนจะไม่น้อยกว่าโควตาของแหล่งนำเข้ารถยนต์ไฮบริดอื่น ๆ

ทั้งนี้ ยอดขายรถยนต์ไฮบริดของจีนที่พุ่งสูง กลายเป็นสัญลักษณ์ความไม่พอใจของยุโรปที่มีต่อรัฐบาลปักกิ่ง แต่ประเด็นดังกล่าวเป็นเพียงส่วนหนึ่งของปัญหาโดยรวม ซึ่งบรรดาผู้นำอียูจะประชุมกันที่กรุงบรัสเซลส์ในวันพฤหัสบดีที่จะถึงนี้ (15 ต.ค.) เพื่อหารือเกี่ยวกับรถยนต์ไฮบริด รวมถึงแนวทางหยุดยั้งไม่ให้สินค้าต้นทุนต่ำที่ได้รับเงินอุดหนุนของจีน ทะลักเข้าสู่ตลาดยุโรป และส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมในภูมิภาค

ด้านบลูมเบิร์กรายงานว่า หากมาตรการข้างต้นประสบความสำเร็จ อียูอาจพิจารณาบังคับใช้กลไกการป้องกันทางการค้าที่คล้ายคลึงกัน ในภาคส่วนอื่น ๆ ด้วย.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : REUTERS

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...