โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

7 วิธีรู้ทันโจรไซเบอร์ ป้องกันสูญเงินยุคไอที

Businesstoday

เผยแพร่ 18 ต.ค. 2564 เวลา 04.11 น. • Businesstoday

ในช่วงนี้มีเรื่องราววุ่นๆสำหรับคนใช้สมาร์ทโฟนอีกแล้ว โดยเฉพาะบรรดาแอปพลิเคชั่นต่าง ๆ ทั้งแอปฯธนาคาร โมบายแบงก์กิ้ง แอปฯอี-วอลเล็ท หรือแม้แต่แอปฯซื้อสินค้าออนไลน์ (อี-คอมเมิร์ซ) ที่ถ้าไม่แอปฯล่ม ระบบขัดข้อง ใช้งานไม่ได้ชั่วคราว โอนเงินไม่ได้รับเงินแล้ว บางคนถึงขั้นถูกแฮก ถูกเจาะระบบกันเลย ซึ่งในกลุ่มหลังนี้ได้เกิดขึ้นแบบไม่รู้ตัว พอเข้ามาเช็กรายการเดินบัญชี ถึงกับช็อก! เพราะเงินได้ถูกโอนออกไปหลายรายการ ในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน

การแฮก หรือเจาะระบบ ไม่ได้เพิ่งเกิดเป็นครั้งแรก แต่ในช่วงเวลานี้ระบบเทคโนโลยีของไทยก้าวหน้าล้ำยุคไปมาก ทำให้เกิดแอปพลิเคชั่นต่างๆมากมาย เพื่อเข้ามาอำนวยความสะดวกผู้ใช้งาน แต่เมื่อผู้ใช้งานสะดวก ก็อาจมีช่องโหว่ของระบบที่ให้มิจฉาชีพ หรือเหล่าแฮกเกอร์โจรกรรมข้อมูลได้ง่ายขึ้นเช่นเดียวกัน ถ้าเราไม่ได้ระวัง!

สำหรับวิธีป้องกันไม่ให้ตัวเรานั้นตกเป็นเหยื่อของ “แฮกเกอร์” ต้องพึงระวังไว้ 1.ควรเลือกติดตั้งแอปพลิเคชั่นใด ๆ ต้องตรวจสอบที่มาที่ไปว่ามีความน่าเชื่อถือได้หรือไม่ โดยต้องหลีกเลี่ยงแอปฯที่ติดตั้งจากไฟล์หรือแหล่งที่มาอื่นใด นอกเหนือจากอย่างเป็นทางการ เช่น บน App Store หรือ Google Play Store เท่านั้น

2.ไม่ควรโหลดแอปพลิเคชั่นที่ไม่น่าไว้ใจ หรือมาจากแหล่งอื่น เช่น ข้อความ sms บนสมาร์ทโฟน , จากเว็บไซต์ที่ส่งมาเป็นลิงก์ , จากอีเมล ซึ่งวิธีตรวจสอบให้ดูชื่อของผู้พัฒนาแอปพลิเคชั่นนั้นว่า มีความน่าเชื่อถือ เป็นที่รู้จักหรือไม่

3.ควรอัปเดตแอปพลิเคชั่นให้เป็นเวอร์ชั่นใหม่อยู่เสมอ เพราะจะทำให้แอปฯนั้น มีความใหม่ มีซอฟต์แวร์ที่ได้รับการแก้ไขข้อบกพร่องต่าง ๆ และอาจมีการอัปเดตจุดด้อย ปิดกั้นช่องโหว่ให้เหล่าแฮกเกอร์เจาะระบบเข้ามาได้อีกด้วย

4.ไม่ควรบอกรหัสผ่านเข้าแอปพลิเคชั่นกับใครทั้งสิ้น โดยเฉพาะแอปฯที่เกี่ยวข้องกับการเงิน เช่น โมบายแบงก์กิ้ง , แอปฯบัตรเครดิต , แอปฯอี-วอลเล็ท หรือ อี-มันนี่ เป็นต้น และไม่ควรจดบันทึกไว้ในสมาร์ทโฟน เพราะถ้าหากโจรได้สมาร์ทโฟนเครื่องนั้นไป จะทราบรหัสเข้าแอปฯโมบายแบงก์กิ้ง โอนเงินออกได้อย่างสบาย ๆ

5.ควรตั้งรหัสแอปพลิเคชั่นซับซ้อน เดายาก แต่จำง่าย ซึ่งไม่ควรใช้อย่างยิ่ง คือ วันเดือนปีเกิด , ชื่อจริง , ตัวเลขเรียง หรืออะไรที่เกี่ยวข้องกับผู้ใช้งาน เพราะจะทำให้เดาได้ง่ายเอามาก ๆ และควรตั้งรหัสมีทั้งตัวอักษร และตัวเลข ผสมกัน ถ้าเป็นไปได้ควรเปลี่ยนรหัสผ่านทุก ๆ 3 เดือน

6.ไม่ควรล็อกอินอัตโนมัติไว้ตลอดเวลา เช่น บน Facebook หรือ อีเมล เพราะอาจจะทำให้เข้าไปดูข้อมูลส่วนตัว และอาจนำบัญชีของเราไปหลอกลวงผู้อื่นได้อีก และยิ่งปัจจุบันมีบางแพลตฟอร์มที่ผูกไว้กับบัญชีชำระเงิน อาจทำให้สูญเงินได้ไม่รู้ตัว ฉะนั้นควรล็อกเอาท์ออกจากระบบทุกครั้งที่ใช้งาน เพื่อความปลอดภัยของตนเองและคนรอบข้าง

7.ควรรีบแจ้งผู้ให้บริการโดยด่วน เมื่อรู้ตัวว่าพบสิ่งผิดปกติรายการเดินบัญชีทางด้านการเงิน เช่น เงินถูกโอนออกไปโดยที่ไม่ใช่ตนเองทำรายการ ก็ควรรีบติดต่อเพื่ออายัด หรือระงับธุรกรรม เพื่อให้ผู้ให้บริการตรวจสอบและคืนเงิน ฉะนั้นควรหมั่นเช็กรายการอยู่เสมอ ๆ หรือเลือกสมัครแจ้งเตือนเมื่อมีธุรกรรมโอนเงินเข้า-ออก จะได้รับทราบทุกความเคลื่อนไหว จะได้รู้ไว รู้ทัน ไม่เสียเงินเสียทองไปมากกว่าเดิม

ดังนั้น เมื่อเราอยากจะใช้เทคโนโลยีที่ล้ำยุคล้ำสมัย เพื่อความสะดวกสบายในการใช้ชีวิต เราก็ควรรู้จักป้องกันและเรียนรู้วิธีรับมือภัยไซเบอร์ที่นับวันยิ่งอันตรายมากขึ้น เราต้องกลายเป็นคนที่ “รู้ทันโจร” จะได้ไม่ตกเป็นเหยื่อ!

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...