โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

SMEs-การเกษตร

เกษตรกรตรัง เพาะเลี้ยงปลากัดนักสู้ สร้างรายได้ปีละกว่า 3 แสนบาท

เทคโนโลยีชาวบ้าน

อัพเดต 01 ก.พ. 2565 เวลา 04.34 น. • เผยแพร่ 14 ก.พ. 2565 เวลา 21.00 น.

คุณอนุสรณ์ นวะกะ กล่าวว่า เดิมตนเองมีอาชีพเป็นพนักงานบริษัทรถยนต์ ด้วยใจอยากทํางานอิสระ จึงเก็บหอมรอมริบ ด้วยเงินทุน 300,000 บาท สู่การเริ่มต้นธุรกิจส่วนตัว ด้วยตนเองเป็นคนที่ชื่นชอบ “การเลี้ยงปลากัดสายนักสู้” จึงคิดว่าสามารถทำเป็นอาชีพได้ โดยเริ่มบุกเบิกมา 14 ปี ตั้งแต่ปี 2550 เริ่มต้นด้วยการเพาะเลี้ยงไรแดงและเพาะเลี้ยงปลากัด  จํานวน 20 บ่อ ขายไรแดงจากการเพาะฟักและขายปลากัดนักสู้มีรายได้คุ้มต้นทุนตั้งแต่ช่วงแรกๆ ปัจจุบัน มีบ่อเลี้ยงปลากัดนักสู้และขายไรแดงสร้างอาชีพเพิ่มรายได้ได้เป็นอย่างดี โดยทางสำนักงานเกษตรอำเภอย่านตาขาว ร่วมกับสำนักงานประมงจังหวัดตรัง ได้เข้ามาส่งเสริมให้จัดตั้งเป็นศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) ด้านการประมงเพื่อเป็นศูนย์ให้เกษตรกรผู้สนใจเข้ามาเรียนรู้

คุณอนุสรณ์ เล่าถึงวิธีการเพาะเลี้ยงไรแดงเพื่อนำมาเป็นอาหารให้กับปลากัดสายพันธุ์นักสู้ซึ่งทำได้ไม่ยาก โดยเริ่มต้นจากการนำน้ำเขียวคลอเรลลา (Chlorella sp) จํานวน 20 ลิตร ใส่บ่อซีเมนต์ ขนาด 5x5x0.60 เมตร แล้วเติมน้ำที่สะอาด ให้มีระดับน้ำ 2 เซนติเมตร เตรียมส่วนผสมประกอบด้วย ฮามิ ฮามิ 2 กิโลกรัม ปุ๋ยยูเรีย 1 กิโลกรัม ปุ๋ยนา (16-20-0) 1 กิโลกรัม ปูนขาว 1 กิโลกรัม อาหารลูกไก่ 0.5 กิโลกรัม ผสมกับน้ำคนให้เข้ากัน ทิ้งไว้ 2 ชั่วโมงให้ละลายเข้ากัน นําส่วนผสมเทลงในบ่อ คนให้เข้ากัน (เช้า เที่ยง เย็น) วันที่ 3 เติมน้ำจนได้ระดับสูง 50 เซนติเมตร เติมหัวเชื้อไรแดง 800 กรัม ทิ้งไว้ 3 วัน ในสภาพบ่อกลางแจ้ง ก็สามารถเก็บลูกไรแดง บ่อละ 4 กิโลกรัม ขายลูกไรแดงได้กิโลกรัมละ 150-200 บาท

การเพาะเลี้ยงปลากัดสายนักสู้ เริ่มด้วยการเตรียมพ่อแม่พันธุ์ปลากัดจากสนามนักสู้ คัดเลือกตัวที่เก่ง นําตัวเมียและตัวผู้มาวางติดกัน 4 วัน ให้มีความคุ้นเคย เมื่อตัวเมียไข่แก่ก็นำมาเพาะพันธุ์โดยนําไปขังรวมกับตัวผู้ อัตรา 1 : 1 (ตัวเมีย 1 ตัว ตัวผู้ 1 ตัว) ขังรวมไว้ 2 วัน ตัวเมียจะวางไข่ในภาชนะที่เพาะฟักและตัวผู้จะฉีดน้ำเชื้อผสมกับไข่ในบ่อเพาะพันธุ์ ไข่จะฟักเป็นตัวภายใน 5 วัน หลังจากนั้นลูกปลาพร้อมที่จะนำไปอนุบาล ตัวผู้จะเป็นผู้เลี้ยงลูก แยกตัวเมียออก (เพราะตัวเมียจะกินลูก) ตัวผู้จะเลี้ยงลูก 5-7 วัน หลังจากถุงไข่ยุบ (yolk sac) จึงจะให้อาหารไข่แดง ตามด้วยลูกไรแดงในการอนุบาลลูกปลาอายุ 7 วัน นําไปอนุบาลและเลี้ยงต่อ ให้อาหารเป็นลูกไรแดง

การอนุบาลและเลี้ยงปลากัดสายนักสู้ เริ่มต้นด้วยการเตรียมบ่อเลี้ยงปลากัด ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 160 เซนติเมตร สูง 50 เซนติเมตร ใส่ลูกปลาเลี้ยง 100 ตัว เลี้ยงนาน 5 เดือน จะได้ปลาอัตรารอด 80 เปอร์เซ็นต์ เนื่องจากเป็นปลากัดนักสู้จึงขายได้ตัวละ 150-500 บาท ถ้าลักษณะดีขายได้ถึงตัวละ 1,000 บาท

การเลี้ยงปลากัด เพื่อให้ได้ปลากัดลักษณะดี มีคุณภาพ นอกจากเลือกพ่อแม่พันธุ์จากสายพันธุ์นักสู้แล้ว การเลี้ยงปลาก่อนจําหน่ายนั้นทางฟาร์มเพาะพันธุ์ได้เลี้ยงปลาในน้ำหมักสีชาโดยใช้ใบหูกวางแห้งครึ่งใบใส่โหล ขนาด 5 ลิตร (เติมน้ำเกือบเต็ม) ใส่เกลือเล็กน้อย แช่ไว้ 5-7 วัน นําปลามาเลี้ยงในโหลจะทำให้ปลาคลายเครียดไม่เป็นเห็บ (พยาธิ) ทำให้ปลามีเกล็ดแข็ง (หนัง เหนียว) และปลาไม่อ้วน

          

เกษตรกรมีใจรักในอาชีพจึงสามารถเพาะพันธุ์ปลากัดนักสู้ขายได้จาก 20 บ่อ ขยายเป็น 150 บ่อ (รวมบ่อกลมและบ่อซีเมนต์) มีเทคนิคในการหาพ่อแม่พันธุ์จากสนามนักสู้ เช่นที่สนามทุ่งเกาะยวน หมู่ที่ 5 ตำบลหนองบ่อ และสนามย่านตาขาว ทำให้ได้พ่อแม่ปลาคุณภาพจากการคัดสรร ทำให้ได้ลูกปลาลักษณะที่เป็นปลานักสู้ ขายได้ราคาดี

 

เมื่อการระบาดของเชื้อโควิด-19 เข้ามา ทำให้สนามกัดปลาถูกสั่งปิดตามคำสั่งจังหวัด และ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ส่งผลให้ขายปลากัดได้น้อยลง จึงลองปรับวิถีชีวิตของตัวเองใหม่ และศึกษาตลาดใหม่พบว่า ปลาสวยงามสายพันธุ์ปลากัดกำลังเป็นที่ต้องการและนิยมเลี้ยงของชาวต่างชาติ รวมทั้งขายง่ายทางออนไลน์ จึงหันมาเพาะเลี้ยงปลาสวยงามสายพันธุ์ปลากัด 20 บ่อ แต่ยังคงเพาะพันธุ์ปลากัด 100 บ่อ และเลี้ยงไรแดง 13 บ่อ เพื่อส่งขายลูกค้าอีกกลุ่ม จนสามารถสร้างรายได้เลี้ยงครอบครัวได้ปีละกว่า 300,000 บาท สำหรับผู้สนใจติดต่อได้ทาง เฟซบุ๊ก อนุสรณ์ นวะกะ โทร. 096-237-3059 และสำนักงานเกษตรอำเภอย่านตาขาว โทร. 075-281-241

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...