ชิเกรุ อิชิบะ ผู้นำใหม่ญี่ปุ่น กับขวากหนามทางการเมือง
สถานการณ์ทางการเมืองในญี่ปุ่นในเวลานี้ น่าสนใจอย่างยิ่ง โดยเฉพาะหลังจาก ชิเกรุ อิชิบะ สาบานตนเข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนใหม่อย่างเป็นทางการเมื่อ 1 ตุลาคมที่ผ่านมา พร้อมกับประกาศให้มีการจัดการเลือกตั้งใหม่ขึ้นทันที ในวันที่ 27 ตุลาคมนี้
อิชิบะ ไม่ใช่นักการเมืองหน้าใหม่ ตรงกันข้าม กลับเป็นมือเก๋าระดับที่เคยลงแข่งขันเพื่อช่วงชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรค เสรีประชาธิปไตย (แอลดีพี) มาแล้วถึง 4 ครั้ง ในช่วงระหว่างปี 2008 จนกระทั่งถึงปี 2020 ที่ผ่านมา
การชิงตำแหน่งทั้งสี่ครั้งจากการลงคะแนนภายในพรรค ส่งผลที่น่าสนใจประการหนึ่งต่ออิชิบะ นั่นคือ ยิ่งเป็นแคนดิเดตมากครั้งขึ้นเท่าใด ตัวเขาเองกลับถูกโดดเดี่ยวภายในพรรคมากยิ่งขึ้นเท่านั้น จนถึงขนาดถูกมองว่าเป็นเสมือน “คนนอก” ของแอลดีพีด้วยซ้ำไป
แต่การดื้อแพ่ง ยืนกรานของอิชิบะ กลับเป็นผลอย่างไม่คาดฝันในการเป็น “แคนดิเดต” ครั้งที่ 5 เมื่อพลิกเอาชนะ ผู้ที่ได้ชัยชนะในการเลือกตั้งครั้งแรกอย่าง ซานาเอะ ทาเคชิ ผู้สมัครสตรีที่นำเสนอตัวเองในฐานะ “ทายาท” ทางการเมืองของอดีตนายกรัฐมนตรี ชินโซะ อาเบะ แบบพลิกความคาดหมาย
ชัยชนะดังกล่าวนั้น ผู้สันทัดกรณีทางการเมืองญี่ปุ่นชี้ว่า บรรดาสมาชิกพรรคจำนวนไม่น้อยหันมาเทคะแนนให้ อิชิบะ ทั้งๆ ที่ไม่ได้กระตือรือร้นสนใจในตัวเขามากมายนัก
เพียงแต่ไม่ต้องการให้ “สายเหยี่ยว” อย่าง ทาเคชิ ได้รับชัยชนะและได้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นเท่านั้นเอง
ซึ่งนั่นทำให้สถานะของ อิชิบะ ตกอยู่ในสภาพไม่สู้จะดีนัก ในทางหนึ่งนั้นเขารับสืบทอดพรรคการเมืองใหญ่ที่เป็นพรรครัฐบาลญี่ปุ่นมาแทบทุกยุคทุกสมัย (เว้นช่วงเพียง 2 ครั้งเท่านั้น) แต่เป็นพรรคการเมืองที่แตกร้าว แบ่งแยกกันภายในอย่างหนัก เต็มไปด้วย “มุ้งการเมือง” สารพัดจนเป็นที่ขึ้นชื่อลือชา
ในอีกทางหนึ่งนั้น ตัวอิชิบะเองกลับไม่มีฐาน ส.ส. หรือมุ้งของ ส.ส.ที่ให้การสนับสนุนตัวเขาเองอยู่ในมือแต่อย่างใด
ผลก็คือ นอกเหนือจากที่ต้องระวัง ปฏิปักษ์สำคัญในพรรคอย่างกลุ่ม ส.ส.สายเหยี่ยวภายใต้การนำของ ทาเคชิ ที่ว่ากันว่ายังคงอยู่ในสภาพจ้องตาเป็นมันรอวันอิชิบะล้มทั้งยืน โดยพร้อมที่จะช่วงชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรคและนายกรัฐมนตรีใหม่อีกครั้งแล้ว อิชิบะยังจำเป็นต้องสร้างความพึงพอใจ เพื่อเรียกเสียงสนับสนุนจากบรรดากลุ่มก้อนทางการเมืองภายในพรรคให้ได้มากที่สุด นอกเหนือจากคนใกล้ชิดตนเองเพียงไม่กี่มากน้อยอีกด้วย
นักสังเกตการณ์ระบุว่า ในสภาพเช่นนี้ ผลการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในปลายเดือนนี้จึงมีนัยสำคัญยิ่งต่อ อิชิบะ เช่นเดียวกับเสียงสนับสนุนจากประชาชนโดยทั่วไปในประเทศ สำหรับใช้เป็นพื้นฐานในการบริหารรัฐบาล บริหารประเทศต่อไปในอนาคต
เป็นแรงต้านและ “คาน” แรงกดดันจากกลุ่มชาตินิยม อนุรักษนิยมในแอลดีพีนั่นเอง
หลายคนเชื่อว่า การตัดสินใจจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่ขึ้นในวันที่ 27 ตุลาคมนี้ สะท้อนให้เห็นความพยายามที่จะใช้ช่วง “ฮันนีมูน” ในสายตาประชาชนให้เป็นประโยชน์ต่อตนเองให้มากที่สุด
กระนั้นผลการสำรวจความคิดเห็นหรือโพล เท่าที่ผ่านมากลับแสดงให้เห็นว่า ประชาชนทั่วไปยังคง “สงวนท่าที” ต่ออิชิบะอยู่ต่อไป
โดยยังคงรอความชัดเจนว่า อิชิบะ จะจัดการอย่างไรกับเรื่องอื้อฉาวอย่างกรณีเงินบริจาคให้กับพรรคการเมือง ซึ่งเป็นเหตุสำคัญที่ทำให้อดีตนายกรัฐมนตรี ฟูมิโอะ คิชิดะ ต้องลาออกจากตำแหน่งไปก่อนหน้านี้นั่นเอง
ผลโพลที่จัดทำโดย อาซาฮี ชิมบุน สำรวจความคิดเห็นคนทั่วไปในระหว่างวันที่ 1-2 ตุลาคม แสดงให้เห็นว่าคณะรัฐมนตรีของอิชิบะ ได้รับการยอมรับ 46 เปอร์เซ็นต์ ไม่ยอมรับ 30 เปอร์เซ็นต์ ในขณะที่ผู้ตอบแบบสอบถามเพียง 16 เปอร์เซ็นต์ ระบุว่าพรรคแอลดีพี “ดีขึ้น” เมื่อมีอิชิบะเป็นนายกรัฐมนตรี แต่อีก 12 เปอร์เซ็นต์ ระบุว่า “ย่ำแย่ลงกว่าเดิม” ส่วนเสียงส่วนใหญ่คือ 64 เปอร์เซ็นต์ ยังยืนกรานว่า “ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง”
ด้วยสภาพที่อ่อนแอและแตกแยกของพรรคการเมืองฝ่ายค้าน ทำให้การเลือกตั้งใหม่ที่จะมีขึ้นในวันที่ 27 ตุลาคมนี้ ไม่มีนัยสำคัญมากนักในแง่ของชัยชนะหรือพ่ายแพ้ เพราะเชื่อกันว่าปัจจัยหลายอย่าง อาทิ การออกมาใช้สิทธิ์กันต่ำมากมาตั้งแต่ปี 2012 จะส่งผลให้แอลดีพีได้รับชัยชนะอีกครั้ง
แต่นัยสำคัญจะอยู่ตรงที่ว่า ชัยชนะของแอลดีพีนั้นมากน้อยเพียงใด มากพอที่จะช่วยให้สถานะนายกรัฐมนตรีของ อิชิบะ นิ่งและมั่นคงมากขึ้นหรือไม่
นอกจากประเด็นเรื่องเงินบริจาคให้พรรคการเมืองที่เป็นประเด็นใหญ่ในการเลือกตั้งที่จะถึงนี้แล้ว แรงสนับสนุนของอิชิบะ ยังขึ้นอยู่กับอีก 2 ประเด็นสำคัญ หนึ่งคือการปฏิรูปการเมือง เพื่อรับมือกับปัญหาเงินบริจาคอื้อฉาว กับอีกหนึ่งคือนโยบายทางด้านเศรษฐกิจ
ก่อนหน้าที่จะได้รับเลือกให้เป็นหัวหน้าพรรคแอลดีพี อิชิบะ เคยประกาศเอาไว้ว่า จะเปิดให้มีการ “ถก” กันอย่างถี่ถ้วน ทั่วถึงว่า จะให้ผู้ที่มีส่วนรับผิดชอบกับเงินทุนอื้อฉาวเหล่านั้นต้องรับผิดชอบกับพฤติกรรมอย่างไร ซึ่งอาจรวมถึงการไม่ส่งลงเลือกตั้งครั้งที่จะถึงนี้อีกด้วย
ผลก็คือ ทำให้ภายในพรรควิพากษ์กันกระหึ่ม โดยเฉพาะเสียงไม่เห็นด้วยจากมุ้งอาเบะที่มีเอี่ยวกับเรื่องอื้อฉาวดังกล่าวมากที่สุด
ผลก็คือ หลังจากได้รับเลือกให้เป็นหัวหน้าพรรค อิชิบะ ยอมกลืนน้ำลายตัวเอง โยนเรื่องการส่งลงสมัครให้กลับไปอยู่กับทีมยุทธศาสตร์พรรคเหมือนที่เป็นมา
แต่ในเวลาเดียวกัน อิชิบะ ก็ต้องหาหนทางที่ทำให้ประชาชนทั่วไปพึงพอใจในเรื่องนี้ด้วย
เพราะในผลโพลของอาซาฮี ผู้ตอบจำนวนมากถึง 75 เปอร์เซ็นต์ ชี้ว่า อิชิบะ ควรทำอย่างหนึ่งอย่างใด เพื่อสร้างความกระจ่างชัดเจนให้กับเรื่องเงินบริจาคอื้อฉาวนี้
มีเพียง 15 เปอร์เซ็นต์เท่านั้นที่ตอบว่า ไม่จำเป็น
https://twitter.com/matichonweekly/status/1552197630306177024
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ชิเกรุ อิชิบะ ผู้นำใหม่ญี่ปุ่น กับขวากหนามทางการเมือง
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichonweekly.com