‘Happy Ending’ ซีรีส์ภาพถ่ายโดย ‘Fa and Fon’ สองไดเรกเตอร์เชื้อสายไทย ในลอนดอน ที่อยากเล่าเรื่องการนวดไทยให้ทรงพลัง
ใครที่เคยนวดแผนไทยก็น่าจะเคยผ่านท่วงท่าสุดฮาร์ดคอร์กันมาบ้าง ไม่ว่าจะเป็นการดัดหลัง แขน ขา ลำตัว ในท่าประหลาดๆ ให้หมอนวดได้สัมผัสร่างกายใกล้ชิดและใช้แรงกำกับร่างกายเราไม่ต่างจากตุ๊กตา ซึ่งหลายครั้งก็อาจเต็มไปด้วยความเจ็บปวดระหว่างทาง แต่เราต่างก็รู้ว่าปลายทางคือความผ่อนคลายที่รออยู่ และนี่เองที่เป็นที่มาของคำว่า ‘Happy Ending’ อันเป็นชื่อของซีรีส์ภาพถ่ายสุดเก๋ที่เราขอหยิบมาพูดถึงในวันนี้ ที่ไม่เพียงแต่เป็นการเล่าเรื่องการนวดไทยในแบบที่สนุกสุดๆ แต่ยังเป็นการคารวะเหล่าหมอนวดไทยทั้งหลายไปในตัวว่าพวกเธอนั้นโคตรจะเจ๋ง!
Happy Ending คือผลงานของ Fa and Fon Klangngoen สองไดเรกเตอร์สาวเชื้อสายไทยในลอนดอน ที่มีแพสชั่นในด้านแฟชั่น กราฟิกดีไซน์ และศิลปะ เป็นแรงขับเคลื่อนในการทำงาน และชอบทำงานกับจังหวะเซอร์เรียลต่างๆ ป๊อปคัลเจอร์ รวมถึงอิทธิพลจากความเป็นไทยในตัว และ Happy Ending ก็คือโปรเจกต์ส่วนตัวที่ทั้งคู่ตั้งใจทำขึ้นควบคู่ไปกับการทำงานคอมเมอร์เชียล โดยเลือกหยิบการนวดแผนไทยมาเล่าใหม่ในแบบที่พวกเธอนึกคิดทั้งในฐานะคนไทยและในฐานะผู้หญิงเอเชียน เพื่อเผยแพร่กับนิตยสาร Noctis Magazine
“การนวดไทยเป็นเรื่องของพลังและความแข็งแกร่ง มันคือการรวมเอาทั้งความรู้ อารมณ์เบื้องลึก และความงามของการเข้าใจความเป็นมนุษย์ มันมีทั้งการกระตุ้นเร้าและความสง่างามอยู่ในนั้น แล้วก็มีสัมผัสที่รุนแรงและเจ็บปวดในเวลาเดียวกัน ทั้งความงดงามระหว่างที่คนสองคนเต้นรำไปด้วยกัน ฝ่ายหนึ่งกำลังกดอีกฝ่ายอยู่ มันคือการเต้นรำ มันคือกีฬา และมันคือศิลปะด้วยเช่นกัน” Fa and Fon บอกเล่ากับเรา ซึ่งพ้องไปกับที่ทั้งคู่เขียนถึงชิ้นงานนี้เอาไว้ว่า
“หมอนวดหลายต่อหลายคนต้องอุทิศทั้งชีวิตเพื่อที่จะนวดได้อย่างเชี่ยวชาญ ศาสตร์นี้จึงควรได้รับการยกย่อง ในซีรีส์นี้เราเลยอยากถ่ายทอดการนวดแผนไทยในแบบที่มันเป็นจริงๆ นั่นก็คือการใช้ทักษะอันน่าทึ่ง เราให้แบบของเราได้สัมผัสการนวดจริงๆ ทั้งเรี่ยวแรงที่หมอนวดใช้และเทคนิกที่ซับซ้อนของการนวดแผนไทย ที่แสดงให้เห็นถึงวิธีการใช้ร่างกายและความเชี่ยวชาญพิเศษของพวกเธอ ซีรีส์นี้จึงเป็นการเล่าเรื่องของคนที่จะได้รับ ‘Happy Ending’ จากหมอนวดมืออาชีพ เราอยากให้นิยามอีกแบบผ่านการเฉลิมฉลองให้กับการนวดไทยที่น่ายกย่องเชิดชู” โดย Fa and Fon อธิบายถึงชื่อ Happy Ending เอาไว้ว่า “ที่ UK จากประสบการณ์ของพวกเรา คนที่นี่ให้ความเคารพในศาสตร์นี้นะ และมันก็เป็นเหมือนชาเลนจิ้งเบาๆ อย่าง ‘วันก่อนฉันเพิ่งไปนวดไทยมาล่ะ’ ซึ่งเป็นเหมือนการขิงว่าฉันน่ะรอดชีวิตจากการกดจุดและการยืดสุดโหดมาได้นะจ๊ะ แล้วมันก็ได้กลายเป็นเหมือนมุกตลกไปในตัวเพราะคนก็มักจะถามวา ‘did you get a happy ending?’ หรือ ‘แล้วจบสวยมั้ย?’ นั่นเอง”
และแม้จะเป็นคนไทยในลอนดอน แต่สำหรับ Fa and Fon การนวดไทยแบบ ‘เรียลนวดไทย’ นั้นไม่ใช่อะไรที่จะหาสัมผัสได้ง่ายๆ โดยเธอบอกเล่ากับเราว่า “ที่ UK การนวดไทยแบบดัดหลังบิดกระดูกของจริงนี่ เราเคยเจอแค่ใน ไทยเฟสติวัล ซึ่งจัดโดยวัดไทยในวิมเบิลดัน ซึ่งมันเป็นซีนที่ตราตรึงมาก คุณป้าหมอนวดใช้ท่านวดพิลึกพิลั่นต่างๆ ที่ดึงดูดสายตาจนคนเข้ามามุงดู เหมือนเป็นปรากฏการณ์ย่อมๆ เลยล่ะ”
แต่หากย้อนไปก่อนหน้านั้น พวกเธอเคยได้สัมผัสการนวดมาตั้งแต่ยังเด็ก เช่นเดียวกับเด็กไทยหลายคนที่เคยถูกคนเฒ่าคนแก่ที่บ้านให้ช่วยนวดให้ “ความทรงจำแรกของพวกเราเกี่ยวกับการนวดไทยก็คือตอนที่คุณยายคุณย่าบอกให้เราช่วยเหยียบหลัง บางครั้งก็แลกกับค่าขนม หรือบางครั้งก็แค่เพราะพวกท่านแก่แล้ว แถมยังเมื่อยเนื้อเมื่อยตัวเพราะต้องคอยดูแลพวกเราน่ะ แต่สำหรับประสบการณ์การนวดของพวกเราก็หนักหน่วงไม่ใช่เล่น อย่างการได้ไปนวดดัดตัวกับร้านนวดข้างทางในกรุงเทพฯ บ้าง หรือตามริมหาดที่ไทยบ้าง”
และด้วยความที่มีไอเดียเรื่องนี้อยู่ในใจเสมอ เมื่อมีโอกาสได้ทำงานส่วนตัวในครั้ง Fa and Fon จึงไม่รีรอที่จะทำงานกับการนวดไทย ซึ่งพวกเธอไม่ได้แค่หยิบเรื่องนี้มาเล่าในฐานะความทรงจำหรือมรดกทางวัฒนธรรม แต่ในเวลาเดียวกัน มันคือเรื่องมุมมองทางสังคมเกี่ยวกับผู้หญิง โดยเฉพาะผู้หญิงเอเชียน อย่างที่ทั้งคู่บอกว่า
“โปรเจกต์นี้ยังเป็นการโอบรับความเซ็กซี่ด้วยเลเยอร์ของเรื่องเล่าทางสังคม ที่มาจากมุมมองของผู้หญิงเอเชียน มันทำให้พวกเราได้ทดลองผ่านแฟชั่นและสไตลิ่งที่สะท้อนสิ่งที่พวกเรามีร่วมกันนั่นก็คือความสนุกและความล้ำ หรือบางครั้งก็บ้าๆ บอๆ” และ “เราอยากไฮไลท์ที่ความเซ็กซี่และความแข็งแกร่งของผู้หญิง พร้อมๆ กับที่ทลายกรอบความรับรู้เกี่ยวกับการนวดที่มักจะถูกมองเป็นเรื่องทางเพศจนเกินไป ด้วยสไตลิ่งในงานชิ้นนี้ เราตั้งใจให้มันออกมาดูสนุก ล้ำ และเซ็กซี่ แต่ไม่ได้ยั่วเพศเกินความเป็นจริงค่ะ” พวกเธอกล่าว
สำหรับความท้าทายในการทำงานครั้งนี้ Fa and Fon ได้ทิ้งท้ายให้เราฟังว่า “สิ่งที่ท้าทายที่สุดในงานนี้ก็คือการให้แบบของเรามาอยู่ในท่วงท่าต่างๆ ของการนวด โดยสวมเสื้อผ้าที่ไม่ได้เหมาะกับการนวดเอาซะเลย ตามปกติคุณจะไม่ใส่ส้นสูงและกระโปรงสั้นตอนนวดแน่ๆ การให้พวกเธอต้องมายืดเหยียดหรือบิดตัวนั่นเลยไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ดังนั้นมันเลยอยู่ที่การทำให้แบบรู้สึกสบายตัวสบายใจและสามารถเคลื่อนไหวได้อย่างเป็นธรรมชาติแม้จะอยู่ในชุดที่ไม่สะดวกเท่าไหร่ ซึ่งเราต้องยกเครดิตให้กับสไตลิสต์ของพวกเรา Inness Woo และผู้ช่วยของเธอ Caitlin Brown ที่ทำงานกับเรื่องนี้ด้วยใจที่เปิดกว้าง โดยไม่ได้มองว่าเสื้อผ้าจะสร้างข้อจำกัดแบบไหนบ้าง แต่คือการมองหาโอกาสที่จะโอบรับการเคลื่อนไหวแบบต่างๆ ต่างหากค่ะ”
ติดตามผลงานของพวกเธอได้ที่ IG @FA_FON_
CREDITS FOR HAPPY ENDING
DIRECTORS : Fa and Fon @FA_FON
Photographer : Melanie Lehmann @melony.lemon
Stylist : Inness Woo @inneswoo
Styling assistant : Caitlin Brown @thecaitlinbrown
Lead hair and make up artist : Nic Marilyn @nicmarilyn
Make Up and hair assistant : Lara Nasamu @ffyyoobb
Creative Retoucher : Adam Lupton@retouchbyadam
Creative colorist : Lucy B @hilucyb
Sound Design : Hollie Adams @Hollienefer
Models
Minmie S @minmie
Sima Safu @simasafi
ALT @altjj
Jaylin Ye @Jaylinye_
Georgia Kiah @Georgia.kiah
Fei Ng (Chavutti yoga massage therapist) @deepflowtherapy.massage
อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง
- ‘Happy Ending’ ซีรีส์ภาพถ่ายโดย ‘Fa and Fon’ สองไดเรกเตอร์เชื้อสายไทย ในลอนดอน ที่อยากเล่าเรื่องการนวดไทยให้ทรงพลัง
- Coralie Fargeat ผู้กำกับ The Substance (2024) กับการระบายความรุนแรงของการต้องเกิดเป็นผู้หญิง
- Harley Quinn เวอร์ชั่น Joker : Folie à Deux ลบภาพวายร้ายสาวสุดวายป่วงและกวนประสาท เพราะเธอเป็นเพียงผู้หญิงธรรมดาที่ฝันสลายจากโลกเน่าๆ
ตามบทความก่อนใครได้ที่
- Website : Mirror Thailand.com