‘TISCO’ หุ้นปันผลพิมพ์นิยม กำไรโดนกดดัน เป็นโอกาส ‘สะสม’ หรือ ‘ทยอยขาย’
The Bangkok Insight
อัพเดต 17 ต.ค. 2567 เวลา 04.22 น. • เผยแพร่ 17 ต.ค. 2567 เวลา 04.21 น. • The Bangkok Insightเมื่อนึกถึงหุ้นไทยที่จ่ายปันผลในระดับสูงมาอย่างต่อเนื่อง ชื่อของ TISCO หรือ บริษัท ทิสโก้ไฟแนนเชียลกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) มักถูกหยิบยกมาพูดถึงเป็นอันดับแรก ๆ เนื่องจากที่ผ่านมาบริษัทสามารถจ่าย Dividend Yield ในอัตราสูงกว่า 7% ต่อปีมาอย่างต่อเนื่อง
TISCO ประกอบธุรกิจโฮลดิ้งโดยมีธนาคารพาณิชย์เป็นแกนธุรกิจหลัก และต่อยอดไปสู่ธุรกิจให้บริการทางการเงินอื่น ๆ ได้แก่ ธุรกิจสินเชื่อ ธุรกิจบริการจัดการกองทุน และธุรกิจนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์
จุดเด่นของ TISCO คือการเติบโตของธุรกิจสินเชื่อรายย่อย โดยเฉพาะในพอร์ตของสินเชื่อเช่าซื้อรถ ทำให้เป็นบริษัทที่มีอัตราดอกเบี้ยปล่อยกู้โดยเฉลี่ยสูงกว่าธนาคารอื่น ๆ
นอกจากนี้ ในส่วนของธุรกิจบริการจัดการกองทุน TISCO มีส่วนแบ่งทางการตลาดในหมวดกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เป็นอันดับ 1 ของประเทศไทย
กำไรไตรมาส 3/2567 อ่อนแอ เศรษฐกิจเปราะบาง
อย่างไรก็ดี การรายงานผลประกอบการงวดล่าสุดไตรมาส 3 ปี 2567 ของ TISCO ถือว่าอ่อนแอ โดยบริษัทมีกำไรสุทธิ 1,713 ล้านบาท ลดลง 8.6% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้ภาพรวมผลประกอบการ 9 เดือนปี 2567 มีกำไรสุทธิ 5,199 ล้านบาท ลดลง 5.8% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
สาเหตุหลักมาจากสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (Expected Credit Loss-ECL) ที่เพิ่มขึ้น เพื่อรองรับความเสี่ยงทางเศรษฐกิจ และหนี้ภาคครัวเรือนที่ยังคงเปราะบาง
ในขณะที่สินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPLs) คงที่อยู่ที่ 2.4% ของสินเชื่อรวม โดยบริษัทมุ่งเน้นติดตามดูแลลูกหนี้อย่างใกล้ชิด พร้อมกับการบริหารจัดการคุณภาพสินเชื่อเชิงรุก ทั้งนี้ ระดับค่าเผื่อสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตต่อหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL Coverage Ratio) อยู่ที่ 159.1%
อีกทั้งยังคงรักษาระดับฐานะเงินกองทุนที่แข็งแกร่ง โดยมีประมาณการอัตราเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง (BIS Ratio) อยู่ที่ 20.9% สูงกว่าอัตราเงินกองทุนขั้นต่ำ 11.0% ที่กำหนดโดยธนาคารแห่งประเทศไทย และมีอัตราเงินกองทุนชั้นที่ 1 และชั้นที่ 2 ต่อสินทรัพย์เสี่ยงอยู่ที่ 18.9% และ 2.0% ตามลำดับ
สำหรับรายได้รวมจากการดำเนินงานปรับเพิ่มขึ้น 1.0% จากการฟื้นตัวของรายได้ค่าธรรมเนียมจากธุรกิจหลัก โดยเฉพาะธุรกิจที่เกี่ยวกับตลาดทุน ทั้งการรับรู้กำไรจากพอร์ตเงินลงทุน, ค่าธรรมเนียมธุรกิจหลักทรัพย์, รายได้ค่าธรรมเนียมธุรกิจวาณิชธนกิจ และรายได้ค่าธรรมเนียมธุรกิจจัดการกองทุน
ด้านเงินให้สินเชื่อรวมของกลุ่มทิสโก้ ณ วันที่ 30 กันยายน 2567 มีจำนวน 229,948 ล้านบาท ลดลง 2.1% จากสิ้นปี 2566 จากการชะลอตัวของสินเชื่อเช่าซื้อรถใหม่ ซึ่งเป็นไปตามยอดขายรถยนต์ในประเทศที่หดตัวลง และการชำระคืนหนี้ของลูกหนี้สินเชื่อธุรกิจและสินเชื่อ SME
ขณะที่สินเชื่อที่มีอัตราผลตอบแทนสูงยังคงเติบโต ประกอบด้วยสินเชื่อจำนำทะเบียน สินเชื่อเช่าซื้อรถมือสอง และสินเชื่อเช่าซื้อรถจักรยานยนต์
TISCO โอกาส "สะสม" หรือ "ทยอยขาย"
ความคิดเห็นของนักวิเคราะห์ บล.แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ มีมุมมองว่า แม้ภาพรวมผลประกอบการช่วง 9 เดือนปี 2567 จะต่ำกว่าคาดเล็กน้อยราว 2.5% ซึ่งเป็นแรงกดดันจากต้นทุนดอกเบี้ยจ่ายที่เพิ่มขึ้น ตามทิศทางอัตราดอกเบี้ยที่ปรับตัวขึ้นในช่วงก่อนหน้า ประกอบกับการตั้งสำรอง ECL ที่เพิ่มขึ้นตามคุณภาพสินทรัพย์ที่ถดถอยลงตามภาวะเศรษฐกิจ
อย่างไรก็ดี ถือว่า TISCO ยังมีผลประกอบการที่ดี โดยลดลงจากงวดเดียวกันปีก่อนเพียง 5.9% บนภาวะที่มีแรงกดดันจากหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง และยังถือเป็นหุ้นที่มีปันผลสูงสม่ำเสมอ คาดมีอัตราเงินปันผลตอบแทนสูงถึงปีละ 8%
แต่เชื่อว่าอาจมีแรงเทขายออกมา หลังผลประกอบการต่ำคาด แนะนำใช้จังหวะนี้ "ทยอยซื้อเพื่อรับปันผลสูง" โดยมีราคาเป้าหมายปี 2568 ที่ 107 บาทต่อหุ้น
ความคิดเห็นของนักวิเคราะห์ บล.บัวหลวง มองต่างออกไปว่า กำไรสุทธิของ TISCO ที่ลดลงนั้นเป็นไปตามที่นักวิเคราะห์และตลาดคาด และคาดว่าแนวโน้มกำไรสุทธิไตรมาส 4/67 จะลดลงต่อเนื่องเมื่อเทียบกับช่วงปีก่อน เพราะ NIM อ่อนตัวลง และ Credit Cost ที่สูงขึ้น ซึ่งจะกดดันแนวโน้มกำไรสุทธิปี 2024 ให้ลดลง 7% จึงแนะนำ “ขาย” หุ้น TISCO
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- สำรวจหุ้นกลุ่มไฟแนนซ์ วิ่งรับ 'ดอกเบี้ยลง'
- วิเคราะห์หุ้น MINT ธุรกิจครอบคลุมทั่วโลก!
- เจาะข้อมูลสินเชื่อ '8 หุ้นธนาคาร' ใครโตสุด
ติดตามเราได้ที่
เว็บไซต์: https://www.thebangkokinsight.com/
Facebook: https://www.facebook.com/TheBangkokInsight
X (Twitter):https://twitter.com/BangkokInsight
Instagram: https://www.instagram.com/thebangkokinsight/
Youtube:https://www.youtube.com/channel/UCYmFfMznVRzgh5ntwCz2Yxg