โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ยานยนต์

ซื้อรถมือสองอายุเท่าไหร่ ถึงจะคุ้มค่าที่สุด!

สยามคาร์ - Siamcar

เผยแพร่ 08 ส.ค. 2567 เวลา 14.48 น. • ทีมข่าวสยามคาร์
ซื้อรถมือสองอายุเท่าไหร่ ถึงจะคุ้มค่าที่สุด!

อายุรถที่เหมาะสมสำหรับการเลือกซื้อมือสอง

อันที่จริงแล้วไม่มีกฎตายตัวว่ารถมือสองควรมีอายุเท่าไหร่จึงจะซื้อได้ แต่หากพิจารณาตามการใช้งานของคนส่วนใหญ่ มักจะครอบครองรถประมาณ 5-7 ปี สอดคล้องกับอายุตลาดของรถแต่ละรุ่นจะอยู่ที่ประมาณ 6 ปี

ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลให้รถมือสองผ่านการใช้งานมาประมาณ 5-7 ปี จะมีราคาต่ำกว่าสมัยป้ายแดงเกินครึ่ง หรือ 60% ขึ้นไป ขณะที่สภาพโดยรวมยังคงไม่เก่าเกินไปนัก มีฟังก์ชันเทียบเคียงได้กับรถป้ายแดง หลายคันผ่านการใช้งานเพียงมือเดียว มีการบำรุงรักษาทุกระยะ เหล่านี้ก็จะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุงได้

ข้อดีของการซื้อรถมือสองอายุไม่เกิน 5 ปี
· ประหยัดเงินมากขึ้น: สำคัญที่สุดของการซื้อรถมือสองรุ่นเก่า คือ ประหยัดเงินมากกว่าซื้อรถใหม่ เพราะรถมือสองอายุ 5 ปี ไม่เพียงแต่ราคาถูกกว่ารถใหม่เท่านั้น แต่คุณยังจะจ่ายเงินน้อยลงเมื่อซื้อประกันภัยอีกด้วย ยิ่งไปกว่านั้น การผ่อนจ่ายรถยนต์มือสองอาจหมดเร็วกว่าซื้อรถยนต์ใหม่อีกด้วย ซึ่งขึ้นอยู่กับเงินดาวน์หรือโปรโมชั่นทางบริษัทสินเชื่อ ณ เวลานั้นๆ แต่ถ้าใครซื้อสดบอกเลยว่าคุ้มค่ากว่าแน่นอน

· ความทนทาน: ในอดีตที่ผ่านมารถยนต์มือสองมีชื่อเสียงในด้านลบและมีปัญหามากมาย แต่ตอนนี้จะไม่ไม่เป็นเช่นนั้นอีกต่อไป เพราะรถยนต์ที่ผลิตในช่วง 10 ปี ที่ผ่านมามีความปลอดภัย แข็งแรง ประหยัดน้ำมัน และทนทานต่อการใช้งานมากขึ้น

· Aftermarket: อุปกรณ์เสริมในตลาดหลังการขายมีให้เลือกมากมาย และมีราคาไม่แพงเมื่อเทียบกับรถยนต์รุ่นใหม่ นอกจากนี้ คุณยังสามารถหาอุปกรณ์อัปเกรดและติดตั้งอุปกรณ์เสริมในราคาที่คุ้มค่าให้กับรถเก่าได้ เช่น ระบบแจ้งเตือนมุมอับสายตา กล้องมุมมองรอบคัน 360 องศา เซ็นเซอร์ถอยหลัง รวมถึงหน้าจอให้ความบันเทิงพร้อมการเชื่อมต่อ Android Auto และ Apple Carplay เป็นต้น

ข้อเสียของการซื้อรถอายุไม่เกิน 5 ปี
· นวัตกรรมด้อยกว่า: การซื้อรถมือสองรุ่นเก่าอาจหมายถึงการพลาดคุณสมบัติใหม่ๆ แม้ว่า 5 ปี อาจเป็นเวลาที่ไม่นานนัก แต่เทคโนโลยีหรือนวัตกรรมมากมายกลายเป็นคุณสมบัติมาตรฐานในรถยนต์รุ่นใหม่ ตัวอย่างเช่น เมื่อ 5 ปีที่แล้ว เทคโนโลยีช่วยเหลือผู้ขับขี่อย่างระบบอย่างช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลนและช่วยควบคุมรถเมื่อออกนอกเลน หรือเทคโนโลยีไฮบริด จะอยู่ในรถที่มีราคาแพงหรือราคาสูงกว่า 1 ล้านบาท แต่ในปัจจุบันรถใหม่ไม่เกินล้านบาทก็มีมาให้เป็นมาตรฐานแล้ว

· ค่าซ่อมแพงกว่ารถใหม่: แม้ว่าเจ้าของคนก่อนจะดูแลรักษารถเป็นอย่างดี แต่ชิ้นส่วนอื่นๆ ก็ยังคงเสื่อมสภาพไปตามเวลา แม้ว่าคุณจะประหยัดเงินจากการซื้อรถยนต์มือสองอายุ 5 ปี แต่ก็ยังต้องจัดสรรเงินบางส่วนเพื่อซ่อมแซมและเปลี่ยนชิ้นส่วนรถยนต์อยู่ดี

· Warranty: การรับประกันจากผู้ผลิตก็เป็นเรื่องสำคัญ รถใหม่ในปัจจุบันที่มาจากโรงงานจะมีระยะรับประกันสูงสุด 5 ปี หรือ 150,000 กม. โดยเงื่อนไขนี้จะแตกต่างกันไปแต่ละแบรนด์ รวมถึงโปรโมชั่นค่าแรงในการนำรถเข้าเช็คบริการต่างๆ แต่ถ้าเป็นรถมือสองอายุ 2 ปี และมีการใช้งานไม่เกินจากที่กำหนดไว้ก็จะอยู่ในการรับประกันเช่นกัน แต่ถ้าเป็นรถมือสองอายุ 5 ปีขึ้นไป การรับประกันก็จะหมดไปโดยบริยาย ซึ่งจะทำให้ค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมมากขึ้นเมื่อเทียบกับรถใหม่

· ค่าใช้จ่ายเชื้อเพลิง: รถยนต์อายุมากขึ้นมักมีความประหยัดในการเผาไหม้เชื้อเพลิงน้อยลง ซึ่งอาจทำให้ต้องจ่ายเงินค่าน้ำมันมากขึ้นในระยะยาว

· คุณภาพ: คุณอาจไม่สามารถทราบประวัติการใช้งานของรถอย่างชัดเจน นอกจากนี้ รถยนต์มือสองที่มีอายุมากขึ้นอาจมีประวัติการชนหรือการใช้งานที่ไม่ค่อยดี ซึ่งอาจทำให้คุณต้องเสียเวลาและเงินในการซ่อมแซมหรือดูแลรักษารถ

วิธีการเช็คสภาพรถยนต์มือสองเบื้องต้น
· เครื่องยนต์: ตรวจสอบรอยรั่ว ระดับน้ำมัน สภาพปะเก็นฝากระโปรง และควันไอเสียว่ามีความผิดปกติหรือไม่

· เกียร์และคลัตช์: ทดสอบการเปลี่ยนเกียร์ ทดสอบคลัตช์ ว่าเข้าเกียร์ยากกว่าปกติหรือไม่ หากเครื่องยนต์มีอาการทำงานมีรอบเครื่องสูงขึ้นแต่ความเร็วรถยนต์ลดลงกว่าปกติ หรือรถไม่มีกำลัง เกียร์และคลัตช์อาจมีปัญหาได้

· งานตัวถัง: ตรวจสอบภายนอกของรถ สีรอบคันต้องมีความเข้มสม่ำเสมอ หรือลองเคาะชุดสี เช่น ประตูด้านซ้ายและขวาแล้วฟังเสียงว่าแตกต่างกันหรือไม่ เช็คสภาพกระจกรอบคัน รวมถึงไฟส่องสว่างทุกจุด

· ล้อและยาง: ดูความลึกของดอกยาง สภาพยาง ปีที่ผลิต และยี่ห้อของยางแต่ละเส้น

· ภายใน: ตรวจสอบกระโปรงหลัง แผงหน้าปัด (เช็คเลขไมล์และไฟเตือนต่างๆ) และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อย่างละเอียด

· ทดลองขับ: ก่อนซื้อรถควรทดลองขับว่ามีอะไรผิดปกติหรือไม่ ไม่ว่าจะเป็นช่วงล่าง การขับขี่ หรือเสียงต่างๆ ที่ลอดผ่านเข้ามาภายในห้องโดยสาร

· ประวัติการบำรุงรักษา: ตรวจสอบประวัติการเข้าใช้บริการจากศูนย์บริการเพื่อให้แน่ใจว่ารถได้รับการดูแลรักษาอย่างเหมาะสม สามารถช่วยลดความเสี่ยงที่จะเจอปัญหาหลังจากที่คุณซื้อรถมือสองได้

การซื้อรถมือสองอาจเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับคนที่ต้องการรถยนต์สภาพดีในราคาที่คุ้มค่า อย่างไรก็ตาม จำเป็นต้องระมัดระวังในการเลือกซื้อรถมือสองและตรวจสอบประวัติของรถอย่างรอบคอบก่อนที่จะตัดสินใจซื้อ เพื่อให้แน่ใจว่าคุณได้รับคุณภาพและมูลค่าที่คุ้มค่ากับเงินที่เสียไป หากคำแนะนำใดที่คุณนำไปใช้แล้วรู้สึกว่ายังไม่ผ่านหรือพบเจอปัญหา เราขอแนะนำว่าอย่ารีบร้อน ควรรอและหาตัวเลือกที่ดีกว่า แล้วคุณจะได้เจอรถที่ต้องการอย่างแน่นอน

สิ่งสำคัญที่สุดในการเลือกซื้อรถมือสอง คือ ต้องหารถที่มีสภาพดี ไม่ผ่านการชนหนัก จมน้ำ และพลิกคว่ำ มีเอกสารการครอบครองชัดเจน หาดูรถมือสองไม่เป็น ก็ควรพาคนรู้จักหรือช่างไปช่วยเลือกด้วย จะลดโอกาสที่เจอรถมีปัญหาลงได้ครับ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...