13 ตุลาคม ‘วันนวมินทรมหาราช’ วันคล้ายวันสวรรคต ‘ในหลวงรัชกาลที่ 9’
The Bangkok Insight
อัพเดต 12 ต.ค. 2567 เวลา 19.01 น. • เผยแพร่ 12 ต.ค. 2567 เวลา 23.00 น. • The Bangkok Insightวันนวมินทรมหาราช ตรงกับวันที่ 13 ตุลาคม ของทุกปี เป็นวันคล้ายวันสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พระมหากษัตริย์รัชกาลที่ 9 แห่งราชวงศ์จักรี
เมื่อวันที่ 11 เมษายน 2560 ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ได้มีการกำหนดให้วันที่ 13 ตุลาคม ของทุกปี ซึ่งตรงกับวันคล้ายวันสวรรคตของรัชกาลที่ 9 เป็น วันหยุดราชการ
ต่อมาในวันที่ 21 เมษายนปีเดียวกัน วันหยุดดังกล่าวถูกระบุในประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง กำหนดเวลาทำงานและวันหยุดราชการ ฉบับที่ 23 และในวันเดียวกัน พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระบรมราชานุญาตกำหนดให้เป็น "วันสำคัญของชาติไทย" และให้จัดกิจกรรมในลักษณะเดียวกับวันปิยมหาราช
จากนั้นในวันที่ 26 กันยายน 2566 ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบให้กำหนดชื่อวันดังกล่าว ตามที่ได้ขอพระราชทานชื่อจากรัชกาลที่ 10 ซึ่งได้รับประทานชื่อเพื่อประกอบพระบรมราชวินิจฉัยมาจากสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ (อัมพร อมฺพรมหาเถร) สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก ว่า "วันนวมินทรมหาราช" แปลว่า วันที่ระลึกถึงพระมหาราชรัชกาลที่ 9 ผู้ยิ่งใหญ่
โดยมีประกาศสำนักนายกรัฐมนตรีเกี่ยวกับเรื่องนี้อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 29 กันยายน เผยแพร่ในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2566
พระราชประวัติ รัชกาลที่ 9
พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงเป็นกษัตริย์รัชกาลที่ 9 แห่งราชวงศ์จักรี เป็นพระโอรสพระองค์เล็กในสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก กับสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี
เสด็จพระราชสมภพในวันจันทร์ที่ 5 ธันวาคม 2570 ณ โรงพยาบาลเมานต์ออเบิร์น เมืองเคมบริดจ์ รัฐแมสซาชูเซตส์ สหรัฐ เสด็จขึ้นครองราชย์เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2489 ทรงดำรงสิริราชสมบัติ 70 ปี เสด็จสวรรคตเมื่อวันพฤหัสบดี ที่ 13 ตุลาคม 2559 สิริพระชนมายุ 88 พรรษา 10 เดือน 8 วัน
พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เสด็จผ่านพิภพในการพระราชพิธีบรมราชาภิเษก เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2493 ณ พระที่นั่งไพศาลทักษิณ ทรงได้รับการเฉลิมพระปรมาภิไธยตามจารึกในพระสุพรรณบัฏ ว่า “พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศร รามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามมินทราธิราช บรมนาถบพิตร”
พระราชทานพระปฐมบรมราชโองการแก่ปวงชนชาวไทยว่า"เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม"
พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้เฉลิมพระปรมาภิไธย พระบรมอัฐิพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร สมเด็จพระบรมชนกนาถ เนื่องในการพระราชพิธี บรมราชาภิเษก 2562 ตามที่จารึกในพระสุพรรณบัฏว่า “พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร”
พระราชกรณียกิจตลอดระยะเวลา 70 ปี ครองราชย์
- พระราชกรณียกิจด้านการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ
ทรงค้นคว้าเรื่องน้ำ ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ เพื่อพัฒนาแหล่งกักเก็บน้ำให้เพียงพอต่อการเกษตร และป้องกันอุทกภัยในแต่ละปี ถือเป็นยุคทองของการชลประทานไทยที่แก้ไขปัญหาน้ำท่วม น้ำแล้ง และน้ำเสียทั่วประเทศ
ตัวอย่างโครงการพระราชดำริที่สำคัญ คือ โครงการฝนหลวง ช่วยแก้ปัญหาขาดแคลนน้ำในช่วงฝนแล้งและฝนทิ้งช่วง รวมถึงการสร้างเขื่อน ประตูน้ำ โครงการบำบัดน้ำเสียต่างๆ ที่ถือได้ว่าเป็นการพัฒนาการจัดการน้ำอย่างครบวงจร
- พระราชกรณียกิจด้านการบริหารจัดการทรัพยากรดิน
ทรงจัดการปัญหาทรัพยากรดิน ทั้งดินเปรี้ยว ดินเค็ม เพื่อให้เหมาะสมแก่การเพาะปลูก ในปี 2547 สหภาพวิทยาศาสตร์ทางดินนานาชาติ (International Union of Soil Sciences) ได้มีมติเสนอให้วันที่ 5 ธันวาคม เป็นวันดินโลก เพื่อยกย่องการทรงงานเรื่องดิน
โครงการที่สำคัญได้แก่ โครงการแกล้งดิน ซึ่งศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดนราธิวาส แก้ปัญหาดินเปรี้ยวในพื้นที่พรุ ให้เหมาะสมกับการปลูกข้าวและปลูกพืชไร่
- พระราชกรณียกิจด้านการบริหารจัดการทรัพยากรป่าไม้
ทรงพระราชดำริว่า ป่าไม้เป็นแหล่งทรัพยากรสำคัญของประเทศ เสด็จพระราชดำเนินพัฒนาโครงการหลวง พระราชทานทรัพย์ส่วนพระองค์ และพระราชทานคำแนะนำให้ชาวไทยภูเขา เปลี่ยนจากการปลูกฝิ่นมาปลูกพืชผัก และดอกไม้เมืองหนาว
เช่น ถั่วแดงหลวง มะเขือเทศ แอปเปิล สตรอว์เบอร์รีพันธุ์พระราชทาน 80 สาลี่ พลับ ลูกท้อ ชา และกาแฟอาราบิก้า พร้อมสร้างสถานีวิจัยเกษตร และศูนย์พัฒนาพืช ทรงวางแนวทางด้านการอนุรักษ์ป่าไม้อย่างยั่งยืนเพื่อรักษาระบบนิเวศของชาติ
- โครงการส่วนพระองค์ สวนจิตรลดา
โครงการส่วนพระองค์ สวนจิตรลดา สร้างขึ้นเมื่อปี 2504 ในพื้นที่เขตพระราชฐาน พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน เป็นแปลงทดลองปฏิบัติงานด้านเกษตรกรรม แปลงนาทดลอง ป่าไม้สาธิต โรงสีข้าว โรงบดแกลบ การคิดค้นพลังงานทดแทน และอื่นๆ เพื่อเป็นต้นแบบให้เกษตรกรนำไปปฏิบัติในการดำรงชีวิต
ทรงพระราชทานทรัพย์ส่วนพระองค์จัดตั้งศูนย์รวมนม แก้ไขปัญหาน้ำนมดิบล้นตลาด แปรรูปเป็นนมผงเพื่อเก็บรักษาไว้ได้นาน และพัฒนาผลิตภัณฑ์จากนมเพิ่มเติม ในรูปแบบนมอัดเม็ด สวนดุสิต เพื่อส่งเสริมด้านโภชนาการแก่ประชาชน
- พระราชกรณียกิจด้านการคมนาคม
พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พระราชทานพระราชดำริให้สร้างเส้นทางคมนาคมสัญจรหลายโครงการ เพื่อให้ชาวบ้านมีเส้นทางใช้ขนส่งพืชผลเกษตรไปจำหน่ายได้ง่าย
ทรงติดตามปัญหาการจราจรในกรุงเทพมหานคร และพระราชทานแนวพระราชดำริแก้ไขปัญหา ขยายเส้นทางถนน เพื่อลดปัญหาการจราจรที่ติดขัด และดูแลผู้ป่วยฉุกเฉิน ผู้ป่วยวิกฤติ ให้ไปถึงโรงพยาบาลได้ทันเวลา
- พระราชกรณียกิจด้านการแพทย์และการสาธารณสุข
ต้นรัชสมัยรัชกาลที่ 9 ช่วงปี 2496 การแพทย์ และการสาธารณสุขของไทยยังไม่เจริญนัก ยังมีผู้ป่วยโรคเรื้อน อหิวาตกโรค โรคโปลิโอ และโรคเท้าช้าง ทรงพระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ ให้ทุนการศึกษาแก่แพทย์ที่เรียนดี แต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ รวมถึงสร้างตึกโรงพยาบาล พัฒนาการแพทย์ และการสาธารณสุข
- พระราชกรณียกิจด้านการศึกษา
ทรงให้ความสำคัญกับการศึกษา ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้จัดตั้งโรงเรียนจิตรลดา สำหรับเป็นสถานที่ศึกษาของพระราชโอรส และพระราชธิดา รวมถึงโรงเรียนอื่น ๆ เพื่อให้บุตรหลาน ข้าราชบริพาร และประชาชนทั่วไปได้เข้าศึกษา
ทรงรับอุปถัมภ์โรงเรียนไว้ในพระบรมราชานุเคราะห์ และในพระบรมราชูปถัมภ์ ยังทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานทุนการศึกษาให้แก่เยาวชนทุกสาขาอาชีพ ตั้งแต่ระดับประถม ถึงระดับปริญญาเอก ในทุกสาขาอาชีพ
ทุนพระราชทานเหล่านี้มาจากพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ พระบรมวงศานุวงศ์ และผู้โดยเสด็จพระราชกุศล เพื่อแบ่งเบาภาระของรัฐบาลในการสร้างอนาคตของชาติ
- พระราชกรณียกิจด้านศาสนา
ทรงพระผนวชตามโบราณราชประเพณี ณ พระอุโบสถ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม เมื่อปี 2499 และประทับศึกษาพระธรรมวินัย ณ วัดบวรนิเวศวิหาร เป็นเวลา 15 วัน
ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ หล่อพระพิมพ์พระสมเด็จจิตรลดา เพื่อพระราชทานเป็นขวัญกำลังใจให้แก่ทหาร ตำรวจผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่อันตรายมีความเสี่ยงสูง
- พระราชกรณียกิจด้านการอนุรักษ์และฟื้นฟูศิลปวัฒนธรรมไทย
ในรัชสมัยรัชกาลที่ 9 มีการฟื้นฟูพระราชประเพณีต่าง ๆ ที่เลิกปฏิบัติไปแล้ว เช่น พระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ช่วยสร้างขวัญ และกำลังใจแก่เกษตรกร การจัดขบวนพยุหยาตราทางชลมารค เพื่อรักษาประเพณีดั้งเดิม
รักษาโบราณวัตถุให้อยู่ในสภาพดี และจัดตั้งพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติในจังหวัดต่าง ๆ เพื่ออนุรักษ์ และรักษาโบราณสถาน รวมถึงการกำหนดเครื่องแต่งกาย พระราชทานแบบชุดไทยแทนการสวมชุดสากล
- พระราชกรณียกิจด้านการเจริญพระราชไมตรีกับต่างประเทศ
พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ได้เสด็จพระราชดำเนินเยือนประเทศต่าง ๆ ทั้งทวีปยุโรป และอเมริกา เพื่อให้เกิดความเข้าใจ และความร่วมมือกันในด้านต่าง ๆ
ทรงพบพระประมุขของประเทศต่าง ๆ และประเทศไทยก็มีโอกาสได้ต้อนรับพระราชอาคันตุกะที่สำคัญราชวงศ์ต่าง ๆ ทั่วโลก อาทิ สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธ ที่ 2 แห่ง สหราชอาณาจักร และเจ้าชายฟิลิป พระราชสวามี
เจ้าหญิงอเล็กซานดราแห่งเคนต์ สมเด็จพระราชาธิบดี ฆวน คาร์ลอสที่ 1 และสมเด็จพระราชินีโซเฟียแห่งสเปน สมเด็จพระราชาธิบดี คาร์ลที่ 16 กุสตาฟ แห่งสวีเดน สมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะ สมเด็จพระจักรพรรดินีมิชิโกะ และเจ้าชายอากิชิโนะ แห่งญี่ปุ่น
ข้อมูล: wikipedia, หน่วยราชการในพระองค์
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- 23 ตุลาคม 'วันปิยมหาราช' น้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณ 'สมเด็จพระปิยมหาราช'
- 24 กันยายน 'วันมหิดล' น้อมรำลึก 'พระบิดาแห่งการแพทย์แผนปัจจุบัน'
- 'วันจักรี' 6 เม.ย. รำลึกพระมหากรุณาธิคุณ 'มหาจักรีบรมราชวงศ์'
ติดตามเราได้ที่
เว็บไซต์: https://www.thebangkokinsight.com/
Facebook: https://www.facebook.com/TheBangkokInsight
X (Twitter):https://twitter.com/BangkokInsight
Instagram: https://www.instagram.com/thebangkokinsight/
Youtube:https://www.youtube.com/channel/UCYmFfMznVRzgh5ntwCz2Yxg