โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทำไม “พระราชวังบวรสถานมงคล” ที่ประทับวังหน้า รัชกาลที่ 4 ถึงเรียก “พระบวรราชวัง”?

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 03 มิ.ย. 2568 เวลา 04.33 น. • เผยแพร่ 03 มิ.ย. 2568 เวลา 04.29 น.
พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว (เจ้าฟ้าจุฑามณี)

ที่ประทับของพระมหากษัตริย์ เรียกว่า “พระบรมมหาราชวัง” ส่วนที่ประทับของกรมพระราชวังบวรสถานมงคล หรือพระมหาอุปราช หรือวังหน้า เรียกว่า “พระราชวังบวรสถานมงคล” แต่เหตุใดในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่ประทับของพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งทรงเป็นวังหน้า ถึงได้เรียกว่า “พระบวรราชวัง”

วังหน้า 6 พระองค์ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์

กรมพระราชวังบวรสถานมงคล เป็นตำแหน่งโดยนัยของว่าที่พระมหากษัตริย์พระองค์ถัดไป ซึ่งในสมัยรัตนโกสินทร์ มีทั้งหมด 6 พระองค์ ดังนี้

วังหน้าในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ได้แก่ สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาท และ สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้ากรมหลวงอิศรสุนทร

วังหน้าในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ได้แก่ สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาเสนานุรักษ์

วังหน้าในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว คือ สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาศักดิพลเสพ

วังหน้าในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว คือ พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งทรงได้รับการสถาปนาขึ้นเป็นพระเจ้าแผ่นดินอีกพระองค์หนึ่ง

วังหน้าในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งถือเป็นวังหน้าพระองค์สุดท้าย คือ กรมพระราชวังบวรวิไชยชาญ

เมื่อพระองค์ทิวงคตแล้ว รัชกาลที่ 5 ทรงยกเลิกตำแหน่งวังหน้า และทรงสถาปนาตำแหน่ง “สยามมกุฎราชกุมาร” ขึ้นแทน เพื่อความชัดเจนในการสืบราชสมบัติ

ทำไมที่ประทับของวังหน้าในสมัยรัชกาลที่ 4 ถึงเรียกว่า “พระบวรราชวัง”?

สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงเล่าเรื่องแผ่นดินรัชกาลที่ 4 มีพระเจ้าแผ่นดิน 2 พระองค์ ไว้ใน “นิทานโบราณคดี/นิทานที่ ๑๙ เรื่อง เมืองไทยมีพระเจ้าแผ่นดินสองพระองค์” โดยอิงจากที่พระองค์ทรงได้ยินจากเจ้าพระยาภาณุวงศ์มหาโกษาธิบดี (ท้วม บุนนาค) อีกต่อหนึ่งว่า

“เมื่อพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวใกล้จะสวรรคต สมเด็จเจ้าพระยาฯ [สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาประยูรวงศ์ บิดาของเจ้าพระยาภาณุวงศ์ฯ] ไปเฝ้าพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวซึ่งทรงผนวชอยู่ ณ วัดบวรนิเวศฯ กราบทูลให้ทรงทราบว่า จะเชิญเสด็จขึ้นครองราชสมบัติ

พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวตรัสว่า ถ้าจะถวายราชสมบัติแก่พระองค์ ขอให้ถวายแก่พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าฯ ซึ่งตรัสเรียกว่า ‘ท่านฟากข้างโน้น’ ด้วย เพราะพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าฯ พระชาตาแรงนัก

ตามตำราโหราศาสตร์ว่า ผู้มีชาตาเช่นนั้นจะต้องได้เป็นพระเจ้าแผ่นดิน ถ้าทรงรับราชสมบัติแต่พระองค์เดียว จะเกิดอัปมงคล ด้วยไปกีดบารมีของสมเด็จพระอนุชา แม้ถวายราชสมบัติด้วยกันทั้งสองพระองค์ จะได้ทรงสถาปนาสมเด็จพระอนุชาให้เป็นพระเจ้าแผ่นดินด้วยอีกพระองค์หนึ่ง เหมือนอย่างสมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงสถาปนาสมเด็จพระเอกาทศรถเป็นพระเจ้าแผ่นดินด้วยกัน เช่นนั้นจึงจะพ้นอัปมงคล”

เหตุนี้เอง จึงเป็นที่มาของการที่รัชกาลที่ 4 ทรงสถาปนาสมเด็จพระอนุชาธิราชขึ้นเป็นพระเจ้าแผ่นดินอีกพระองค์หนึ่ง

แต่เดิม การสถาปนาพระมหาอุปราชจะใช้ว่า “อุปราชาภิเษก” เช่น เมื่อครั้งรัชกาลที่ 1-3 ทรงสถาปนาวังหน้า ก็ทรงเรียกว่าพิธีอุปราชาภิเษก

มาถึงรัชกาลที่ 4 เมื่อ พ.ศ. 2494 ทรงสถาปนาสมเด็จพระอนุชาธิราช เจ้าฟ้ากรมขุนอิศเรศรังสรรค์ เป็นพระมหาอุปราช และโปรดให้ยกพระยศขึ้นเป็นอย่างพระเจ้าแผ่นดินอีกพระองค์หนึ่ง ทรงพระนามว่า พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว

เมื่อทรงยกพระยศขึ้นแล้ว ก็เท่ากับว่าทรงศักดิ์สูงกว่าพระมหาอุปราช ซึ่งเป็นกรมพระราชวังบวรสถานมงคลมาแต่ก่อน จึงเปลี่ยนการพิธีอุปราชาภิเษกเป็น “บวรราชาภิเษก” คือเอาแบบการพระราชพิธีบรมราชาภิเษกไปทำ ลดแต่พระที่นั่งอัฐทิศและพระที่นั่งภัทรบิฐ และมีการแก้ไขระเบียบการบางอย่าง

แม้จะเป็นพื้นที่พระราชวังบวรสถานมงคลเหมือนเดิม แต่ในรัชกาลที่ 4 ที่แห่งนี้เรียกว่า “พระบวรราชวัง” เนื่องด้วยเป็นที่ประทับของพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อพระองค์สวรรคตแล้ว ถึงเปลี่ยนกลับไปเรียกเช่นเดิมคือ “พระราชวังบวรสถานมงคล” โดยมีกรมพระราชวังบวรวิไชยชาญเป็นวังหน้าพระองค์สุดท้ายที่เสด็จมาประทับ

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

ดำรงราชานุภาพ, สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยา. พระราชพงศาวดาร รัชกาลที่ 5. พิมพ์ครั้งที่ 4. กรุงเทพฯ : มติชน, 2555

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 13 สิงหาคม 2567

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ทำไม “พระราชวังบวรสถานมงคล” ที่ประทับวังหน้า รัชกาลที่ 4 ถึงเรียก “พระบวรราชวัง”?

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...