โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ลงทุนไหนดี? MIXUE vs 7-Eleven สร้างรายได้ รวยรัวๆ

ThaiFranchiseCenter

เผยแพร่ 19 ต.ค. 2567 เวลา 09.16 น.

MIXUE กระแสยังไม่ตกในไทย สาขาน่าจะมีเกือบ 250 สาขาไปแล้ว เพราะมีคนสอบถามเรื่องการลงทุนแฟรนไชส์แทบทุกวัน ถ้าถามว่าซื้อแฟรนไชส์ MIXUE เทียบกับ 7-Eleven แบรนด์ไหนน่าสนใจลงทุนมากกว่ากัน ต้องบอกก่อนว่าขึ้นอยู่ความชอบของแต่ละคน ควรนำองค์ประกอบต่างๆ มาวิเคราะห์ก่อนตัดสินใจ เพราะทั้ง 2 แบรนด์มีสินค้าและฐานกลุ่มลูกค้าต่างกัน

ก่อนอื่นมาดูก่อนว่าเปิดร้าน MIXUE ใช้เงินลงทุนทั้งหมดเท่าไหร่ และคืนทุนได้เมื่อไหร่

ค่าใช้จ่ายในการเปิดร้าน MIXUE

  • ค่าแฟรนไชส์ 50,000 บาท/ปี (3 ปี = 150,000 บาท)
  • ค่าจัดการ 25,000 บาท/ปี (3 ปี = 75,000 บาท)
  • ค่าอบรม 10,000 บาท/ปี (3 ปี = 30,000 บาท)
  • ค่าค้ำประกัน 100,000 บาท
  • ค่าอุปกรณ์ 450,000 บาท
  • ค่าวัตถุดิบ 250,000 บาท
  • ค่าสำรวจพื้นที่ กรุงเทพฯ 2,500 บาท/ครั้ง, ต่างจังหวัด 5,000 บาท/ครั้ง

สมมติค่าก่อสร้าง+ออกแบบตกแต่งร้านประมาณ 500,000 บาท

รวมเงินลงทุนเปิดร้านทั้งหมด 1,557,500 บาท

สมมติให้ยอดขายของ MIXUE เป็น 20,000 บาทต่อวัน เพราะแบรนด์มีชื่อเสียง ลูกค้าอาจใช้บริการเยอะ

  • ยอดขาย 20,000 บาทต่อวัน
  • หรือ 600,000 บาทต่อเดือน
  • คิดกำไรขั้นต้น 40%
  • เหลือรายได้ 240,000 บาทต่อเดือน

ต้นทุนคงที่

  • ค่าเช่าประมาณ 50,000 บาท
  • ค่าน้ำ+ไฟ 10,000 บาท
  • จ้างพนักงาน 4 คน เงินเดือนเฉลี่ยคนละ 13,000 บาท (52,000 บาท)

#รวมต้นทุนคงที่ 112,000 บาทต่อเดือน
#รายได้ต่อเดือน 240,000 บาท – ต้นทุนคงที่ 112,000 บาท
#เหลือกำไร 128,000 บาทต่อเดือน (กำไรที่ได้ยังไม่ได้หักค่าภาษีป้าย+ภาษีโรงเรือน+ค่าซ่อมบำรุงอุปกรณ์)

สรุปก็คือ เปิดร้าน MIXUE ใช้เงินลงทุนประมาณ 1,557,500 บาท ระยะสัญญา 3 ปี

ระยะเวลาคืนทุน 1,557,500 บาท หารด้วยกำไรสุทธิ 128,000 บาท = 12-13 ดือน

------------------------------------------

ค่าใช้จ่ายในการเปิดร้าน 7-Eleven

ก่อนอื่นมาดูสัดส่วนรายได้ในร้าน 7-Eleven แบ่งออกเป็นสินค้าอุปโภค 24% ที่เหลือ 76% เป็นสินค้าอาหารและเครื่องดื่ม แต่ละสาขาของ 7-Eleven มียอดขายเฉลี่ยต่อวัน 86,656 บาท ยอดซื้อต่อบิล 85 บาท มีจำนวนลูกค้าเฉลี่ยต่อวัน 1,007 คน

การเปิดแฟรนไชส์ร้าน 7-Eleven หรือการเป็น Store Business Partner มีให้เลือก 2 รูปแบบ

รูปแบบที่ 1

  • เงินลงทุน 4.8 แสนบาท
  • เงินประกัน 1 ล้านบาท
  • รวมแล้วต้องมีเงินให้กับทาง 7-Eleven ประมาณ 1.48 ล้านบาท อายุสัญญา 6 ปี

Store Business Partner เข้าไปเป็นผู้จัดการร้าน มีเงินเดือน 29,000 บาท ต้องบริหารค่าใช้จ่ายให้ได้ตามงบ ย้ำว่าค่าใช้จ่ายไม่ใช่ยอดขาย ค่าใช้จ่ายก็มี ค่าจ้างพนักงาน ค่าน้ำค่าไฟฟ้า ค่าโทรศัพท์หลัก และอื่นๆ

ถ้าบริหารร้านได้ตามเป้างบค่าใช้จ่าย จะมีปันผลแบ่งยอดกำไรจากการขายให้ 20-30% ในส่วนที่มียอดขายเกินเป้า

รูปแบบที่ 2

  • เงินลงทุน 1.73 ล้านบาท
  • เงินประกัน 9 แสนบาท
  • รวมแล้วต้องมีเงินให้กับทาง 7-Eleven = 2.63 ล้านบาท อายุสัญญา 10 ปี

ผู้ซื้อแฟรนไชส์จะได้ส่วนแบ่งจากกำไร 54% (ยังไม่ได้หักค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าจ้างพนักงาน และอื่นๆ ในร้าน)

การเป็น Store Business Partner ทั้ง 2 รูปแบบ ผู้ลงทุนไม่ได้เสียค่าใช้จ่ายในการซื้อสินค้า วัสดุอุปกรณ์ และการก่อสร้างออกแบบตกแต่งร้าน ทางซีพีออลล์เป็นผู้รับผิดชอบทั้งหมด รวมถึงค่าเช่า ภาษีป้าย ภาษีที่ดิน และอื่นๆ

เปิดร้าน 7-Eleven จำนวน 1 สาขา คืนทุนเมื่อไหร่

ยกตัวอย่างการเป็น Store Business Partner รูปแบบที่ 2 จากการสอบถามคนลงทุนจริงๆ ใช้เงินลงทุนเปิดร้าน 7-Eleven ประมาณ 3,900,000 บาท (สูงกว่าตัวเลข 2.63 ล้านบาท ที่ทางซีพีออลล์ระบุเอาไว้ในเว็บไซต์)

  • ได้ส่วนแบ่งจากกำไร 54% (ยังไม่ได้หักค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าจ้างพนักงาน และอื่นๆ ในร้าน)
  • ตัวเลขสถิติร้าน 7-Eleven มียอดขายเฉลี่ยต่อวัน = 86,656 บาท
  • ยอดขายต่อเดือน = 2,599,680 บาท
  • กำไรธุรกิจค้าปลีกประมาณ 15%

เมื่อนำยอดขายมาหัก 15% ออกก็จะเหลือรายได้ 389,952 บาท/เดือน/สาขา (ยังไม่หักค่าจ้างพนักงาน และค่าใช้จ่ายส่วนอื่นๆ)

ค่าใช้จ่ายในร้าน

  • ค่าจ้างพนักงาน 8 คน = 104,000 บาท/เดือน (เฉลี่ย 13,000 บาท/คน)
  • ค่าน้ำ+ค่าไฟ 50,000 บาท/เดือน
  • สินค้าหมดอายุ+อุปกรณ์ต่างๆ ชำรุด 20,000 บาท/เดือน
  • รวมค่าใช้จ่ายในร้านเฉลี่ยต่อเดือน = 174,000 บาท

กำไรสุทธิต่อเดือน 389,952 – 174,000 = 215,952 บาท

Store Business Partner มีส่วนแบ่งจากกำไร 54% = 116,614 บาท/เดือน (ยังไม่หักเงินเดือนตัวเอง)

  • ระยะเวลาสัญญา 10 ปี

งบลงทุน 3,900,000 บาท หารด้วยรายได้สุทธิต่อเดือน 176,614 บาท = คืนทุน 22 เดือน

------------------------------------------

ลงทุนไหนดี? MIXUE vs 7-Eleven มาวิเคราะห์ข้อดี-ข้อเสียกัน

MIXUE

ข้อดี

  • กระแสแรง - MIXUE กระแสแรงได้รับความนิยมในกลุ่มวัยรุ่น ราคาโดนใจ 15-50 บาท
  • ลงทุนต่ำ – ใช้เงินลงทุนประมาณ 1.5 ล้านบาท ถูกกว่า 7-Eleven
  • มีโอกาสเติบโต – ตลาดไอศกรีมซอฟต์เสิร์ฟและชาผลไม้ในไทยยังมีโอกาสเติบโตได้อีก

ข้อเสีย

  • การแข่งขันสูง – ปัจจุบันมีคู่แข่งในตลาดไอศกรีมและชาผลไม้มากมาย อาทิ Ai-Cha, WEDRINK, Bing Chun, แดรี่ควีน, แมคฯ, เคเอฟซี และร้านชาผลไม้จีนอีกหลาย 10 แบรนด์ในไทย ไม่นับสาขา MIXUE ด้วยกันเอง
  • กระแสอาจลดลงในอนาคต – คนไทยมักเห่อของใหม่ พออีกสักพักจะเบื่อ ในอนาคตสินค้าไอศกรีมและชาผลไม้อาจตกกระแส เพราะการแข่งขันสูง มีหลายแบรนด์ให้เลือกกิน หากเปิดร้านอาจมีความเสี่ยงก็เป็นได้

7-Eleven

ข้อดี

  • แบรนด์แข็งแกร่ง – มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักและมีความเชื่อถือจากลูกค้า เป็นร้านสะดวกซื้อเบอร์ 1 ของไทยและทั่วโลก
  • ทำเลที่ตั้ง – มีสาขามากมายกว่า 14, 000 แห่ง ทำให้เข้าถึงลูกค้าได้ง่ายและสะดวก มีฐานลูกค้ารองรับทั่วประเทศ
  • สินค้าหลากหลาย - มีสินค้าและบริการที่หลากหลาย ทั้งสินค้าอุปโภค-บริโภค การันตีมียอดขายเฉลี่ยต่อวัน 86,656 บาท
  • เปิด 24 ชั่วโมง – สามารถทำเงินได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ข้อเสีย

  • การลงทุนสูง – การลงทุนเปิดร้านใช้เงิน 3.2-3.9 ล้านบาทในรูปแบบที่ 2 สูงกว่าลงทุน MIXUE
  • การแข่งขันจากร้านสะดวกซื้ออื่นๆ - เช่น CJ, มินิบิ๊กซี, โลตัส, Tops Daily, Lawson รวมถึงสาขา 7-Eleven ด้วยกันเอง

สรุปคือ หากคุณชอบกระแสแรงของตลาดไอศกรีมและชาผลไม้ ใช้เงินลงทุนต่ำ อาจเลือกเปิดร้าน MIXUE แต่ถ้าต้องการความมั่นคง แบรนด์มีชื่อเสียง มีฐานลูกค้าทั่วประเทศ การลงทุนเปิดร้าน 7-Eleven น่าจะเหมาะสมกว่า แต่ต้องดูแนวโน้มตลาดและสถานการณ์ให้ดีก่อนตัดสินใจลงทุน

------------------------------------------

รวมแฟรนไชส์ไทย >660 แบรนด์ - www.ThaiFranchiseCenter.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...