โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

ทรัพย์จาง หมุนเงินไม่ทัน!! ส่อง 7 เทคนิคขอสินเชื่อแบงก์ให้ผ่านฉลุย อนุมัติไวที่นี่!

The Bangkok Insight

อัพเดต 25 ส.ค. 2567 เวลา 15.39 น. • เผยแพร่ 26 ส.ค. 2567 เวลา 00.55 น. • The Bangkok Insight

เมื่อทรัพย์จาง หมุนเงินไม่ทันทำอย่างไรดี? ส่อง 7 เทคนิคขอสินเชื่อแบงก์ให้ผ่านฉลุย อนุมัติไวที่นี่!

เคยไหม? ขอสินเชื่อทีไรก็ไม่เคยผ่านสักที สงสัยกันหรือไม่ว่าสาเหตุที่แท้จริงเป็นเพราะอะไร หากว่าคุณอยากขอสินเชื่อให้มีโอกาสผ่านฉลุย อนุมัติไว มาดูกันในบทความนี้ เพราะเราได้นำเทคนิคขอสินเชื่อให้มีโอกาสผ่านฉลุยมาฝากให้คุณเตรียมตัวกันมากถึง 7 เคล็ดลับด้วยกัน จะมีทริกดี ๆ อะไรที่น่าสนใจบ้าง ตามมาอ่านกันได้เลย

ขอสินเชื่อ

1. สร้างเครดิตให้ดีก่อนยื่นสมัคร

ก่อนที่จะขอสินเชื่อให้มีโอกาสผ่าน คุณควรสร้างเครดิตของตัวเองให้ดี ก่อนที่จะไปยื่นสมัครขอสินเชื่อใหม่ โดยวิธีที่จะทำเครดิตให้ดีขึ้นได้นั้น เริ่มต้นที่การสะสางหนี้เก่าให้หมดเสียก่อน เพราะทางธนาคารจะทำการเช็กเครดิตบูโรของคุณเป็นอันดับแรก ว่ามีหนี้ที่ติดบัญชีเครดิตบูโรหรือไม่ โดยจะพิจารณาจากคะแนนในการชำระหนี้คืน ถ้าหากมีประวัติการชำระคืนที่ดี ก็จะมีแนวโน้มให้สินเชื่อใหม่ได้ง่ายขึ้น แต่ถ้าหากคุณเคยจ่ายหนี้ไม่ตรงเวลา หรือจ่ายไม่ครบ คะแนนเครดิตบูโรก็จะต่ำ และถ้าหากว่าคุณเบี้ยวหนี้ ชื่อของคุณจะติดบัญชีดำของเครดิตบูโร ทำให้ไม่สามารถขอสินเชื่อได้อีก

นอกจากนี้ ควรเดินบัญชีให้สม่ำเสมอ มีเงินติดบัญชีบ้าง ไม่ใช่ว่ายอดเข้าเท่าไรก็ใช้จ่ายออกไปหมด หรือถ้าหากเดินบัญชีด้วยเงินสด ก็ควรปรับเปลี่ยนมาเดินบัญชีผ่านการโอนเงินออนไลน์ เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือได้อีกทางหนึ่งด้วย

2. เลือกสินเชื่อที่เหมาะกับตัวเอง

สินเชื่อที่ทางธนาคารปล่อยกู้นั้นมีหลายประเภท ขึ้นอยู่กับความต้องการ และความเหมาะสมของผู้ขอสินเชื่อ ว่ามีวัตถุประสงค์ในการนำเงินไปใช้จ่ายในกิจการแบบไหน โดยปกติแล้ว สินเชื่อยอดฮิตในปัจจุบันนั้น มีทั้งสินเชื่อบ้าน สินเชื่อรถ สินเชื่อเพื่อการลงทุน สินเชื่อ SME สินเชื่อเงินด่วน Xpress Loan* และ บัตรเงินด่วน Xpress Cash** ยกตัวอย่างเช่น สินเชื่อบ้านที่ต้องชำระคืนนั้นจะอยู่ที่ 7,000 บาทต่อเงินต้น 1,000,000 บาท ซึ่งมีกำหนดชำระคืนภายในเวลา 30 ปี และสินเชื่อที่ธนาคารจะปล่อยออกมานั้น จะไม่เกิน 40%ของรายได้ต่อเดือนนั่นเอง ทั้งนี้ รวมค่าโอที และรายได้เสริมที่คุณได้แจ้งกับธนาคารไว้แล้ว หากรู้เช่นนี้แล้ว โอกาสขอสินเชื่อให้ผ่านก็ยิ่งมีโอกาสสูงขึ้นตามไปอีกด้วย

ขอสินเชื่อ

3. เตรียมเอกสารขอสินเชื่อ

การขอสินเชื่อให้มีโอกาสผ่านแบบไม่ต้องยื่นเอกสารหลายรอบนั้น ขึ้นอยู่กับว่าคุณได้เตรียมเอกสารขอสินเชื่อมาได้ครบถ้วน และถูกต้องแล้วหรือไม่ หากเอกสารที่จำเป็นนั้นยื่นมาไม่ครบ โอกาสในการขอสินเชื่อให้ผ่านก็จะลดต่ำลง หรืออาจจะถูกธนาคารปฏิเสธเลยก็เป็นได้ ซึ่งเอกสารที่ต้องเตรียมนั้นแบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ ด้วยกัน ดังนี้

บุคคลธรรมดา : หากว่าเป็นบุคคลธรรมดาทั่วๆ ไป ที่ต้องการขอสินเชื่อให้มีโอกาสผ่าน คุณควรเตรียมเอกสารเหล่านี้ให้พร้อม ก่อนที่จะไปยื่นกู้กับธนาคาร โดยเอกสารที่จำเป็นต้องมีนั้น ได้แก่

  • สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน หรือสำเนาบัตรข้าราชการ/รัฐวิสาหกิจ
  • สำเนาทะเบียนบ้าน
  • สำเนาทะเบียนสมรส ทะเบียนหย่า หรือใบมรณบัตร
  • สำเนาหลักฐานการเปลี่ยนชื่อ-สกุล (ถ้ามี)
  • ใบรับรองเงินเดือน หรือหลักฐานการรับ/จ่ายเงินเดือนจากนายจ้าง
  • สมุดบัญชีเงินฝากธนาคาร

ผู้ประกอบการ หรืออาชีพอิสระ : ส่วนใครที่เป็นผู้ประกอบการ หรือทำอาชีพอิสระอยู่ แล้วอยากขอสินเชื่อให้มีโอกาสผ่าน นี่คือเอกสารที่คุณควรเตรียมให้พร้อม ก่อนที่จะไปยื่นขอสินเชื่อกับธนาคาร โดยเอกสารที่จำเป็นต้องเตรียมไปนั้น นอกจากสำเนาทะเบียนการค้า หนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคลแล้ว ยังประกอบไปด้วยเอกสารดังต่อไปนี้

ผู้มีอาชีพอิสระ

  • กรณีเป็นสัญญาจ้าง อาจใช้สำเนาสัญญาว่าจ้าง และหลักฐานการจ่ายเงินค่าจ้าง
  • กรณีเป็นแพทย์ ทนายความ ผู้สอบบัญชี วิศวกร สถาปนิก ควรแสดงใบอนุญาตประกอบวิชาชีพด้วย
  • บัญชีเงินฝาก พร้อมใบแจ้งยอดบัญชี หรือสเตตเมนต์ (Statement) ของบัญชีเงินฝากของตัวเอง หรือของกิจการย้อนหลังอย่างน้อย 6 เดือน
  • หลักฐานรายได้ หรือทรัพย์สินอื่นๆ เช่น ใบหุ้น พันธบัตรรัฐบาล บัญชีเงินฝากธนาคาร

นิติบุคคล

  • สำเนางบการเงินปีล่าสุด และย้อนหลังไม่น้อยกว่า 3 ปี
  • สำเนาแสดงรายการภาษีเงินได้ประจำปี
  • สำเนาเอกสารสิทธิในทรัพย์สินที่เสนอเป็นหลักประกัน
  • แผนที่แสดงที่ตั้งสถานประกอบการ

ขอสินเชื่อ

4. อย่าขอสินเชื่อบ่อยเกินไป

อีกหนึ่งเทคนิคขอสินเชื่อให้มีโอกาสผ่านฉลุยก็คือ การที่ไม่ไปขอสินเชื่อบ่อยจนเกินไป โดยเราไม่ควรขอสินเชื่อเกิน 1 ครั้งต่อเดือน และควรเว้นระยะห่างอย่างน้อย 3 เดือนก่อนที่จะไปยื่นขอสินเชื่อครั้งใหม่ด้วย เพราะข้อมูลทางการเงินของคุณที่เก็บไว้ในระบบนั้น จะยังเป็นฐานข้อมูลเดิมอยู่ ถึงยื่นขอไป ยังไงก็ไม่ผ่านเหมือนเดิม แถมยังเป็นการแสดงท่าทีให้ทางธนาคารคิดว่าคุณกำลังร้อนเงินมาก จึงต้องมายื่นขอสินเชื่อบ่อยๆ นั่นเอง ซึ่งข้อมูลส่วนนี้รวมไปถึงธนาคารทุกแห่งที่คุณไปยื่นกู้เลย เพราะสุดท้ายแล้ว ธนาคารแต่ละแห่งก็จะต้องไปดึงข้อมูลมาจากฐานเครดิตบูโรของคุณอยู่ดี ทางที่ดี ควรใช้เวลาที่ได้มาในการเดินบัญชีให้มีเครดิตที่ดีกว่าเดิม จะเป็นวิธีที่เข้าท่ากว่า

5. ควรมีภาระหนี้เดิมไม่เกิน 30% ของรายได้ต่อเดือน

เคล็ดลับขอสินเชื่อให้มีโอกาสผ่านฉลุยข้อถัดมาก็คือ ก่อนที่จะยื่นขอสินเชื่อใหม่ ให้ดูภาระหนี้เดิมด้วย ว่าหนี้เดิมที่มีอยู่นั้นมีมูลค่าเกิน 30% ของรายได้ต่อเดือนหรือไม่ เพื่อที่ธนาคารจะได้มั่นใจว่า ผู้กู้จะมีความสามารถมากพอที่จะผ่อนชำระสินเชื่อก้อนใหม่เพิ่มเติมได้ เช่น สินเชื่อ 1,000,000 บาท ควรผ่อนให้ธนาคาร 7,000 บาท

นอกจากนี้ ก่อนที่จะยื่นกู้ ควรคำนวณก่อนด้วยว่าวงเงินสินเชื่อที่ได้มีอยู่เท่าไร มีระยะเวลาในการผ่อนชำระยาวนานแค่ไหน เพื่อที่จะทำให้ทราบว่าในแต่ละเดือนนั้น จะต้องจ่ายค่างวดเป็นจำนวนเท่าไร และคุณมีความสามารถที่จะจ่ายเงินก้อนนั้นได้หรือไม่นั่นเอง แต่ถ้าหากว่าอยากลองคำนวณดูตอนนี้ ลองเข้าไปที่หน้าเว็บของสินเชื่อบุคคลธนาคารกสิกรไทยที่มีโปรแกรมคำนวณสินเชื่อให้ลองคำนวณก่อนตัดสินใจสมัคร จะได้รู้ว่าจะสามารถผ่อนหนี้ก้อนใหม่ได้ไหวหรือไม่

6. หากโดนปฏิเสธ ควรรอ 3 เดือนแล้วค่อยสมัครใหม่

เมื่อถูกปฏิเสธเงินกู้จากที่เดิม จำเป็นต้องรออีก 3 เดือนก่อน จึงจะสมัครไปใหม่ เพราะคะแนนเครดิตบูโรนั้นจะอัปเดตทุก 3 เดือน หากว่าคุณยื่นขอซ้ำเข้าไปก่อน คะแนนที่คำนวณได้ก็ยังเป็นคะแนนเดิม ซึ่งไม่ผ่านการอนุมัติวงเงินกู้ตามเดิม ระหว่างที่รอขอสินเชื่อให้อนุมัติ และคะแนนปรับใหม่ คุณสามารถเดินบัญชีธนาคารของคุณให้น่าเชื่อถือมากกว่าเดิมได้ ด้วยการเพิ่มยอดรายได้ และชำระเงินคงค้างในบัญชีนั่นเอง

7. พิจารณาเกณฑ์ของสถาบันการเงินที่ขอสินเชื่อด้วย

ข้อสุดท้ายในการเตรียมตัวขอสินเชื่อคือ ควรพิจารณาเกณฑ์ของสถาบันทางการเงินที่ไปขอสินเชื่อด้วย เพราะแต่ละธนาคารก็มีนโยบายในการปล่อยกู้ที่ต่างกันออกไป ควรเลือกสินเชื่อที่จะขอกู้ให้ถูกประเภท เพื่อที่จะได้ง่ายต่อการพิจารณา และประเมินอนุมัติวงเงินกู้ด้วยอีกทางหนึ่ง

ยกตัวอย่างเช่น สินเชื่อหมุนเวียนส่วนบุคคล ซึ่งเป็นสินเชื่อที่ไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ และไม่ต้องใช้บุคคลค้ำประกัน ให้วงเงินสูงสุดถึง 5 เท่าของรายได้ของผู้กู้ โดยสินเชื่อประเภทนี้ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการใช้เงินก้อน และต้องการผ่อนคืนเป็นงวดๆ นอกจากนี้ ยังมีสินเชื่อบัตรกดเงินสด ที่สามารถนำไปกดเงินสดผ่านตู้ ATM ภายใต้วงเงินที่ได้รับอนุมัติในบัตรกดเงิน สามารถเลือกได้ว่าจะจ่ายเงินคืนขั้นต่ำ หรือชำระคืนเต็มจำนวน ซึ่งสินเชื่อบัตรกดเงินสด มีการคิดดอกเบี้ยที่สูงกว่าเงินกู้ทุกชนิด แต่กลับได้รับความนิยมสูงสุด ยิ่งไปกว่านั้น แต่ละธนาคารอาจออกเคมเปญใหม่ๆ ออกมาเพื่อจัดโปรโมชันเงินกู้ตามช่วงเวลาต่าง ๆ ของปี ซึ่งคุณสามารถติดตามข่าวประชาสัมพันธ์เพิ่มเติมได้ต่อไป

ถึงแม้ว่าในความเป็นจริงนั้นจะมีเพียงแค่บางคนเท่านั้น ที่สามารถขอสินเชื่อให้ผ่านตั้งแต่ครั้งแรกที่เข้าไปทำเรื่องขอกับทางธนาคาร แต่คนส่วนใหญ่ก็มักจะถูกปฏิเสธเสียเป็นส่วนมาก ทำให้ต้องกลับไปพิจารณาอีกหลาย ๆ รอบ จึงจะสามารถขอสินเชื่อให้ผ่านได้ ใครที่ยังรอขอสินเชื่อให้อนุมัติ สามารถเตรียมตัวขอสินเชื่อได้จากเทคนิคขอสินเชื่อให้ผ่าน เพราะอาจทำให้คุณขอสินเชื่อให้ผ่านได้ในการยื่นขอสินเชื่อครั้งต่อๆ ไปก็เป็นได้นั่นเอง

ที่มา : ธนาคารกสิกรไทย

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...