เศรษฐีเงินล้านในสหรัฐ 67% ไม่คิดว่าตัวเองรวย
คนในสหรัฐร่ำรวยขึ้นอย่างรวดเร็วในปีนี้ แต่ชาวอเมริกันที่จัดว่าเป็นคนรวยกลับยังไม่รู้สึกว่าตัวเองร่ำรวย แม้แต่คนที่มีความมั่งคั่ง 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 33.30 ล้านบาท) ขึ้นไป ในการสำรวจล่าสุดก็พบว่ามีเพียง 1 ใน 3 เท่านั้นที่รู้สึกมั่นใจในสถานะทางการเงินของตัวเอง
รายงานการสำรวจความคิดเห็นฉบับใหม่ของ “เอเดลแมน ไฟแนนเชียล เอนจินส์” (Edelman Financial Engines) ที่เผยแพร่ออกมาเมื่อเร็ว ๆ นี้ พบว่า มีชาวอเมริกันเพียง 12% เท่านั้นที่คิดว่าตัวเองร่ำรวย แม้แต่เศรษฐีที่มีความมั่งคั่ง 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 33.30 ล้านบาท) ขึ้นไป ก็มีเพียง 33% ที่คิดว่าตัวเองร่ำรวย นั่นหมายความว่าอีก 67% ไม่คิดว่าตัวเองรวย
ผลการสำรวจนี้ เอเดลแมนฯได้มาจากสำรวจความเห็นคนอายุมากกว่า 30 ปี จำนวนมากกว่า 3,000 คน ซึ่งรวมถึงชาวอเมริกันที่ร่ำรวยจำนวน 1,500 คน ที่มีทรัพย์สินในครัวเรือนระหว่าง 500,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 16.65 ล้านบาท) ถึง 3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 99.90 ล้านบาท) โดยสำรวจระหว่างวันที่ 12 มิถุนายนถึง 3 กรกฎาคม 2024
ซีเอ็นบีซี (CNBC) นำรายงานที่น่าสนใจนี้มาเผยแพร่เมื่อเร็ว ๆ นี้โดยเทียบให้เห็นภาพว่า ตามข้อมูลจากธนาคารกลางสหรัฐ ความมั่งคั่งสุทธิรวมของบรรดาผู้มั่งคั่ง 1% แรกในสหรัฐเพิ่มขึ้นเกือบ 2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 67 ล้านล้านบาท) ดันความมั่งคั่งรวมขึ้นไปสู่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 46.2 ล้านล้านดอลลาร์ (ประมาณ 1,540 ล้านล้านบาท) ในไตรมาสแรกของปี 2024 ซึ่งส่วนใหญ่มาจากกำไรจากหุ้นที่พวกเขาถือครองอยู่ ทั้งนี้ คนที่อยู่ในกลุ่มผู้มั่งคั่ง 1% แรกของสหรัฐนั้นมีความมั่งคั่งน้อยสุดอยู่ที่ 11 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 366 ล้านบาท)
เหตุผลที่ชาวอเมริกันไม่รู้สึกร่ำรวยขึ้นนั้น สามารถอธิบายได้เหตุผลหนึ่งด้วยข้อมูลจากธนาคารกลางสหรัฐที่ว่า นับตั้งแต่ปี 2020 ที่ราคาบ้านพุ่งสูงขึ้น ความมั่งคั่งส่วนใหญ่ที่เกิดขึ้นจะเป็นของคนที่เป็นเจ้าของบ้าน ซึ่ง จีน แชตสกี (Jean Chatzky) ผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินส่วนบุคคลและซีอีโอของเฮอร์มันนี่ (HerMoney.com) อธิบายว่า การเป็นเจ้าของบ้านไม่ได้ให้ความรู้สึกว่าเป็นความมั่งคั่ง เพราะว่าบ้านเป็นสินทรัพย์ที่ใช้งานในทุก ๆ วัน ไม่เหมือนกับยอดเงินในบัญชีเงินเกษียณหรือเงินออมที่ให้ความรู้สึกว่าเป็นเงินที่เหลือกินเหลือใช้
ขณะเดียวกัน ภาวะเงินเฟ้อที่สูงเป็นเวลานานทำให้สินค้าแทบทุกอย่างมีราคาแพงขึ้น และบีบคั้นครัวเรือนด้วยค่าใช้จ่ายที่เพิ่มสูง คนจำนวนมากต้องใช้บัตรเครดิตจ่ายค่าใช้จ่ายในครัวเรือน นำไปสู่การที่ยอดหนี้บัตรเครดิตเพิ่มสูง และหนี้บัตรเครดิตก็กลายเป็นภัยคุกคามที่ใหญ่ที่สุดต่อการสร้างความมั่งคั่ง
ตามการสำรวจของเอเดลแมนฯ ชาวอเมริกัน 44% กล่าวว่า หนี้บัตรเครดิตเป็นภัยคุกคามที่ใหญ่ที่สุดต่อความสามารถในการสร้างความมั่งคั่งของตนเอง
แชตสกีอธิบายเพิ่มเติมว่า หนี้บัตรเครดิตที่มีอัตราดอกเบี้ยสูงเป็นตัวทำลายการออมมากกว่าหนี้ประเภทอื่น เพราะเมื่อคุณมีหนี้บัตรเครดิต หมายความว่าคุณไม่สามารถออมเงินหรือลงทุนได้ ซึ่งนั่นเป็นอุปสรรคทั้งต่อการสร้างความมั่งคั่งที่แท้จริงและความรู้สึกมั่งคั่งขึ้นของผู้คน
นอกจากนั้น ในคำถามที่ว่า ต้องมีเงินเท่าไหร่จึงจะรู้สึกว่าตัวเองร่ำรวย ?
ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่ ประมาณ 65% บอกว่า ต้องมีเงินในธนาคาร 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 33.30 ล้านบาท) จึงจะถือว่าตัวเองร่ำรวย ขณะที่อีก 28% ตอบว่าต้องมีอย่างน้อย 2 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 67 ล้านบาท) และอีก 19% ตอบว่า 5 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 166.5 ล้านบาท) ขึ้นไป ส่วนเฉพาะในบรรดาเศรษฐีเงินล้านที่มีสินทรัพย์ 1 ล้านดอลลาร์ขึ้นไป พบว่า 68% ตอบว่าต้องมีอย่างน้อย 3 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 99.90 ล้านบาท) และ 40% บอกว่าต้องมีมากกว่า 5 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 166.5 ล้านบาท)
อิซาเบล แบร์โรว์ (Isabel Barrow) ผู้อำนวยการฝ่ายวางแผนการเงินของเอเดลแมน ไฟแนนเชียล เอนจินส์ (Edelman Financial Engines) มีคำอธิบายที่สามารถใช้สรุปประเด็นนี้ได้เป็นอย่างดีว่า การรู้สึกว่าตัวเองร่ำรวยนั้นสามารถเชื่อมโยงได้กับการไม่ต้องกังวลเรื่องเงิน นั่นคือการได้ใช้ชีวิตตามฐานะและไม่เป็นหนี้เกินตัว
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เศรษฐีเงินล้านในสหรัฐ 67% ไม่คิดว่าตัวเองรวย
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net