โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

สภาผู้ส่งสินค้าทางเรือฯ หวั่นบาทแข็งค่ากระทบ ส่งออกไทยทั้งปียังโต 2%

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 03 ก.ย 2567 เวลา 09.48 น. • เผยแพร่ 03 ก.ย 2567 เวลา 09.19 น.

สภาผู้ส่งสินค้าทางเรือฯ มั่นใจส่งออกไทยปี 2567 นี้โต 1-2% แต่ห่วงผลกระทบบาทแข็งช่วงปลายปีกระทบ พร้อมเรียกร้องนายกรัฐมนตรีผลักดันประเทศไทยก้าวสู่ชาติการค้า

วันที่ 3 กันยายน 2567 นายชัยชาญ เจริญสุข ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) เปิดเผยว่า สรท. คงคาดการณ์การส่งออกปี 2567 ยังเติบโตที่ 1-2% มีมูลค่าการส่งออก 2.9 แสนล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 10 ล้านล้านบาท โดยมีปัจจัยการนำเข้าสินค้าทุนผลิตเพื่อการส่งออกในช่วงเดือนสิงหาคม-กันยายนนี้ แต่ยังต้องติดตามค่าเงินบาทที่แข็งค่าที่จะส่งผลกระทบ โดยจะเห็นภาพชัดเจนในช่วงปี 2558 เนื่องจากคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ย ซึ่งเป็นเรื่องที่ผู้ประกอบการจะต้องระมัดระวังมากขึ้น

ทั้งนี้ การส่งออกไทย 7 เดือนแรกโต 3.8% ถือว่าเป็นไปในทิศทางที่ดี แม้จะได้รับความกดดันจากปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ และภาวะเศรษฐกิจโลกชะลอตัวก็ตาม แต่ สรท. ยังมั่นใจ การส่งออกของไทยในปี 2557 ยังเป็นไปได้ตามเป้าหมายที่คาดการณ์ไว้ หากไม่มีเหตุการณ์รุนแรงเพิ่มเติม

สรท.ระบุด้วยว่าสิ่งสำคัญที่ผู้ประกอบการ ผู้ส่งออกต้องเฝ้าระวังในครึ่งปีหลัง 2567 ได้แก่

1) ค่าเงินบาทแข็งค่าเร็วอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลโดยตรงต่อการส่งออกทันที เนื่องจากการแข็งค่าของเงินบาท ทำให้ราคาสินค้าของไทยสูงกว่าคู่แข่ง ส่งผลต่อความสามารถในการแข่งขันที่ลดลงของผู้ประกอบการในประเทศ

2) ปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ อาทิ 2.1) สหรัฐ สหภาพยุโรป และแคนาดา ตั้งกำแพงภาษีสินค้าจีน ส่งผลให้สินค้าจีนไหลกลับมายังตลาดเอเชีย 2.2) สถานการณ์สงครามในตะวันออกกลางยังคงยืดเยื้อ

3) ปัญหาการขนส่งสินค้าทางทะเล 3.1) สหภาพแรงงานทั่วประเทศสหรัฐยังไม่สามารถบรรลุข้อตกลง อาจทำให้เกิดความขัดแย้ง หยุดการผลิตและกระทบซัพพลายเชนในภาคการผลิต และการให้บริการในท่าเรือฝั่งตะวันออก ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการเดินเรือในภาพรวมและปริมาณการนำเข้าของสหรัฐ

3.2) ค่าระวางเรือยังคงตึงตัวและผันผวนในท่าเรือหลัก ขณะที่เส้นทางภายในเอเชีย และตะวันออกกลาง ค่าระวางเริ่มลดลง แต่ในเส้นทางสหรัฐ อเมริกาใต้ สหภาพยุโรป และออสเตรเลีย ยังคงทรงตัวในระดับสูง และ

3.3) ปัญหาสภาพตู้ขนส่งสินค้าที่สายเรือส่งมอบให้บรรจุสินค้าต่ำกว่าความคาดหวังของผู้ส่งออก

4) การเข้าถึงและการตัดวงเงินสินเชื่อของผู้ประกอบการ โดยเฉพาะ SMEs ส่งผลให้เกิดความเสียหายต่อสภาพคล่องในการดำเนินธุรกิจ

นายชัยชาญกล่าวอีกว่า สรท. มีข้อเสนอแนะต่อรัฐบาลใหม่ที่สำคัญ ดังนี้ ด้านโครงสร้าง

1.รัฐบาลต้องมุ่งเน้นให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็นชาติการค้า เพื่อช่วยสร้างเศรษฐกิจที่เข้มแข็ง มีเสถียรภาพ และแข่งขันได้ในระดับสากล และการพัฒนาการส่งออก ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ให้สามารถแข่งขันและเติบโตอย่างมั่นคง

ซึ่งในโอกาสครบรอบการก่อตั้ง 30 ปี สรท. ได้นำเสนอแนวทางการพัฒนายุทธศาสตร์ชาติการค้า (Trading Nation) เพื่อผลักดันให้ภาครัฐและภาคเอกชนร่วมกันดำเนินการ (รายละเอียดปรากฏตามหนังสือที่นำเสนอ)

ด้านโลจิสติกส์ 2.เร่งแก้ไขปัญหาความแออัดท่าเรือแหลมฉบัง ที่มีมาต่อเนื่อง ประกอบกับค่าน้ำมันที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และปัญหายังไม่ได้บรรเทาลง สถานการณ์ยังไม่ดีขึ้น และมีความติดขัดมากขึ้น ส่งผลต่อต้นทุนที่ผู้ส่งออก-นำเข้าต้องแบกรับ รวมถึงศักยภาพการแข่งขันทางการค้าระหว่างประเทศที่ลดลง

โดยสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง หารือมีข้อสรุปของผลกระทบจากประเด็นปัญหาหลักมาจาก ด้านข้อจำกัดของผู้ส่งออกนำเข้า ด้านข้อจำกัดของการขนส่งด้วยเรือชายฝั่ง ด้านข้อจำกัดของการขนส่งทางราง ด้านโครงสร้างพื้นฐานและระบบการจราจรในท่าเรือ และด้านความแออัดของท่าเทียบเรือสัมปทาน

นอกจากนี้ มีข้อเสนอแนะแนวทางการแก้ไขปัญหา ด้านการขับเคลื่อนระดับนโยบาย อาทิ ตั้ง คณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาความแออัดท่าเรือแหลมฉบัง

รวมถึงคณะทำงานร่วมระดับปฏิบัติการท่าเรือแหลมฉบัง ด้านโครงสร้างพื้นฐาน อาทิ พัฒนาลานวางตู้กลาง / Service Area / Rest Area ทั้งภายใน และภายนอก รวมถึงเพิ่มสัดส่วนการขนส่งสินค้าทางรางและทางน้ำภายในประเทศ ปรับปรุงด้านวิศวกรรมการจราจร อาทิ สร้างทางยกระดับข้ามจุดตัดรถไฟและถนนภายในท่าเรือแหลมฉบัง เป็นต้น และเพิ่มการลงทุนในเครื่องมือยกขน

ด้านกระบวนการทำงาน และเทคโนโลยีสารสนเทศ อาทิ บังคับใช้ระบบ Truck Queue 100% เชื่อมโยงการทำงานเต็มรูปแบบกับระบบ Port Community System (PCS) ด้านกฎหมายและกฎระเบียบ อาทิ ปรับปรุงระเบียบปฏิบัติให้หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องกับการตรวจปล่อยสินค้า ปฏิบัติงาน 7/24 ปรับปรุงสัญญาสัมปทานท่าเทียบเรือและกิจกรรมที่เกี่ยวเนื่อง อาทิ กำหนด Service Level Agreement ด้าน Inland Transport

ด้านอื่น อาทิ ควรให้มีหน่วยงานกำกับดูแลและวางมาตรฐานการให้บริการของลานกองตู้สินค้า (Container Depot) รวมถึงควรให้มีบริการชั่งน้ำหนักรถบรรทุกหนักก่อนออกจากท่าเรือ

โดยเบื้องต้น สรท. ได้ผลักดันแนวทางการแก้ไขปัญหาข้างต้นไปยังหน่วยงานหลักที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ การท่าเรือแห่งประเทศไทย กระทรวงคมนาคม และสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เพื่อเร่งแก้ไขปัญหาโดยเร็ว

ด้านการเงิน 3.รักษาเสถียรภาพค่าเงินบาทไม่ให้แข็งค่าเร็วเกินไป พร้อมทั้งสนับสนุนให้ผู้ประกอบการเร่งประกันความเสี่ยงค่าเงินบาท

4.พิจารณาหลักเกณฑ์เงื่อนไข สนับสนุน และส่งเสริมให้ผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) มีโอกาสเข้าถึงแหล่งเงินทุน ให้เพียงพอต่อการหมุนเวียนกระแสเงินสดและการผลิตเพื่อการส่งออก

ด้านการผลิตและต้นทุน 5.กำกับดูแลต้นทุนการผลิตและต้นทุนวัตถุดิบ เพื่อให้การส่งออกของไทยยังคงขีดความสามารถในการแข่งขันได้ อาทิ ต้นทุนพลังงานและราคาน้ำมัน ค่าไฟฟ้า ค่าแรงขั้นต่ำ และค่าขนส่งสินค้าทางทะเลโดยเฉพาะค่าระวางเรือ ให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม

6.กำกับดูแลสินค้าการเข้ามาลงทุนของนักลงทุนต่างชาติ ต้องเอื้อประโยชน์ให้กับซัพพลายเชนในประเทศ ยกตัวอย่าง อุตสาหกรรมยานยนต์ ควรมองถึงการรักษาฐานการผลิตรถยนต์สันดาป (ICE) ให้เป็น last man standing ขับเคลื่อนตลาด after market เนื่องจากเป็นตลาดที่ค่อนข้างใหญ่ สามารถผลักดันกลยุทธ์การเปลี่ยนผ่าน และการปรับตัวของชิ้นส่วนเข้าไปในอุตสาหกรรมอื่น ๆ เช่น ระบบราง เครื่องมือแพทย์ และ อุตสาหกรรมการเกษตร เป็นต้น

ด้านการตลาดและ e-Commerce 7.กำกับดูแลสินค้าไม่ได้มาตรฐาน รวมถึงสินค้าต้นทุนต่ำที่ทะลักเข้ามาในประเทศ ซึ่งก่อให้เกิดผลกระทบต่อผู้ผลิตในประเทศโดยเฉพาะ SMEs และปัญหาการจ้างงานลดลง

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : สภาผู้ส่งสินค้าทางเรือฯ หวั่นบาทแข็งค่ากระทบ ส่งออกไทยทั้งปียังโต 2%

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...