โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ชัวร์ก่อนแชร์ : ห้ามสแกน QR CODE ไปรษณีย์ไทย เงินหายหมดบัญชี จริงหรือ ?

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 16 ม.ค. 2567 เวลา 15.01 น. • เผยแพร่ 11 ก.ค. 2566 เวลา 03.25 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

11 กรกฎาคม 2566

📌 บทสรุป : ❌ ไม่จริง ไม่ควรแชร์ต่อ ❌
-เอกสารที่แชร์เป็นของไปรษณีย์ไทยจริง ไม่ใช่มิจฉาชีพ
-สแกน QR CODE แล้วเงินหาย มีความเป็นไปได้จริงน้อยมาก เพราะก่อนจะโอนเงินออกไปได้ จะต้องผ่านหลายขั้นตอน เช่น การติดตั้งแอป การกรอกข้อมูล ฯลฯ

👉 ศูนย์ชัวร์ก่อนแชร์ ตรวจสอบกับ บมจ.ไปรษณีย์ไทย ยืนยันว่า ข้อมูลดังกล่าวเป็นข้อมูลเท็จ รูปภาพเอกสารที่แชร์กันเป็นเอกสารจริงของไปรษณีย์ไทย เขตนำจ่ายภาษีเจริญ 5 ซึ่งเป็นแผนกในสังกัดของไปรษณีย์ภาษีเจริญที่ได้ส่งใบนัดนำจ่ายไว้ที่บ้านผู้รับที่ไม่มีคนอยู่บ้านและไม่สะดวกรับ ให้สามารถติดต่อนัดหมายกับบุรุษไปรษณีย์ให้นำจ่ายพัสดุได้ใหม่อีกครั้ง แต่เพื่อเป็นการป้องกันมิจฉาชีพ ไปรษณีย์ไทยได้ยกเลิกนัดหมายเวลาในการนำจ่ายใหม่ผ่านระบบ QR CODE โดยจะติดต่อผู้รับเพื่อนัดหมายนำจ่ายใหม่ผ่านโทรศัพท์

👉 ศูนย์ชัวร์ก่อนแชร์ ตรวจสอบพบว่า บมจ.ไปรษณีย์ไทย ยืนยันผ่านศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย ว่า ข้อความเตือนดังกล่าวเป็นข้อมูลเท็จ เนื่องจากรูปภาพเอกสารที่แชร์กันนั้น เป็นเอกสารของไปรษณีย์ไทยจริง จัดทำขึ้นเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับลูกค้าที่ไม่อยู่บ้านและไม่สามารถรับพัสดุได้ สามารถสแกน QR CODE เพื่อนัดหมายวันให้ไปส่งใหม่ได้

👉 อย่างไรก็ตาม ข้อความและภาพดังกล่าว มีการส่งต่อกันมานานเกือบ 1 ปีแล้ว และยังมีกรณีที่พบว่า ข้อความเตือนดังกล่าวถูกส่งควบคู่กับประเด็นอื่นอีกด้วย

👉 จากฐานข้อมูล ศูนย์ชัวร์ก่อนแชร์ พบว่า รูปภาพนี้ถูกแชร์มาพร้อมกับข้อความ ในช่วงเดือนสิงหาคม 2565 ที่ระบุว่า

“เริ่มโดนกันแล้วภัยรูปแบบใหม่รับจดหมายลงทะเบียนแล้วเค้าให้สแกนคิวอาร์โค้ดโดนไปแสนกว่าบาทจากบัตรเครดิต เปลี่ยนจาก call center เป็นหนังสือราชการ ถึงตัวเลย ระวัง ห้ามสแกนบาร์โค๊ตเด็ดขาด… ให้บอกคนในบ้านทุกคนด้วย อันตรายจริงๆ ครับ”

พร้อมรูปใบนัดนำจ่ายสิ่งของทางไปรษณีย์ ดังรูปด้านล่าง

👉 ต่อมาในเดือนกันยายน 2565 พบข้อความคล้ายกัน และถูกนำไปโยงเข้ากับรูปใบสั่งค่าปรับจราจรที่ไม่มีรูปภาพรถขณะกระทำผิด ทำให้เกิดความเข้าใจผิดว่าเป็นเอกสารปลอมจากมิจฉาชีพที่หวังหลอกและดูดเงิน

“ค่าปรับจราจร จะต้องมีรูปรถเราตอนทำผิดกฎจราจรด้วยนะครับ ส่งมาเป็นใบแบบไม่มีรูป ไม่ใช่จดหมายราชการ แต่เป็นแก๊งค์ดูดเงินนะครับ เริ่มโดนกันแล้วภัยรูปแบบใหม่รับจดหมายลงทะเบียนแล้วเค้าให้สแกนคิวอาร์โค้ดโดนไปแสนกว่าบาทจากบัตรเครดิต เปลี่ยนจาก call center เป็นหนังสือราชการ ถึงตัวเลย ระวัง ห้ามสแกนบาร์โค๊ตเด็ดขาด… ให้บอกคนในบ้านทุกคนด้วย อันตรายจริงๆ”

👉 ข้อเท็จจริงสำหรับกรณีนี้ กรมประชาสัมพันธ์ ยืนยันว่า เอกสารดังกล่าวเป็นเอกสารจริงของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยเป็นเอกสารการแจ้งเตือนครั้งที่ 2 หลังจากที่มีส่งเอกสารเตือนครั้งแรกที่มีภาพขณะกระทำผิด แล้วผู้กระทำผิดยังไม่ชำระเงินค่าปรับ

ผู้ที่ได้รับใบสั่งจราจรสามารถตรวจสอบว่า ใบสั่งที่ได้รับ เป็นของจริงหรือไม่ ได้จากเว็บไซต์ ใบสั่งจราจรออนไลน์สำหรับประชาชน

👉 ต่อมาในเดือนมิถุนายน 2566 ข้อความและรูปเตือนห้ามสแกน QR CODE ของไปรษณีย์ไทย กลับมาแพร่กระจายอีกครั้ง ในลักษณะการบันทึกหน้าจอมาจากเพจเฟซบุ๊ก

❌ดังนั้นข้อความและรูปภาพที่แชร์กันนี้ ไม่เป็นความจริง งดส่งต่อข้อมูลที่สร้างความเข้าใจที่ไม่ถูกต้อง❌

👉 สำหรับกรณีที่ “สแกนแล้ว ถูกดูดเงินในบัญชีจนหมดบัญชี” ในทันทีนั้น มีความเป็นไปได้จริงน้อยมาก เพราะก่อนจะโอนเงินออกไปได้ จะต้องผ่านการสั่งงานและกดยืนยันหลายขั้นตอน ซึ่งคนร้ายมักจะใช้วิธีการ หลอกให้ติดตั้งแอป หลอกให้กรอกข้อมูล เพื่อนำไปใช้ในการโจรกรรมอีกต่อหนึ่ง ซึ่งมีขั้นตอนมากกว่าการสแกนในคราวเดียว

👉 อย่างไรก็ตาม ก่อนเปิดกล้องหรือกดสแกน QR CODE ใด ๆ ควรตรวจสอบให้แน่ใจ ว่ามาจากแหล่งที่เชื่อถือได้ และเมื่อสแกน ให้ตรวจสอบให้แน่ชัดว่าเป็นปลายทางที่ต้องการหรือไม่ โดยเฉพาะตรวจสอบที่อยู่ URL ของเว็บไซต์ หากพบความผิดปกติ สามารถกดยกเลิก ปิด หรือเพิกเฉยได้ทันที

👉 สามารถดูเนื้อหาเพิ่มเติมได้จาก ชัวร์ก่อนแชร์ ภัยไซเบอร์ : รู้เท่าทัน การใช้ QR Code

11 กรกฎาคม 2566
ศูนย์ชัวร์ก่อนแชร์
สำนักข่าวไทย อสมท
ตรวจสอบข้อเท็จจริงโดย : พีรพล อนุตรโสตถิ์และเสาวภาคย์ รัตนพงศ์

บันทึกการแก้ไข : 11 กรกฎาคม 2566 – เพิ่มคำชี้แจงจาก บมจ.ไปรษณีย์ไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...