โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

SMEs-การเกษตร

เคล็ดลับการจัดการฟาร์มปลานิลครบวงจร ตั้งแต่อนุบาลลูกปลา–เลี้ยงกระชัง–บำบัดน้ำ ผลิตต่อเนื่อง 3 รอบต่อปี ส่งตลาดได้ทั้งปี

เทคโนโลยีชาวบ้าน

อัพเดต 06 ก.ย 2568 เวลา 04.02 น. • เผยแพร่ 06 ก.ย 2568 เวลา 04.02 น.

ปลานิล เป็นปลาเศรษฐกิจที่มีผลผลิตเป็นอันดับหนึ่งของประเทศ พร้อมทั้งมีการส่งออกไปจำหน่ายยังตลาดต่างประเทศด้วยเช่นกัน ซึ่งการเลี้ยงปลานิลเป็นการค้ายังสามารถเติบโตเพิ่มได้อีก เพราะเป็นแหล่งโปรตีนที่หาซื้อได้ง่ายและผู้บริโภคในหลายพื้นที่นิยมนำมาประกอบอาหาร จึงทำให้ปลานิลมีการพัฒนาการเลี้ยงให้มีมาตรฐานอยู่เสมอ ตั้งแต่การเพาะพันธุ์ให้ได้ลูกปลาที่มีคุณภาพ

คุณธนันชัย เอกเผ่าพันธุ์ เกษตรกรผู้คร่ำหวอดในการเลี้ยงปลานิล ซึ่งในปีนี้เขาได้คัดเลือกเป็นเกษตรกรดีเด่นด้านประมง ระดับชาติ ประจำปี 2566 สาขาอาชีพเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืด ถือเป็นอีกหนึ่งเกษตรกรตัวอย่างที่ประสบผลสำเร็จเป็นอย่างมาก โดยระบบการเลี้ยงปลานิลของเกษตรกรท่านนี้ได้มาตรฐาน จนสามารถทำตลาดจำหน่ายได้อย่างต่อเนื่องมาหลายทศวรรษตั้งแต่รุ่นคุณพ่อคุณแม่

คุณธนันชัย เล่าว่า ช่วงแรกครอบครัวเลี้ยงปลานิลโดยปล่อยในบ่อดินโดยตรง มีปัญหาในเรื่องของกลิ่นโคลนและปลาน็อกน้ำระหว่างการเลี้ยง หลังจากนั้นได้รับการฝึกอบรมในการเลี้ยงปลานิล เพื่อที่จะนำมาแก้ปัญหาการเลี้ยงภายในฟาร์ม จึงทำให้ในเวลาต่อมาปรับเปลี่ยนมาเลี้ยงให้อยู่ในกระชังในบ่อดิน ช่วยให้การเลี้ยงมีการจัดการได้ง่ายขึ้น สามารถวางแผนการเลี้ยงส่งให้กับลูกค้าได้ตลอดทั้งปี

“การเลี้ยงปลานิลก่อนที่จะนำมาปล่อยลงในกระชัง จะซื้อปลาไซซ์ใบมะขามเข้ามาทำการอนุบาลก่อน โดยช่วงที่เลี้ยงช่วงแรก จะปรับสภาพน้ำให้เหมาะสม คือการทำบ่อให้มีน้ำเขียว เพื่อสร้างแพลงตอนให้กับลูกปลา พร้อมทั้งให้ลูกปลากินอาหารเสริมบ้าง ก็จะช่วยให้โตได้ดี โดยบ่ออนุบาลจะเป็นบ่อเลี้ยงขนาด 1 ไร่ ปล่อยลูกปลาอยู่ที่ประมาณ 100,000 ตัว เลี้ยงด้วยรำและอาหารเม็ดเล็กที่มีโปรตีนอยู่ที่ 32 เปอร์เซ็นต์ ให้กินวันละ 2 มื้อ อนุบาลประมาณ 2 เดือน ลูกปลานิลจะได้ขนาดไซซ์ 30 ตัวต่อกิโลกรัม แล้วจึงย้ายมาเลี้ยงในกระชังบ่อดินต่อไป” คุณธนันชัย บอก

เมื่อได้ลูกปลานิลที่อนุบาลได้อายุ 2 เดือนแล้ว นำมาเลี้ยงต่อในบ่อดินที่เตรียมไว้ โดยปล่อยปลานิลเลี้ยงอยู่ที่ 4,000-5,000 ตัวต่อไร่ เลี้ยงอยู่ในช่วงนี้อีกประมาณ 2-3 เดือน ปลาจะเริ่มมีขนาดไซซ์อยู่ที่ 200-300 กรัม จากนั้นนำปลานิลไปเลี้ยงต่อในกระชังขนาด 6×22 เมตร ความลึกอยู่ที่ 2.20 เมตร ปล่อยเลี้ยงอยู่ที่ 5,000 ตัวต่อกระชัง โดยกระชังทั้งหมดจะอยู่ภายในบ่อดิน จัดโซนการเลี้ยงอย่างเป็นระบบช่วยให้การเลี้ยงหมุนเวียนได้อย่างต่อเนื่อง สามารถมีปลานิลส่งให้ลูกค้าได้ทันต่อความต้องการของตลาด

อาหารที่ใช้เลี้ยงในช่วงปลานิลโตแล้ว คุณธนันชัย บอกว่า ให้ปลากินอาหารที่มีโปรตีนอยู่ที่ 30 เปอร์เซ็นต์ เลี้ยงวันละ 2 มื้อในช่วงเช้าและเย็น เลี้ยงอยู่เช่นนี้ประมาณ 120 วัน ปลานิลจะได้ขนาดไซซ์ที่ตลาดต้องการ 1,100-1,200 กรัม ซึ่งไซซ์นี้ถือว่าเป็นที่ต้องการของตลาด

“ฟาร์มของเราโชคดีที่มีแหล่งน้ำจากชลประทาน ทำให้การเลี้ยงสามารถทำได้ตลอดทั้งปี พร้อมทั้งหลังการเลี้ยงจะมีน้ำเสียออกมา เราทำบ่อพักน้ำไว้ จากนั้นก็บำบัดด้วยอีเอ็ม ช่วยทำให้น้ำมีคุณภาพที่ดีขึ้น ส่วนในด้านของโรคที่เกิดขึ้นกับปลานิลก็มีบ้าง ส่วนมากจะเกิดขึ้นในช่วงหน้าร้อน ส่วนในเรื่องของการเติมอากาศเข้าไปในน้ำ มีการเติมอากาศด้วยพร้อมกับเครื่องตีน้ำ ช่วยให้ภายในบ่อมีการเติมอากาศเข้าไปอยู่เสมอ ช่วยสภาพน้ำดีอยู่ตลอดเวลา ปลาก็จะไม่เกิดอาการเจ็บป่วย” คุณธนันชัย บอก

สำหรับในเรื่องของการทำตลาดจำหน่ายปลานิล คุณธนันชัย เล่าว่า การเลี้ยงด้วยวิธีนี้ที่ได้ลองผิดลองถูกมา ถือว่าได้ผลผลิตต่อรอบเป็นที่น่าพอใจ เพราะการเลี้ยงปลากระชังในบ่อดินหลังจากจับปลาส่งให้ลูกค้าเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สามารถนำลูกปลานิลในบ่ออนุบาลมาเลี้ยงต่อได้ทันที จึงทำให้การเลี้ยงปลานิลใน 1 ปี สามารถเลี้ยงได้ถึง 3 รอบ และมีผลผลิตเพิ่มขึ้นตามไปด้วย

ตลาดที่ส่งจำหน่ายหลักๆ จะเป็นห้างสรรพสินค้า และพ่อค้าแม่ค้าที่เข้ามาติดต่อขอซื้อ จากการวางแผนการเลี้ยงที่มีระบบ จึงทำให้สามารถส่งตลาดได้อย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี โดยปลานิลที่จำหน่ายราคาอยู่ที่กิโลกรัมละ 52-55 บาท ตลอดระยะเวลาที่เลี้ยงมา ลูกค้าต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันในเรื่องของคุณภาพ เพราะเนื้อปลาค่อนข้างแน่นเมื่อนำไปประกอบอาหารให้เนื้อสัมผัสที่ดี และที่สำคัญเนื้อปลาไม่มีกลิ่นโคลน

“ปลานิลยังถือว่าเป็นปลาที่ตลาดยังมีความต้องการ การเลี้ยงให้มีคุณภาพถือว่าสำคัญมาก เพื่อให้ผู้บริโภคมั่นใจว่าปลาที่เลี้ยงปลอดภัยจากสารเคมีและก็ไม่มีกลิ่นโคลน เพราะฉะนั้นการเลี้ยงให้ได้คุณภาพจึงเป็นเรื่องที่ต้องคำนึง เพราะจะทำให้สามารถทำการตลาดได้อย่างต่อเนื่อง สำหรับคนที่อยากจะเลี้ยงปลาก็อยากจะฝากบอกว่าสิ่งแรกที่ต้องดูเลยคือในเรื่องของแหล่งน้ำ เพียงพอที่จะเลี้ยงไหม ถ้าองค์ประกอบพวกนี้ครบก็ประสบผลสำเร็จได้ไม่ยากครับ” คุณธนันชัย บอก

สำหรับท่านใดที่สนใจในเรื่องของการเลี้ยงปลานิลหรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดต่อสอบถามได้ที่ คุณธนันชัย เอกเผ่าพันธุ์ ฟาร์มตั้งอยู่ตำบลแหลมบัว อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม หมายเลขโทรศัพท์ 081-836-6417

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรก 08 กรกฎาคม 2566

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เคล็ดลับการจัดการฟาร์มปลานิลครบวงจร ตั้งแต่อนุบาลลูกปลา–เลี้ยงกระชัง–บำบัดน้ำ ผลิตต่อเนื่อง 3 รอบต่อปี ส่งตลาดได้ทั้งปี

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.khaosod.co.th/technologychaoban

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...