โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

คณะศิลปกรรม-สถาปัตยกรรม ม.กรุงเทพ ตอกย้ำความเป็นหนึ่ง ปั้นนักศึกษาให้ประสบความสำเร็จในระดับสากล

Dek-D.com

เผยแพร่ 07 มิ.ย. 2566 เวลา 10.22 น. • DEK-D.com
ด้วยเหล่าคณาจารย์ที่มีชื่อเสียงระดับแนวหน้าของวงการ

คณะศิลปกรรม-สถาปัตยกรรม ม.กรุงเทพ ตอกย้ำความเป็นหนึ่ง ปั้นนักศึกษาให้ประสบความสำเร็จในระดับสากล

คณะศิลปกรรมศาสตร์และคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ตอกย้ำความแข็งแกร่ง ของเด็กสายดีไซน์ ม.กรุงเทพ ปลุกปั้นนักศึกษาให้ประสบความสำเร็จในระดับสากล เป็นที่ยอมรับของทุกคนในวงการ ด้วยเหล่าคณาจารย์ที่มีชื่อเสียงระดับแนวหน้าของวงการ มาช่วยให้ความรู้นักศึกษาและค้นหาแพชชั่น สู่ความเป็นมืออาชีพที่เต็มเปี่ยมไปด้วยทักษะความคิดสร้างสรรค์ ยืดหยุ่น และทัศนคติที่พร้อมรับทุกความท้าทาย ไม่ว่านักศึกษาอยากเป็น นักออกแบบ ศิลปิน สถาปนิก หรือ มัณฑนากร ม.กรุงเทพ พร้อมตอบโจทย์ทุกความต้องการ เพื่อปูเส้นทางสู่ความเป็นมืออาชีพที่แฝงดีเอ็นเอของความเป็นผู้ประกอบการในตัว

คณะศิลปกรรม-สถาปัตยกรรม เด็กสายออกแบบทุกคน เริ่มต้นได้

สิ่งที่เด็กสายดีไซน์ส่วนใหญ่รู้สึกกังวลในขณะที่กำลังมองหามหาวิทยาลัยเพื่อเข้าเรียนต่อมีอยู่ 3 เรื่องคือ 1.ไม่มั่นใจในแพชชั่นของตัวเอง 2.กังวลเรื่องความความสามารถในการเรียนต่อ 3.บรรยากาศการเรียนซึ่งทั้งหมดนี้รุ่นพี่อย่าง ภัทรมาศ ศรีวิสุทธิกุล ศิษย์เก่า สาขาสถาปัตยกรรมภายใน คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ม.กรุงเทพและเจ้าของสตูดิโอออกแบบภายในที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักในวงการอย่าง เบจ เวิร์คสเปซ (Beige Workspace) เจ้าของรางวัล Winner Award ในหมวดการออกแบบบ้านตัวอย่าง จากการประกวดระดับนานาชาติ Asia Pacific Property Awards 2021-2022 บอกเล่าประสบการณ์ตอนกำลังมองหามหาวิทยาลัยว่า “ก่อนเข้าเรียนที่ม.กรุงเทพ เรารู้ตัวในระดับหนึ่งว่าเราชอบเรื่องการวาดรูป แต่เราไม่รู้ว่านี่คือความชอบหรือความถนัด ตอนนั้นก็มองหามหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับ จนมาพบกับ ม.กรุงเทพ เรารู้สึกว่า ดูครอบคลุมทุกอย่างที่เราต้องการมากที่สุด บรรยากาศการเรียนก็ดีไม่ว่าจะเป็นอาคารเรียน เพื่อน รุ่นพี่ รุ่นน้อง และอาจารย์ หลักสูตรก็ค่อนข้างเปิดกว้างให้เราเลือกเรียนได้อย่างอิสระ และสิ่งสำคัญที่สุดก็คืออาจารย์ดีมากๆ จากคนที่เคยอ่อนวิชาด้านสถาปัตย์มากที่สุดในรุ่น อาจารย์ก็ฝึกสอนเราจนได้รับประสบการณ์การทำงาน ได้คอนเนคชั่นและคำแนะนำดีๆจากอาจารย์ รวมทั้งบรรยากาศ เครื่องมือในการเรียนก็พร้อมให้นักศึกษาได้ฝึกลงมือปฏิบัติด้วยตัวเองทุกคน ทำให้รู้สึกว่า เราตัดสินใจถูกต้องแล้ว ที่เลือกเรียนที่คณะสถาปัตย์ ม.กรุงเทพ จนมีเราในวันนี้”

ในเรื่องนี้ ผศ.ดร.ภาสิต ลีนิวา รองคณบดี คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ม.กรุงเทพ และ ดร.ปทิตตา นิรันพรพุทธา อาจารย์ประจำคณะศิลปกรรมศาสตร์ ม.กรุงเทพได้อธิบายถึงแนวทางการเรียนต่อในคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และคณะศิลปกรรมศาสตร์ ไว้ตรงกันว่า นักศึกษาที่ไม่มีพื้นฐานมาก่อน ไม่ต้องกังวลว่าจะเรียนไม่ได้ ทุกคนจะต้องเริ่มต้นการเรียนด้วยการปรับพื้นฐานการเรียนในสายนี้ให้ตรงกันทั้งหมด ซึ่งมีวิชาพื้นฐานที่ต้องเรียนเหมือนกันอย่างวิชา ดรอว์อิ้ง หรือพื้นฐานการวาดรูป เพื่อเรียนรู้เรื่องลายเส้น การจัดวางองค์ประกอบภาพอย่างไรให้ออกมาสวยงาม รวมถึงวิชาพื้นฐานอื่นๆ ที่จำเป็นสำหรับการเรียนในระดับชั้นต่อไป มุ่งเน้นการเรียนที่หลากหลายให้นักศึกษาได้เห็นภาพการทำงานในสายต่างๆ ได้ลองลงมือปฏิบัติและค้นหาแพชชั่น เพื่อช่วยให้นักศึกษาตัดสินใจเลือกสาขาที่ตรงกับแพชชั่นของตัวเอง ซึ่งแต่ละคณะก็จะมีสาขาแยกย่อย ให้นักศึกษาเลือกให้ตรงกับแพชชั่นของตัวเอง

จุดนัดพบของแพชชั่นและศักยภาพ

ใบคะแนนเกรดเอ ทุกวิชา อาจไม่ได้เป็นเครื่องรับประกันว่านักศึกษาจะมีสามารถทำงานได้ดี เมื่อก้าวเข้าสู่โลกการทำงานจริง ดังนั้นการเรียนการสอนของคณะศิลปกรรม-สถาปัตยกรรม ม.กรุงเทพ นอกจากจะให้ความรู้ และช่วยให้นักศึกษาค้นพบแพชชั่นของตัวเองแล้ว การพัฒนาศักยภาพให้มีความเป็นมืออาชีพตั้งแต่ยังเรียนในรั้วมหาวิทยาลัย ก็เป็นอีกจุดเด่นหนึ่งที่ทำให้ทุกคนในวงการให้การยอมรับ

อัครชัย ดีดพิณ ศิษย์เก่าคณะศิลปกรรมศาสตร์ สาขาการออกแบบแฟชั่น มหาวิทยาลัยกรุงเทพปัจจุบันเป็นสไตลิสต์และช่างทำผม ให้กับนิตยสาร VOGUE Thailand เคยผ่านการทำผมให้กับดาราฮอลลีวู้ด Tilda Swinton ในการถ่ายแบบนิตยสารแฟชั่นระดับโลก เล่าถึงสิ่งที่ได้รับจากการเรียนที่ คณะศิลปกรรมศาสตร์ ม.กรุงเทพว่า

“ทุกสิ่งทุกอย่างตั้งแต่วันแรกที่เข้าเรียนจนวันสุดท้ายที่เรียนจบ เราเอามาใช้ในการทำงานได้ทั้งหมดตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้ทำงานในวงการแฟชั่นระดับประเทศ จนกระทั่งเข้าตาทีมงานต่างประเทศ จนได้รับเชิญให้ไปร่วมงานระดับอินเตอร์ด้วยกัน ความรู้ที่ได้จากอาจารย์ ก็เอาไปใช้ในการทำงานระดับอินเตอร์ได้ทันที โดยแทบไม่มีบทเรียนไหนเลยที่เราจะไม่ได้เอามาใช้ ในการทำงานจริง ไม่มีอะไรที่เรียนรู้จากแล้วรู้สึกเสียเวลาเปล่า

ตั้งแต่วันที่เรามีแค่แพชชั่น แต่เราไม่รู้ว่าเราจะเริ่มต้นจากตรงไหน อาจารย์ทุกท่าน รวมถึงวิทยากรที่เป็นแฟชั่น ดีไซน์เนอร์ระดับประเทศ จะคอยแนะนำ ทำให้แพชชั่นของเราเด่นชัดขึ้นและไม่ใช่แค่ความรู้ ม.กรุงเทพ ไม่ได้สอนให้เราอยู่กับวิชาการ อยู่กับกระดานดำ แต่สอนไปถึงวิธีที่เราจะก้าวออกไปข้างนอกด้วยประสบการณ์และความมั่นใจ เราจึงไม่ได้เป็นแค่นักศึกษาแต่เราเรียนไปพร้อมกับการทำงานในโลกความเป็นจริง

นอกจากนี้ผศ.ดร.เขมมิกา ธีรพงษ์ อาจารย์ประจำคณะศิลปกรรมศาสตร์ ม.กรุงเทพเผยเคล็ดลับในการดึงศักยภาพของนักศึกษาจากแพชชั่นที่พวกเขามี ให้กลายเป็นศิลปินหรือนักออกแบบ ที่มีประสบการณ์ในการทำงานตั้งแต่ก่อนเรียนจบว่า “การสอนของเราจะใช้การส่งผลงานเข้าประกวดเป็นส่วนหนึ่งในเรียนการสอน มีทั้งการประกวดที่เป็นความร่วมมือของคณะกับหน่วยงานภายนอก ซึ่งจะดึงให้คนในวงการอุตสาหกรรมเข้ามาตัดสิน คัดเลือกผลงาน ตัวนักศึกษาเองก็จะได้เจอโจทย์จริงที่ใกล้เคียงกับการทำงานจริงๆ ได้คำแนะนำกลับมาพัฒนาตัวเอง

การประกวดอีกประเภทคือการประกวดแบบเปิด ที่ทางมหาวิทยาลัยสนับสนุนให้ส่งผลงานเข้าประกวด ซึ่งนักศึกษาของเราก็สามารถคว้ารางวัลกลับมาได้หลายรายการ การออกแบบควบคู่ไปกับทำงานจริง ช่วยทำให้นักศึกษาทุกคนได้ประสบการณ์ในการทำงาน ด้านการออกแบบอย่างมืออาชีพโดยไม่รู้ตัว”

คิดนอกกรอบ สร้างสรรค์ เป็นมืออาชีพ

“ในฐานะที่เป็นผู้ประกอบการ หากเทียบน้องๆจบจาก ม.กรุงเทพ จะได้ในเรื่องของความเป็นครีเอทีฟที่โดดเด่น การคิดนอกกรอบ สามารถใช้โปรแกรมในการทำงานได้มากกว่า มีประสบการณ์ในการทำงานจริงมาก่อน จึงสามารถทำงานได้ทันที ซึ่งผมมองว่าประสบการณ์เป็นเรื่องสำคัญ การมีประสบการณ์จะทำให้เรามองเห็นความเป็นจริง และทำให้เราแตกต่างจากคนอื่น” ธณวรรธณ์ จันทร์ประทักษ์ ศิษย์เก่าคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ สาขาสถาปัตยกรรม ม.กรุงเทพผู้ประสบความสำเร็จในการรับงานออกแบบบ้านตั้งแต่ยังเรียนหนังสือ จนสามารถเปิด บริษัท สถาปนิก ดีเอ็นเอ จำกัด (Architect DNA) ได้ตั้งแต่เรียนจบ และมีลูกค้าเข้าใช้บริการมากกว่า 200 โครงการในเวลาเพียง 2 ปี พูดถึงจุดเด่นของน้องๆที่เรียนจบจาก คณะศิลปกรรม-สถาปัตยกรรม ม.กรุงเทพ

ในขณะที่ ปุณยวีร์ วิวรรธนชัยกุล ศิษย์เก่าคณะศิลปกรรมศาสตร์ สาขาวิชาการออกแบบนิเทศศิลป์ ม.กรุงเทพเป็นอีกคนหนึ่งที่เคยฝากผลงานการประกวดเอาไว้อย่างมากมาย และสามารถสร้างรายได้จากการขายผลงานภาพชุด Obey the System ที่สามารถทำยอดขายภาพผ่าน NFT (Non-Fungible Token) แตะหลักแสน ได้ภายใน 5 วัน เล่าเสริมถึงจุดแข็งของเด็กศิลป์ ม.กรุงเทพว่า “หากจะให้ผมคิดถึงจุดเด่นของคณะศิลปกรรมศาสตร์ จากที่ได้พูดคุยกับอาจารย์ที่เป็นศิษย์เก่าและผมก็เห็นด้วยคือ เราอาจจะไม่ได้เป็นสายแข็งที่สร้างผลงานศิลปะโหดระดับเทพ แต่เรื่องวิธีคิดสร้างสรรค์ คิดนอกกรอบ เพื่อสร้างงานให้ออกมาได้ตรงใจลูกค้ามากกว่า และเปลี่ยนเสมือนเครื่องขัดเกลาฝีมือของผมให้ดีขึ้น ผลงานที่เหนือกว่าความสวยงาม คือผลงานที่ลูกค้าเห็นแล้วต้องการ

การลงมือทำงานคือการเรียนที่ดีที่สุด

“เด็กที่เรียนสถาปัตย์ มักจะอดหลับอดนอน เพราะงานเยอะ มีรายละเอียดในการทำงานมากมายที่ต้องใส่ใจในการออกแบบ ถ้าต้องการเป็นสถาปนิก หรือ มัณฑนากร ที่สามารถออกแบบได้อย่างเชี่ยวชาญ มีความชำนาญในทุกขั้นตอน ก็ต้องฝึกซ้ำไปเรื่อยๆ จากที่ไม่มั่นใจในตัวเองก็จะเริ่มมั่นใจในตัวเองมากขึ้น การให้นักศึกษาได้รับโจทย์การทำงานจริงเยอะๆ จะทำให้พวกเขามีความเป็นมืออาชีพ ที่มีแพชชั่นของตัวเองอย่างเต็มเปี่ยม” ผศ.ดร.ภาสิตเผยถึงแนวทางการสอนให้นักศึกษาทุกคนมีความเป็นมืออาชีพ ด้วยการเอาโจทย์ที่ลูกค้าจะนำไปสร้างจริง ให้นักศึกษาได้ทดลองทำเรื่อยๆ แพชชั่นของพวกเขาก็จะเริ่มชัดเจนจากการได้ลงมือทำงานไปพร้อมๆกับการเรียน

ใช้มืออาชีพ สร้างมืออาชีพ

ด้านดร.ปทิตตา กล่าวทิ้งท้ายในส่วนของคณะศิลปกรรมศาสตร์ว่า สิ่งที่เราทำมาโดยตลอดและยังทำอยู่ นอกจากการเน้นให้นักศึกษาลงมือทำ และส่งเข้าประกวดเพื่อให้พวกเขารู้จุดอ่อนของตัวเองเพื่อพัฒนาให้ดียิ่งขึ้นคือ การเลือกอาจารย์ผู้สอนที่มีทั้งอาจารย์ประจำที่เป็นผู้ทรงคุณวุฒิเฉพาะด้านโดยตรง ในขณะเดียวกันเรามีอาจารย์พิเศษ ระดับมืออาชีพที่มีชื่อเสียงในวงการมานานมากกว่า 10 ปี นักศึกษาจะได้มีโอกาสเรียนรู้กับผู้สอนที่มีความหลากทางความคิด หลายองค์ความรู้ มีมุมมองที่แตกต่าง มีประสบการณ์ในการทำงาน และวิธีการแก้ปัญหาของมืออาชีพ ซึ่งเป็นสิ่งที่มีค่าอย่างมากในการทำงานจริง เพราะในโลกการทำงานจริงไม่มีอะไรเรียบง่าย ราบรื่น เหมือนกับการทำงานส่งอาจารย์ พวกเขาจะต้องไปเจอปัญหาหน้างาน ปัญหากับคนทำงานด้วยกัน ปัญหากับลูกค้า สิ่งที่ได้รับจากอาจารย์พิเศษ จะทำให้พวกเขาจะสามารถรับมือแก้ไขปัญหาต่างๆ ด้วยความเป็นมืออาชีพในการทำงาน อีกทั้งยังสามารถปรับตัวทำงานได้ทุกตำแหน่งในสายอาชีพ ไม่ว่าจะเป็นฟรีแลนซ์ พนักงานบริษัท หรือออกไปเปิดธุรกิจสร้างแบรนด์ของตัวเองขึ้นมา พวกเขาก็จะประสบความสำเร็จได้ไม่ยากอย่างแน่นอน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...