โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ยานยนต์

Honda ตั้งเป้าทำกำไรสูงสุดในประวัติศาสตร์ แม้พลาดกำไรลด 1.7% ในปีงบประมาณล่าสุด

AutoFun Thailand

อัพเดต 14 ก.ค. 2566 เวลา 00.01 น. • เผยแพร่ 18 พ.ค. 2566 เวลา 01.18 น. • Pisan

ฮอนด้า Honda

Honda (ฮอนด้า) ที่มีส่วนแบ่งยอดจำหน่ายรถยนต์ในตลาดโลกลดลงไป ได้เปิดเผยให้เห็นถึงตัวเลขผลการดำเนินงาน โดยเฉพาะในส่วนของผลกำไรที่ลดลงไป 1.7% ซึ่งถือเป็นสถานการณ์ที่ไม่สู้ดีนัก ของค่ายรถแดนปลาดิบ
  • ผลกำไรที่ลดลงในปีงบประมาณล่าสุด
  • ปรับแผนหวังสร้างประวัติศาสตร์ในปีนี้
  • รถไฟฟ้าคือคีย์หลักในการเติบโตต่อเนื่อง

หลังจากที่มีการประกาศผลการดำเนินงานประจำปีงบประมาณล่าสุดที่จบลงไปในเดือนมีนาคม 2566 ที่ผ่านมา Honda (ฮอนด้า) ที่มีส่วนแบ่งยอดจำหน่ายรถยนต์ในตลาดโลกลดลงไป ได้เปิดเผยให้เห็นถึงตัวเลขผลการดำเนินงาน โดยเฉพาะในส่วนของผลกำไรที่ลดลงไป 1.7% หรือมีผลกำไรจากการประกอบการที่ 6.952 แสนล้านเยน (ประมาณ 1.72 แสนล้านบาท) เท่านั้น

อย่างไรก็ตาม ฮอนด้าได้ออกมาระบุว่ามีการตั้งเป้าหมายสำหรับปีงบประมาณนี้ ที่คาดว่าจะมียอดจำหน่ายและผลกำไรที่เพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน โดยพวกเขาตั้งเป้าหมายรายได้ที่ 18.2 ล้านล้านเยน (ประมาณ 4.51 ล้านล้านบาท) และมีผลกำไรจากการดำเนินการที่ 1 ล้านล้านเยน (ประมาณ 2.5 แสนล้านบาท) โดยจะเป็นตัวกำไรสุทธิที่ 8 แสนล้านเยน (ประมาณ 2 แสนล้านบาท) เลยทีเดียว

ผลประกอบการของฮอนด้าในปีงบประมาณที่ผ่านมาถือว่าไม่โดดเด่นนัก โดยพวกเขามียอดขายรวมไปทั้งสิ้นที่ 16.9 ล้านล้านเยน (ประมาณ 4.19 ล้านล้านบาท) เติบโตขึ้นมาประมาณ 16% แต่ก็เป็นผลมาจากยอดจำหน่ายรถจักรยานยนต์ที่มีความแข็งแกร่ง ขณะที่ตลาดรถยนต์นั่งนั้น กลับประสบปัญหามากมายในช่วงที่ผ่านมา จนส่งผลกระทบต่อทั้งยอดจำหน่ายและผลการดำเนินงาน

อ่านเพิ่มเติม: เปิดแผนพัฒนารถยนต์ไฟฟ้า Honda เตรียมผลิตถึง 2 ล้านคันต่อปี

Honda (ฮอนด้า) ที่มีส่วนแบ่งยอดจำหน่ายรถยนต์ในตลาดโลกลดลงไป ได้เปิดเผยให้เห็นถึงตัวเลขผลการดำเนินงาน โดยเฉพาะในส่วนของผลกำไรที่ลดลงไป 1.7% ซึ่งถือเป็นสถานการณ์ที่ไม่สู้ดีนัก ของค่ายรถแดนปลาดิบ

ชิปขาด-ตลาดจีนปิด ส่งผลให้ตลาดไม่ขยายตัว

แน่นอนว่าฮอนด้าเป็นหนึ่งในผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากการขาดแคลนเซมิคอนดัคเตอร์สำหรับการผลิตรถยนต์ทั่วโลก ซึ่งส่งผลต่อการผลิตและการส่งมอบรถยนต์ให้กับลูกค้า ในขณะเดียวกัน พวกเขาก็ประสบปัญหาในการทำตลาดขนาดใหญ่อย่างตลาดประเทศจีน ที่มีข้อกำหนดมากมายที่เกิดขึ้นในช่วงของการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่า จนเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ยอดจำหน่ายรถยนต์ของฮอนด้าหดตัวไปในช่วงปีงบประมาณที่ผ่านมา ทำให้พวกเขาเสียส่วนแบ่งตลาดโลกไปไม่น้อย

อ่านเพิ่มเติม: ชมคันจริง e:NS1 ว่าที่ EV รุ่นแรกจาก Honda เตรียมขายไทย

Honda (ฮอนด้า) ที่มีส่วนแบ่งยอดจำหน่ายรถยนต์ในตลาดโลกลดลงไป ได้เปิดเผยให้เห็นถึงตัวเลขผลการดำเนินงาน โดยเฉพาะในส่วนของผลกำไรที่ลดลงไป 1.7% ซึ่งถือเป็นสถานการณ์ที่ไม่สู้ดีนัก ของค่ายรถแดนปลาดิบ

ลงทุนด้านวิจัยเพิ่ม แถมเงินเยนอ่อนไม่หยุด

อีกปัจจัยที่ส่งผลต่อผลประกอบการโดยรวมของฮอนด้า ก็คือการที่บริษัทนั้นยังเดินหน้าทำวิจัยและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเรื่องของผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ที่เตรียมการสำหรับการเปิดตัวในอนาคต ขณะที่การอ่อนตัวของค่าเงินเยน อย่างเช่นในประเทศไทยที่เห็นตัวเลขระดับ 1 เยนต่อ 0.25 บาทมาแล้ว ก็ทำให้ฮอนด้าไม่สามารถรักษาระดับของผลกำไรจากตลาดส่งออกได้ เพราะเมื่อแปรกลับไปเป็นเงินเยน ก็จะพบว่ามีผลประกอบการที่น้อยลงไปโดยอัตโนมัติ ถือว่าเป็นเรื่องที่เข้ามาซ้ำเติมบริษัทอย่างต่อเนื่อง

อ่านเพิ่มเติม: Toyota มา 5 Tesla มาอีก 2 เปิดลิสต์ท็อป 10 รถยนต์ขายดีที่สุดในโลกปี 2565

Honda (ฮอนด้า) ที่มีส่วนแบ่งยอดจำหน่ายรถยนต์ในตลาดโลกลดลงไป ได้เปิดเผยให้เห็นถึงตัวเลขผลการดำเนินงาน โดยเฉพาะในส่วนของผลกำไรที่ลดลงไป 1.7% ซึ่งถือเป็นสถานการณ์ที่ไม่สู้ดีนัก ของค่ายรถแดนปลาดิบ

เตรียมมุ่งหน้าตลาดอีวีเต็มรูปแบบในอนาคต

ก่อนหน้านี้ โทชิฮิโระ มิเบะ ประธานกรรมการ Honda Motor ออกมาระบุว่าฮอนด้าจะเดินหน้าผลักดันนโยบายรถยนต์ไฟฟ้าทั่วโลก โดยจะมีการเปิดตัวแพลตฟอร์มใหม่ล่าสุดในปี 2568 รวมถึงการยกระดับการลงทุนและแสวงหาหุ้นส่วนกับบริษัทอื่น ๆ เพื่อขับเคลื่อนรถยนต์ไฟฟ้า โดยมีเป้าหมายที่จะผลิตรถยนต์ให้ได้ถึง 2 ล้านคันภายในปี 2573 และจะขายรถยนต์ที่เป็นไฟฟ้า 100% หรือไฮโดรเจนฟิวเซลล์เท่านั้นภายในปี 2583 โดยบางประเทศที่ต้องการมาก อย่างประเทศจีน ก็จะเร่งเปิดรถใหม่อีก 3 รุ่นในปีนี้

รอดูกันได้เลยว่าจะเป็นการพลิกโฉมบริษัทอีกครั้งหรือไม่ เร็ว ๆ นี้…

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...