โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ถ้าไม่รักก็ไม่ทำแบบนี้หรอก! เมื่ออีกฝ่ายหวังดีมากเกินไป จนทำให้เราอึดอัดใจไม่รู้ตัว

Mission To The Moon

เผยแพร่ 19 พ.ค. 2566 เวลา 12.00 น. • Mission To The Moon Media

“ถ้าไม่รัก ไม่หวังดี ก็ไม่ทำแบบนี้หรอก!”
.
เชื่อว่าหลายคนอาจจะเคยเจอคำพูดในรูปแบบคล้ายกันนี้จากคนที่รักกันมาบ้าง ไม่ว่าจะเป็นครอบครัว เพื่อน คนรัก หรือแม้กระทั่งเพื่อนร่วมงาน ซึ่งคนที่ใช้คำพูดนี้มักจะคิดว่าสิ่งที่ตัวเองทำลงไปเป็นสิ่งที่ดีต่อตัวเราเอง เช่น พ่อแม่บังคับให้ลูกเลือกเส้นทางชีวิตตามที่เขากำหนดไว้ หรือแฟนที่ชอบมาบงการชีวิต ด้วยเหตุผลว่า เป็นห่วงและหวังดี
.
แต่ในบางครั้งความหวังดีที่มีมากจนเกินไป กลับกลายเป็นหอกที่ทิ่มแทงเรา โดยที่ผู้กระทำไม่เคยรู้เลยว่าสิ่งที่เขาทำมันสร้างความเจ็บปวดให้กับตัวเราและในบางครั้งสิ่งที่อยู่ในใจของผู้ที่ถูกกระทำก็อาจระเบิดออกมาในสักวันหนึ่ง จนสุดท้ายก็กลายเป็นตัวทำลายความสัมพันธ์อันดีลง เพราะถึงแม้จะเข้าใจว่าอีกฝ่ายหวังดี แต่แน่นอนว่าใจของเราไม่สามารถทานทนต่อความอึดอัดนี้ได้ตลอดไป
.
การกำหนด “ขอบเขต” จึงเป็นเรื่องที่สำคัญเป็นอย่างมาก เพราะหากไม่มีขอบเขต เราก็อาจเสียสมดุลระหว่างความต้องการของตัวเองและความต้องการของคนอื่น จนก่อเกิดเป็นความทุกข์ในใจได้ การขีดเส้นรอบตัวให้ชัดเจนจะช่วยให้อีกฝ่ายรู้ว่าตัวเองควรทำอะไรและทำได้มากแค่ไหน และแน่นอนว่าเมื่อความสัมพันธ์ในชีวิตของเรามีหลายรูปแบบ ดังนั้นแล้วขอบเขตก็มีหลายประเภทเช่นกัน
.
ก่อนอื่นเรามาเริ่มเรียนรู้กันว่า การมีขอบเขตความสัมพันธ์ที่ดีมีหน้าตาเป็นแบบไหน
.
.
ขอบเขตที่ดีคือการมีพื้นที่ให้กัน
.
ถ้าถามว่าการมีขอบเขตที่ดีสำคัญอย่างไร ก็คงต้องบอกว่ามันจะช่วยสร้างความเคารพซึ่งกันและกัน เพราะการกำหนดขอบเขตช่วยให้เราและอีกฝ่ายรู้ว่า แต่ละคนคาดหวังอะไรในความสัมพันธ์นี้ ซึ่งอย่างที่กล่าวไปข้างต้นว่าในแต่ละความสัมพันธ์จะมีการกำหนดขอบเขตที่แตกต่างกันออกไป เพราะโดยปกติแล้วเรามักจะปฏิบัติและมีปฏิสัมพันธ์กับเพื่อน เพื่อนร่วมงาน ครอบครัว และคนรัก แตกต่างกันออกไปอยู่แล้ว เช่น เราอาจจะแยกบัญชีใช้จ่ายกับแฟน แต่กับพ่อแม่ไม่ใช่ เป็นต้น
.
นอกจากนี้ ในเรื่องการแสดงอารมณ์ก็ยังแตกต่างกันออกไป เช่น เรามักจะแสดงอารมณ์หลายๆ อย่างกับคนในครอบครัว แต่กับเพื่อนร่วมงานเราจะระงับอารมณ์บางอย่างไว้ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหายุ่งยากในอนาคต แต่ไม่ว่าจะเป็นความสัมพันธ์รูปแบบไหน เราก็ต้องเคารพขอบเขตที่มีอยู่ ต่างคนต่างต้องให้พื้นที่ซึ่งกันและกัน
.
ตัวอย่างของการมีขอบเขตความสัมพันธ์ที่ดีเช่น
[ ] ถามความเห็นชอบกันเสมอ
[ ] แสดงความรู้สึกขอบคุณให้กัน
[ ] คำนึงถึงความรู้สึกของอีกฝ่าย
[ ] ให้พื้นที่อิสระและไม่พึ่งพาอาศัยกันมากเกินไป
[ ] เคารพในความแตกต่างทางความคิด มุมมอง และความรู้สึก
.
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าการกำหนดขอบเขตจะสำคัญ แต่เราก็ต้องรู้จัก “ความพอดี” เพราะถ้าเราตั้งขอบเขตแบบเข้มงวดเกินไป ก็อาจทำให้คนรอบข้างรู้สึกว่าเราเข้าถึงยากและค่อยๆ ห่างกันออกไปก็ได้ เช่น การใช้ความเข้มงวดของตัวเองเพื่อไม่ให้อีกฝ่ายพูดความต้องการและความรู้สึกของตัวเองออกมา หรือบางคนก็อาจจะตั้งขอบเขตไว้แบบหลวมๆ เกินไป จนบางครั้งก็ทำให้ลำบากตัวเอง เช่น ไม่กล้าปฏิเสธอีกฝ่ายทั้งๆ ที่ใจก็ไม่ได้อยากทำตามที่เขาต้องการ
.
.
2 วิธีสร้างขอบเขตความสุขให้ตัวเอง
.
เมื่อเราเริ่มรู้สึกแล้วว่ามีคนหวังดีมากเกินไปจนกลายเป็นล้ำเส้นและทำให้เราอึดอัด ก็ถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องตีกรอบและขีดเส้นรอบตัวให้ชัด มาดูกันว่าเราจะสร้างขอบเขตในความสัมพันธ์ได้อย่างไร
.
1. ทำความเข้าใจว่าเราต้องการอะไรในความสัมพันธ์นั้นๆ
.
ถ้าเราไม่รู้ตัวว่าตัวเองต้องการอะไร ก็คงเป็นเรื่องยากที่จะให้คนอื่นมาเข้าใจและตอบสนองความต้องการของเรา เพราะฉะนั้นสิ่งแรกที่เราควรทำคือ ให้ลองคิดและพิจารณาดูว่าอะไรคือค่านิยมและความเชื่อของเรา โดยเราสามารถทำได้ด้วยการพูดคุยกับตัวเองเยอะๆ เช่น ถามคำถามตัวเองว่า ชอบคนนิสัยแบบไหนในแต่ละความสัมพันธ์ พฤติกรรมแบบไหนที่รู้สึกว่ากวนใจตัวเอง และอะไรที่ทำให้รู้สึกเติมเต็ม
.
พอเราเข้าใจความต้องการของตัวเองมากขึ้นแล้ว เราก็จะเริ่มรู้ว่าอยากให้แต่ละความสัมพันธ์มีขอบเขตแบบไหน สมมติว่าเราให้ความสำคัญกับความเป็นส่วนตัวสูง เราก็อาจจะกำหนดขอบเขตกับแฟน พ่อแม่ หรือเพื่อนร่วมงาน ในเรื่องพื้นที่ส่วนตัว
.
2. พูดคุยกับอีกฝ่ายตรงๆ ว่าเราต้องการอะไร
.
เมื่อเรารู้ความต้องการของตัวเองแล้ว เราก็ต้องทำความเข้าใจความต้องการของคนอื่นด้วย แล้วค่อยๆ ช่วยกันหาจุดตรงกลางระหว่างสองคน ซึ่งการจะทำแบบนั้นได้เราต้องมีการพูดคุยสื่อสารกันและจะต้องเป็นการพูดคุยที่มีความสุขภาพ ไม่เร่งรีบ และไม่คลุมเครือ ไม่เช่นนั้นอีกฝ่ายอาจจะไม่เข้าใจและไม่เคารพกฎเกณฑ์ที่เราตั้งขึ้น โดยเราสามารถเริ่มลงมือทำได้ด้วยวิธีต่อไปนี้
[ ] เตรียมตัว : หากกังวลและไม่รู้ว่าควรเริ่มพูดกับอีกฝ่ายเรื่องใดก่อนดี ให้ลองเขียนประเด็นที่เราอยากพูดออกมาเป็นข้อๆ เพื่อจัดเรียงความคิดให้เป็นระเบียบและมีความชัดเจน
[ ] ใช้คำพูดที่เป็นมิตรกับอีกฝ่าย : ใช้ I Statement หรือการพูดโดยอิงความรู้สึกผู้พูดเป็นหลัก หลีกเลี่ยงการขึ้นต้นประโยคด้วยคำว่า เธอ คุณ หรือคำเรียกอื่นๆ ในเชิงคล้ายกัน เพราะมันอาจทำให้ดูเหมือนว่าเรากำลังกล่าวหาอีกฝ่ายอยู่ ให้ขึ้นต้นประโยคด้วยคำที่สื่อถึงตัวเราแทน เช่น ผมรู้สึกว่าตอนนี้เราไม่มีพื้นที่ตรงกลางให้กันเลย
[ ] มีความชัดเจน : เมื่อพูดคำขออะไรสักอย่าง อย่าพูดแบบคลุมเครือ เช่น อย่าบอกแค่ว่าต้องการพื้นที่ส่วนตัวมากกว่านี้ แต่ให้บอกออกไปเลยว่าเรื่องไหนที่ทำให้ไม่สบายใจและต้องการให้เขาแก้ไขอย่างไร
.
เมื่อเรามีขอบเขตระหว่างกัน ก็เป็นไปได้ว่าไม่ใช่ทุกคนที่จะสามารถปฏิบัติตามสิ่งที่เราตั้งไว้ได้ตลอดเวลา เมื่อเป็นเช่นนั้นเราก็ต้องย้ำถึงความต้องการของเราอีกครั้ง เพราะอีกฝ่ายอาจจะแค่ลืม เราต้องใจเย็น มีความหนักแน่น และชัดเจนในสิ่งที่ตัวเองต้องการ
.
ไม่ว่าจะเป็นเพื่อน ครอบครัว คนรัก เพื่อนร่วมงาน หรือคนอื่นๆ เมื่อเราต้องใช้เวลาส่วนหนึ่งของชีวิตร่วมกัน เราก็ต้องเรียนรู้ที่จะเคารพขอบเขตของคนอื่นและให้พื้นที่ตรงกลางแก่กันบ้าง เพราะสุดท้ายแล้วมันจะทำให้เราใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันได้อย่างสงบสุข
.
.
อ้างอิง
- Setting Healthy Boundaries in Relationships : Sheldon Reid, HelpGuide.org - https://bit.ly/3LRrK6Z
- How building healthy boundaries is the key to work relationships : Shonna Waters, PhD, BetterUp - https://bit.ly/3LUoDLF
- How to Set Boundaries in Your Relationships : PsychCentral - https://bit.ly/3LMzas8
.
.
#selfdevelopment
#missiontothemoon
#missiontothemoonpodcast

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...