โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ดัน Mandala บุกตลาดโลก อัพสเกลธุรกิจสู่เทค “ยูนิคอร์น”

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 07 มิ.ย. 2566 เวลา 08.58 น. • เผยแพร่ 07 มิ.ย. 2566 เวลา 08.58 น.

ปริมาณข้อมูลจำนวนมหาศาลในโลกโซเชียลที่เพิ่มขึ้นอย่างไม่หยุดหย่อน ทำให้บริษัทต่าง ๆ ที่จะนำ “ข้อมูล” มาใช้ประโยชน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพจำเป็นต้องมีเครื่องไม้เครื่องมือที่มีประสิทธิภาพมาช่วยวิเคราะห์ แยกแยะ และบริหารจัดการข้อมูลเหล่านั้นด้วย

mandala analytics AI เป็นหนึ่งในประเภทเครื่องมือ social listening analytics ที่พัฒนาขึ้นโดยบริษัท โอเชี่ยน สกาย เน็ตเวิร์ค จำกัด (Ocean Sky Network) เทคสตาร์ตอัพสัญชาติไทย ภายใต้การบริหารงานของ “เอกลักษณ์ ยิ้มวิไล” ผู้ก่อตั้ง และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร

และเป็นหนึ่งในบริษัทไทยที่กระโดดเข้าสู่ธุรกิจนี้พร้อมกับเป้าหมายที่ไม่ธรรมดา ทั้งการวางแผนขยายตลาดไปทั่วโลก การสเกลอัพสู่เทคสตาร์ตอัพ “ยูนิคอร์น” และแผนระดมทุนในตลาดทุนไทย และในสหรัฐอเมริกา (dual list)

อะไรอยู่เบื้องหลังแนวคิดและความเชื่อมั่นนั้น “ประชาชาติธุรกิจ” มีคำตอบ

เทรนด์การใช้เอไอ-บิ๊กดาต้า

“เอกลักษณ์” กล่าวว่าก่อนหน้านี้ใคร ๆ ก็พูดถึง “บิ๊กดาต้า” และให้ความสำคัญกับการนำข้อมูลที่เกิดขึ้นในโลกดิจิทัลมาใช้ในหลายมิติ แต่มีปัญหาเกิดขึ้นตามมาจากข้อมูลที่มีมากจนล้นเกิน ทำให้ไม่สามารถแยกแยะและนำข้อมูลไปใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

“เมื่อจะแก้ไขปัญหาอะไร เรามักจะหวนกลับไปหาประสบการณ์ส่วนบุคคล ใช้ความรู้สึกและอคติในการตัดสินใจ ขณะที่การจะว่าจ้างบริษัทวิจัย หรือเอาต์ซอร์ซต่าง ๆ ให้เข้ามารับผิดชอบด้านข้อมูลก็แพงเกินไป จากช่องว่างตรงนี้เราจึงพัฒนา mandala ขึ้นมาเป็นเครื่องมือช่วยจำแนกข้อมูล ทำให้ผู้ใช้บริการเข้าถึงความต้องการของผู้บริโภคบนโลกออนไลน์ได้ ไม่ว่าจะเป็นคนทำคอนเทนต์ คนออกแบบผลิตภัณฑ์ หรือจะใช้กำหนดนโยบาย และกลยุทธ์ของบริษัท เป็นต้น”

อย่างไรก็ตาม ยุคของบิ๊กดาต้าเลยจุดพีกมาแล้ว และกำลังเข้าสู่ยุคของเอไอ หรือเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (artificial intelligence : AI) ซึ่งปัจจุบันได้รับความสนใจ และมีบทบาทอย่างมาก จากความสามารถในการประมวลผลข้อมูลได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

โดยมีการคาดการณ์ว่าการใช้งานเอไอในตลาดทั่วโลกจะเติบโตถึงปีละ 37.3% (ระหว่างปี 2022-2030) และมีโอกาสเข้ามาทำงานแทนคนกว่า 400 ล้านคนทั่วโลก และจะมีตำแหน่งงานเกิดใหม่อีกราว 97 ล้านตำแหน่ง ที่มีศักยภาพทำงานร่วมกับเอไอ

“บริษัทเราในฐานะผู้ที่ทำเครื่องมือ mandala analytics วิเคราะห์บิ๊กดาต้าก็จะต้องมีเอไอเป็นตัวขับเคลื่อนเป็น mandala AI โดยบริการต่าง ๆ ทั้งหมดที่เรามีจะเชื่อมต่อฐานข้อมูลบิ๊กดาต้ากับทั้ง Meta, Google และอื่น ๆ ทำให้สามารถใช้ความสามารถของเอไอมาพัฒนาผลิตภัณฑ์ของเราต่อไปได้”

แผนบนกระดาษ A3 สู่ตลาดโลก

“เอกลักษณ์” เล่าย้อนถึงจุดเริ่มต้นของบริษัทว่า เกิดขึ้นเมื่อ 5 ปีก่อน ที่สร้างขึ้นมาจากไอเดียที่เขาเขียนบนกระดาษ A3 และทุนก้อนแรกที่ได้มาจากการยืมเงินมารดา และการขายมอเตอร์ไซค์คันโปรดของเขา

“จากอัลกอริทึ่มที่เขียนบนกระดาษ A3 เป็นเวลากว่า 4 ปีที่เราทุ่มเทพัฒนา mandala ขึ้นมา ผมต้องเขียนจดหมายถึงกูเกิล และ Meta เพื่อขอเชื่อมต่อระบบกับฐานข้อมูลของเขา จากวันที่มีทีมงาน 5 คน วันนี้เรามีพนักงาน 60 กว่าคน และผลิตภัณฑ์ด้านการวิเคราะห์ข้อมูลต่าง ๆ ที่ล้วนแล้วแต่สามารถใช้ศักยภาพของเทคโนโลยี AI ทำให้เครื่องมือเหล่านี้กลายเป็น mandala AI และพร้อมที่จะเปลี่ยนตัวเองไปสู่บริษัทเอไออย่างสมบูรณ์”

สาเหตุที่เพิ่งจัดงานเปิดตัวบริษัท Ocean Sky Network อย่างเป็นทางการเมื่อต้นเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา เนื่องจากเห็นว่าบริษัทผ่านช่วงเวลาในการสร้างระบบและเครื่องมือต่าง ๆ ไว้อย่างครอบคลุม ไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์ mandala AI ที่มีทั้งระบบ data analytics, CRM, social listening, CPD platform และอื่น ๆ

ซึ่งเป็น software as a services (SaaS) หรือการพัฒนา seed engine ที่เน้นการวิเคราะห์บิ๊กดาต้า เป็นเสิร์ชเอ็นจิ้น ระบบประเมินความเสี่ยง และเรตติ้ง ซึ่งจะช่วยในการตัดสินใจได้ และการพัฒนา paradigm engine ในฐานะ platform as a service ที่ช่วยให้นักพัฒนามีเทรนโมเดลเอไอได้ เป็นต้น

จากผลิตภัณฑ์พื้นฐานทั้งหมดที่มีสามารถให้บริการได้ครอบคลุมทั้งผู้ใช้งานทั่วไปที่สามารถ subscription เพื่อใช้เครื่องมือวิเคราะห์ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นนักสร้างคอนเทนต์ นักการตลาด หรือนักพัฒนาธุรกิจ และพร้อมที่จะขยายบริการออกไปทำตลาดทั่วโลกได้ด้วย

“ในการทำตลาดองค์กร พื้นที่แรกที่ขยายไปจะเป็นโซนอเมริกา และละตินอเมริกา จริง ๆ เรามีลูกค้าอยู่ทั่วโลกอยู่แล้ว ล่าสุดกำลังเจราจากับลูกค้าชาวอิหร่านที่จะนำระบบไปใช้ในซาอุดีอาระเบีย”

สิ่งเหล่านี้สะท้อนว่าการทำธุรกิไม่มีเส้นพรมแดนแล้ว จึงต้องมองออกไปที่ตลาดโลก ไม่จำกัดแค่ในประเทศไทย

“เทคโนโลยีของเราจะเป็นความภาคภูมิใจของคนไทยที่มีคนทั่วโลกใช้งาน ซึ่งเครื่องมือด้านการวิเคราะห์ภาษา และประมวลผลจากเอไอ สามารถวิเคราะห์ภาษาได้ทั่วโลก และมีความแม่นยำสูง จึงสามารถสเกลไปได้อีกมาก”

AI เพิ่มโอกาสเสริมแกร่งธุรกิจ

“เอกลักษณ์” กล่าวว่า ปัจจุบัน mandala มีการใช้งานอย่างกว้างขวาง เพื่อใช้หาอินไซต์ของลูกค้า อันนำไปสู่การออกแบบผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ หากพ่วงความสามารถใหม่ ๆ ของเอไอเข้าไปได้ก็จะเจาะข้อมูลเชิงลึกได้ การนำไปใช้ก็จะมีประสิทธิภาพมากขึ้น ตัวอย่างเช่น การเจาะเรื่องสีผลิตภัณฑ์ ซึ่งข้อมูลจากบิ๊กดาต้าสามารถระบุถึงความนิยมในสีของผลิตภัณฑ์ที่ได้รับความนิยมในแต่ละสาขา ทำให้ผู้ประกอบการสต๊อกสินค้าตามความนิยมและตามที่คาดว่าจะขายได้หมด ลดปัญหาสินค้าค้างสต๊อกได้

และด้วยฟีเจอร์การวิเคราะห์คู่สี หรือโทนสีที่พูดถึงในโซเชียลมีเดียจะทำให้เห็นกลุ่มลูกค้า ความนิยม และแนวโน้มที่ผลิตภัณฑ์นั้น ๆ จะโดนใจผู้บริโภค นำไปสู่การออกแบบสีสันผลิตภัณฑ์ให้ตรงตามความต้องการของตลาดได้และในอนาคต mandala AI จะวิเคราะห์ใบหน้าและอารมณ์ผู้คนบนโลกออนไลน์ได้ จากฐานข้อมูลที่เชื่อมต่อกับ Meta และ Google

ทั้งมีฟีเจอร์สแกนข้อความจากวิดีโอที่ค้นหาคำพูดจากวิดีโอคลิปได้อย่างละเอียด จนถึงวินาทีที่มีคำพูดนั้น ๆ ปรากฏบนวิดีโอ รวมถึงสร้างและตกแต่ง “ภาพ” จากคำสั่งด้วยพลังของโมเดลภาษาอย่าง GPT

“เราจะเชื่อมต่อผลิตภัณฑ์ของเรากับฐานข้อมูล open AI ให้เป็น mandala GPT ทำให้สามารถสร้างข้อความและคอนเทนต์ รวมถึงเขียนโค้ดได้”

ลุยระดมทุนในไทย-แนสแดค

“เอกลักษณ์” กล่าวด้วยว่า บริษัทเพิ่งประสบความสำเร็จในการระดมทุนรอบแรกกับกลุ่มนักลงทุน เป็นจำนวนเงินราว 150 ล้านบาท แลกกับสัดส่วนการถือหุ้นในบริษัทราว 2.1% คาดว่าบริษัทจะนำเงินที่ได้ไปใช้ในการพัฒนาบริการและขยายตลาดในต่างประเทศ

“เรามีเป้าหมายก้าวไปสู่การเป็น 1 ใน 10 ผู้ให้บริการซอฟต์แวร์วิเคราะห์ข้อมูล การตลาด และ AI ระดับโลก ในฐานะเทคสตาร์ตอัพยูนิคอร์นสัญชาติไทยภายในปี 2568 และวางแผนนำบริษัทระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ฯทั้งในไทย และใน Nasdaq ของอเมริกา

ล่าสุดเพิ่งแต่งตั้งบริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอเป็นที่ปรึกษาการเงิน ที่ผ่านมามีลูกค้าใช้บริการของบริษัทมากว่า 4 ปีแล้ว จึงมองว่าการ สเกลอัพจะทำให้บริษัทก้าวสู่การเป็นเทคยูนิคอร์นได้ตามเป้าที่วางไว้”

แม่ทัพ Ocean Sky Network ทิ้งท้ายว่า จะผลักดันบริษัทให้เข้าไปจดทะเบียนในทั้งสองตลาดให้ได้ โดยจะเริ่มที่ประเทศไทยก่อน เพื่อให้เป็นความภาคภูมิใจว่าบริษัทไทยสามารถไปบุกตลาดทั่วโลกได้ไม่แพ้ใคร

สตาร์ตอัพลูกครึ่งไทยญี่ปุ่น Opn เป้าหมายที่มากกว่า “ยูนิคอร์น”

โมเดล “ยูนิคอร์น” ถึงจุดเปลี่ยน ? เมื่อ “กำไร” สำคัญกว่าการเติบโต

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...