โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

SMEs-การเกษตร

หนุ่มชุมพร ต่อยอดความชอบเป็นอาชีพ สู่เจ้าของฟาร์มสุนัขอเมริกันพิทบูล

เทคโนโลยีชาวบ้าน

อัพเดต 03 พ.ค. 2565 เวลา 06.45 น. • เผยแพร่ 03 พ.ค. 2565 เวลา 21.00 น.

เพราะความชอบสุนัขสายพันธุ์อเมริกันพิทบูลมาตั้งแต่เรียนมหาวิทยาลัย จึงเป็นจุดเริ่มต้นให้ คุณปิยะวัฒน์ ลิ้มสุวรรณ เจ้าของฟาร์ม Pitbull krom luang หนุ่มวัย 24 ปี จังหวัดชุมพร ซื้อสุนัขสายพันธุ์นี้มาเลี้ยง ตั้งแต่เรียนอยู่ชั้นปีที่ 2 สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง วิทยาเขตชุมพร หลังจากเรียนจบจึงนำความชอบมาสร้างอาชีพ เปิดฟาร์มเลี้ยงสุนัขแบบจริงจังตามที่ใจต้องการ

เมื่อเรียนจบจึงทำการหาข้อมูลการเลี้ยงสุนัขสายพันธุ์อเมริกันพิทบูลอย่างจริงจัง ตระเวนเดินทางไปยังพื้นที่ที่มีการจัดประกวดสุนัขสายพันธุ์นี้ทั่วทุกภาค ทุกครั้งที่ได้เห็นและได้สัมผัสบรรยากาศการแข่งขัน ยิ่งเกิดความหลงใหลในเสน่ห์ของสุนัขสายพันธุ์อเมริกันพิทบูล จึงเริ่มนำแม่พันธุ์ที่มีอยู่ไปผสมพันธุ์กับพ่อพันธุ์ที่มีชื่อเสียง เพราะอยากได้ลูกสุนัขที่มีลักษณะของสี รูปลักษณ์สวยงามตามต้องการ

แต่แล้วสิ่งที่คิดกับสิ่งที่เกิดขึ้นก็มีผลลัพธ์ตรงกันข้าม การผสมพันธุ์สุนัขครั้งแรกไม่สำเร็จ ทำให้คุณปิยะวัฒน์ต้องทำการบ้านหนักอีกเท่าตัว ศึกษาหาข้อมูลถึงจุดบกพร่องที่เกิดขึ้น หลังจากนั้นจึงเริ่มทำการผสมพันธุ์สุนัขอยู่เรื่อยๆ จนได้ผลลัพธ์เกินที่คาดหวัง จึงสร้างฟาร์มสุนัขแบบมาตรฐาน มีการจดสิทธิบัตรแบบถูกต้อง

2 ปีเต็มกับการเพาะพันธุ์สุนัขสายพันธุ์อเมริกันพิทบูล สร้างรายได้จนเป็นที่น่าพอใจ ทั้งการลองผิดลองถูกจากตนเองและจากคำแนะนำ ประสบการณ์ของคนในวงการเลี้ยงสุนัขสายพันธุ์นี้ จึงพบกับช่องทางการเพาะพันธุ์สุนัขส่งออกขายไปยังตลาดประเทศเพื่อนบ้านและการพัฒนาสายพันธุ์ของสุนัขสายพันธุ์อเมริกันพิทบูล

หากพูดถึงสุนัขสายพันธุ์อเมริกันพิทบูล ผู้คนมักหวาดกลัวเพราะเห็นจากข่าวการทำร้ายเจ้าของที่เกิดขึ้น ด้านคุณปิยะวัฒน์ ให้ข้อมูลว่า สุนัขมีนิสัยดุร้ายและกัดคน อาจเกิดจากสาเหตุการทำการผสมแบบเลือดชิด หรือ In Breeding เป็นการผสมพันธุ์สุนัขที่มีสายเลือดชิดกันหรือสายเลือดเดียวกัน ได้แก่ พ่อผสมลูกสาว แม่ผสมลูกชาย หรือพี่น้องท้องเดียวกันผสมกันเอง เป็นต้น ซึ่งจะทำให้สุนัขเกิดความผิดปกติ ถ้าดุร้ายคือดุร้ายมาก ถ้าไม่ดุคือไม่ดุเลย

“สุนัขสายพันธุ์อเมริกันพิทบูลนั้นมีมานานแล้ว ประเทศไทยเป็นผู้นำสุนัขสายพันธุ์นี้ในเอเชีย นำเข้ามาจากประเทศทางโซนยุโรป มีการเพาะพันธุ์ส่งออกขายไปยังประเทศเพื่อนบ้าน เช่น เมียนมา เวียดนาม ลาว มาเลเซีย เป็นต้น ด้วยลักษณะรูปร่างที่ใหญ่ กำยำ แข็งแรง กล้าหาญ มีแรงขับเคลื่อนเยอะ คนจึงนิยมเลี้ยงเพื่อส่งเข้าประกวด ราคาสุนัขสายพันธุ์อเมริกันพิทบูลจะเริ่มต้นที่หลักหมื่นจนถึงหลักแสน ซึ่งราคาของลูกสุนัขจะแตกต่างกันเมื่อมีการผสมพันธุ์จากพ่อแม่สุนัขที่มีชื่อเสียงและลักษณะของสี”

คุณปิยะวัฒน์ บอกด้วยว่า การเพาะพันธุ์สุนัขสายพันธุ์อเมริกันพิทบูลนั้นมีความเสี่ยงสูง หากไม่มีความรู้และประสบการณ์ที่มากพอ มีโอกาสจะที่พบกับปัญหาการผสมพันธุ์ไม่ติดหรือติดแล้วแท้งลูก ซึ่งอาจจะเกิดจากพยาธิเม็ดเลือดแฝงตัวในสุนัขสายพันธุ์นี้ จึงจำเป็นต้องตรวจทุกครั้งก่อนการผสมพันธุ์

ปัจจุบันทางฟาร์มมีแม่พันธุ์ทั้งหมด 7 ตัว แม่พันธุ์จะให้ลูกเต็มที่ปีละ 2 ครั้ง ขึ้นอยู่กับความพร้อมและความแข็งแรงของแม่พันธุ์ สุนัขสายพันธุ์อเมริกันพิทบูลที่เหมาะสำหรับเป็นแม่พันธุ์นั้น ต้องมีอายุ 1 ปีขึ้นไป และดูที่ฮีตหรือรอบการมีประจำเดือนในช่วง 4-6 เดือน จะมี 1 ครั้ง ครั้งละ 7 วัน ซึ่งเป็นสัญญาณที่บ่งบอกถึงความพร้อมในการผสมพันธุ์ หลังจากฮีตหรือประจำเดือนหายไป สามารถผสมพันธุ์ได้ทันที โดยจะมีการผสมพันธุ์แบบธรรมชาติและผสมพันธุ์เทียม มีการคัดเลือกพ่อพันธุ์ที่มีชื่อเสียง เพราะจะเป็นตัวชี้วัดถึงเกรดราคาลูกสุนัขที่เกิดมา

สำหรับเกรดลูกสุนัขสามารถแบ่งแยกได้ 2 ระดับ คือ เกรดธรรมดา เป็นการผสมพันธุ์แม่พันธุ์และพ่อพันธุ์ในราคาที่ไม่สูงมาก ประมาณ 10,000 บาทต่อครั้ง ลูกสุนัขที่ออกมาจะขายอยู่ในราคา 10,000-20,000 บาท ตามราคาของค่าน้ำเชื้อที่ผสมพันธุ์ และเกรดพรีเมี่ยมคือการผสมพันธุ์แม่พันธุ์และพ่อพันธุ์ในราคาที่สูง ประมาณ 50,000-70,000 บาทต่อครั้ง ลูกสุนัขที่ออกมาจะขายอยู่ที่ราคา 30,000-70,000 บาท ราคาจะถูกหรือแพงขึ้นอยู่กับสีและลักษณะที่ต้องการจากพ่อพันธุ์และแม่พันธุ์ ซึ่งสีที่มีความแพงที่สุดคือ สีเมอร์หรือลายหินอ่อน ราคาจะอยู่ที่ประมาณ 150,000 บาท

“เมื่อสุนัขสายพันธุ์อเมริกันพิทบูลเพศเมียที่ฟาร์มทำการผสมพันธุ์แล้ว จะตั้งท้องประมาณ 2 เดือน เมื่อคลอดลูกจะมีจำนวนอยู่ที่ 6-11 ตัว ส่วนมากแม่สุนัขจะคลอดเอง แต่ถ้าแม่สุนัขคลอดเองไม่ได้ จะต้องนำแม่สุนัขไปที่คลินิกเพื่อทำการผ่าคลอด ก่อนจะแยกแม่สุนัขและลูกสุนัขออกจากกันทันที เพราะสุนัขสายพันธุ์อเมริกันพิทบูลเพศเมียนั้นเลี้ยงลูกไม่เป็น อาจทับลูกสุนัขเสียชีวิตได้ ลูกสุนัขจะถูกแยกใส่กะละมังหรือตู้ที่มีคอกไฟ เพื่อเป็นการสร้างความอบอุ่นแก่ลูกสุนัข และจะนำลูกสุนัขดูดน้ำนมจากเต้าแม่สุนัขทุกๆ 2 ชั่วโมงในช่วง 7 วันแรก หลังจากนั้นจะเปลี่ยนเป็นทุกๆ 3-4 ชั่วโมง จนถึงอายุ 20 วัน แต่หากน้ำนมของแม่สุนัขไม่พอหรือเป็นพิษจะมีการชงเป็นนมเสริมพิเศษแบบผงและป้อนแทน ซึ่งจะใช้นมประมาณ 3 ถัง ถังละประมาณ 2,400 บาท และจำเป็นต้องดูแล 24 ชั่วโมง จนลูกสุนัขอายุได้ 20 วัน”

เมื่อลูกสุนัขเริ่มกิน วิ่ง และลืมตา สามารถดูแลตัวเองได้บ้างแล้ว จะทำการแยกไปยังคอกอนุบาล เมื่ออายุ 45 วันจะทำการฉีดวัคซีน และเริ่มตัดหูเพื่อให้หูตั้งตามลักษณะที่ต้องการ โดยหมอที่มีประสบการณ์โดยตรง หลังจากตัดหูแล้วจะมีการฉีดยาแก้อักเสบวันเว้นวัน และฉีดยารักษาแผลภายนอกทุกๆ วัน ถ้าแผลแห้งภายใน 1 อาทิตย์ สามารถตัดไหมได้ทันที และสามารถขายลูกสุนัขได้เมื่อมีอายุ 45 วันขึ้นไป

อาหารสำหรับสุนัขสายพันธุ์อเมริกันพิทบูลในแรกเกิดถึงช่วงอายุ 20 วันจะกินนมแม่สุนัขเป็นหลัก หลังจากนั้นจะกินเป็นอาหารเม็ดปั่นผสมกล้วย นม และช่วงหย่านมอายุประมาณ 1 เดือนนิดๆ จะให้กินเป็นอาหารบาร์ฟ อาหารสดแทน

“ปัญหาสุขภาพที่มักพบบ่อยในสุนัขสายพันธุ์อเมริกันพิทบูลคือ โรคพาร์โวหรือลำไส้อักเสบ มักจะเกิดขึ้นและพบบ่อยในลูกสุนัข โรคนี้สามารถติดต่อกันได้จากคนสู่สุนัข หรือติดจากสุนัขด้วยกันเอง ไม่ได้เกิดจากการกินกระดูก เพราะสุนัขสายพันธุ์นี้กินอาหารบาร์ฟ อาหารสดอยู่แล้ว หลังการขายทางฟาร์มมีประกันให้ 7 วัน จึงมั่นใจไร้กังวลหลังจากซื้อขายลูกสุนัขจากทางฟาร์มไปแล้ว”

สำหรับสภาพอากาศที่เหมาะสมในการเลี้ยงคืออากาศปกติ สุนัขสายพันธุ์อเมริกันพิทบูลสามารถทนความร้อนได้ดีในระดับหนึ่ง แต่ถ้าอากาศร้อนมาก ควรเปิดพัดลมคลายความร้อนให้สุนัข เพื่อป้องกันอาการฮีตสโตรกหรือโรคลมแดดนั่นเอง และควรนำสุนัขออกกำลังกาย เพื่อลดความเครียด ไม่ควรขังหรือล่ามตลอดเวลา เพราะอาจจะทำให้สุนัขกัดและดุ ซึ่งช่วงเวลาที่เหมาะสมควรอยู่ในช่วงที่อากาศไม่ร้อนจนเกินไป ควรอยู่ในช่วงเวลา 06.00-08.00 น. และช่วง 16.00-18.00 น.

ด้านพื้นที่ในการเลี้ยงดู ทางฟาร์มจะมีกรงเหล็กแบบคอกยกสูงกว้าง 1 เมตร ยาว 1.5 เมตร สูง 2 เมตร และควรจะมีพื้นที่กว้างในการพาสุนัขวิ่งออกกำลังกาย

คุณปิยะวัฒน์ แนะนำผู้ที่สนใจอยากจะเลี้ยงหรือเพาะพันธุ์สุนัขสายพันธุ์อเมริกันพิทบูลว่า ควรเริ่มต้นจากความชอบก่อนเป็นอันดับแรก จากนั้นตัดสินใจเลือกสีและลักษณะสุนัขสายพันธุ์นี้ที่ต้องการ ซึ่งจะแบ่งออกเป็น 2 ลักษณะ คือสุนัขอเมริกันพิทบูลแบนด๊อก ที่มีลักษณะกระบอกปากหน้ายาว น้ำหนักจะอยู่ที่ 50-105 กิโลกรัม หรือสุนัขอเมริกันพิทบูลบัฟด๊อก ที่มีลักษณะหน้าสั้น หัวใหญ่ ตัวเล็ก น้ำหนักตัวจะอยู่ที่ 30-50 กิโลกรัม ซึ่งก่อนจะเลือกซื้อผู้เลี้ยงมือใหม่ควรศึกษาข้อมูลด้านพฤติกรรมและลักษณะนิสัยสุนัขสายพันธุ์อเมริกันพิทบูลให้ละเอียดก่อน

คุณปิยะวัฒน์ เล่าว่า ตลาดของสุนัขต้องการสุนัขที่มีลักษณะและสีที่ดี พ่อพันธุ์ แม่พันธุ์ และสีจะเป็นตัวกำหนดราคาของลูกสุนัข อายุของลูกสุนัขจะอยู่ที่ 2 เดือนขึ้นไป ซึ่งราคาจะมีความถูกแพงแตกต่างกัน ราคาเริ่มต้นที่ฟาร์มจะอยู่ที่ 10,000-70,000 บาท ส่วนมากจะมีการซื้อขายกันในกลุ่มเฟซบุ๊กสุนัขอเมริกันพิทบูลทั้งประเทศไทยและต่างประเทศ มีกลุ่มผู้ติดตามหน้าเฟซบุ๊กที่ติดตามและเป็นลูกค้าประจำ

สำหรับท่านใดที่สนใจเลี้ยงสุนัขสายพันธุ์อเมริกันพิทบูล คุณปิยะวัฒน์ ลิ้มสุวรรณ ยินดีให้คำปรึกษา สามารถเข้าไปชมในเฟซบุ๊ก Yiw Piyawat หรือโทรศัพท์ได้ที่เบอร์ 093-123-0372

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...