โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

จับเรือประมงเมียนมา รุกล้ำน่านน้ำไทย

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 08 ก.พ. 2568 เวลา 20.07 น. • เผยแพร่ 08 ก.พ. 2568 เวลา 05.07 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

ระนอง 8 ก.พ.- ศรชล.ภาค 3 จับกุมเรือประมงเมียนมาพร้อมลูกเรือ 13 คน ขณะลักลอบนำเรือประมงจอดลอยลำในทะเลอาณาเขตของไทย บริเวณ จ.ระนอง ใกล้เกาะค้างคาว

กำลังทางเรือจากหน่วยเฉพาะกิจพื้นที่ตอนเหนือ ศรชล.ภาค 3 ร่วมกับเรือ ศรชล.4015 จาก ศูนย์ควบคุมความมั่นคงท่าเรือจังหวัดพังงาหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าทำการควบคุมเรือประมง สัญชาติเมียนมา พร้อมลูกเรือและกัปตันเรือ รวม 13 คน เข้ามาถึงยังท่าเทียบเรืออเนกประสงค์ จังหวัดระนอง

ก่อนหน้านี้ ศูนย์ควบคุมความมั่นคงท่าเรือจังหวัดพังงา ได้รับแจ้งข่าวสารจากเรือประมง ที่ทำการประมงอยู่ในพื้นที่ทางทะเลของพังงาเชื่อมต่อระนอง ว่า พบเรือประมงคาดว่าเป็นเรือประมงต่างชาติอยู่ในพื้นที่น่านน้ำไทย ศูนย์ปฏิบัติการ ศรชล.ภาค 3 จึงสั่งการให้ออก ตรวจสอบ เบื้องต้นพบเรือต้องสงสัย 2 ลำ จอดลอยลำอยู่ใกล้กันในน่านน้ำไทย พื้นที่ทะเลอาณาเขตของ จ.ระนอง ใกล้กับเกาะค้างคาว

เรือลำแรก มีกัปตันเรือ และลูกเรือ 9 คน สัญชาติเมียนมา ไม่มีเอกสารเข้าเมือง ส่วนอีกลำพบเป็นเรือประมงพื้นบ้าน มีลูกเรือเมียนมา 3 คน คนไทย 1 คน ภายในเรือยังพบน้ำมันดีเซล ขนาด 200 ลิตร 8 ถัง รวม 1,600 ลิตร จึงควบคุมตัวพร้อมของกลางทั้งหมดไว้ และแจ้งดำเนินคดี รวม 5 ข้อหา เช่น นำเรือรุกล้ำเข้ามาในราชอาณาจักรไทย/ไม่มีเอกสาร ใบอนุญาติใช้เรือ แสดงต่อเจ้าหน้าที่ลักลอบนำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิง ดีเซล 1,600 ลิตร นำเข้ามาในราชอาณาจักร โดยไม่ผ่านพิธีศุลกากร ส่งดำเนินคดี ที่สภ. ปากน้ำ จ.ระนอง

ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 3 และผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลภาค 3 ได้สั่งการให้ ศรชล.ระนอง ประสานการปฏิบัติร่วมกับหน่วยงานที่ สอบสวนเพิ่มเติมขยายผลเชิงลึกต่อไปด้วย .-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...