โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

5 คำถามที่ต้องตอบ ก่อนจะชอปฉ่ำ

Wealth Me Up

อัพเดต 14 ก.พ. 2568 เวลา 09.58 น. • เผยแพร่ 14 ก.พ. 2568 เวลา 05.00 น. • Wealth Me Up

ใช้แรงทำเงิน& ให้เงินทำงาน กดSubscribe รอเลย…

Youtube | Facebook | TikTok | Instagram | Line

ชอปปิงแบบมีสติ เซฟสตางค์…ด้วย 5 คำถามง่ายๆ ควบคุมการใช้จ่าย ที่ควรถามตัวเองให้ดีก่อนตัดสินใจควักกระเป๋า

“ถ้าไม่มีป้าย Sale จะยังอยากได้ไหม?”

ป้าย Sale กับนักชอปเป็นของที่อยู่คู่กันมาช้านาน แต่ก่อนจะจ่าย ลองถามตัวเองดูสักนิดว่าถ้าไม่ใช่เพราะของชิ้นนั้นลดราคา คุณจะยังอยากได้มันไหม เช่น กระเป๋าสะพายที่ติดป้าย Sale จากราคา 1,000 บาท เหลือ 800 บาท ลองตอบตัวเองดูว่าถ้ากระเป๋าใบนั้นขายราคา 800 ตั้งแต่แรก จะนับว่าราคาคุ้มค่าไหม คุณจะยังอยากซื้อรึเปล่า?

“ถ้าตัดป้ายยี่ห้อออก จะยังยอมจ่ายราคานี้รึเปล่า?”

หลายครั้งที่เราเผลอซื้อของราคาสูงเกินตัว เพียงเพราะเห็นแก่ชื่อยี่ห้อ ทั้งที่ประโยชน์ใช้สอย ไม่คุ้มค่าคุ้มราคาเลย แต่เราก็ยังปลอบใจตัวเองว่าสมเหตุสมผลเพราะเป็นของแบรนด์เนม พฤติกรรมแบบนี้ค่อนข้างน่าห่วง สุ่มเสี่ยงสภาพการเงินในระยะยาวอย่างยิ่ง ก่อนซื้อลองหยุดถามตัวเองก่อน ว่าคุณอยากได้ของชิ้นนั้นจริงๆ หรือแค่อยากได้เพราะยี่ห้อและโลโก้กันแน่?

“จะได้ใช้มันจริงๆ รึเปล่า?”

บางครั้งเราซื้อของไม่จำเป็นมากองไว้ที่บ้าน โดยคิดเอาเองว่า “ซื้อๆ ไปก่อน เดี๋ยวก็ได้ใช้” แล้วก็ลงเอยโดยการที่ของชิ้นนั้นนอนตายอยู่มุมตู้โดยแทบไม่ได้แตะเลย เงินก็เท่ากับละลายน้ำไปเปล่า ฉะนั้นก่อนซื้อ ตอบตัวเองให้ดีก่อนว่าคุณจะมีโอกาสได้ใช้มันมากแค่ไหน จะเอาไปใช้ในโอกาสอะไรได้บ้าง แล้วนอกจากคุณคนอื่นจะใช้มันได้รึเปล่า?

“ราคานี้ คิดเป็นกี่ % ของรายได้กันนะ?”

ถ้าคุณซื้อของเพียงเพราะความอยาก โดยลืมคิดไปว่ามันเหมาะสมกับรายได้ของตัวเองแค่ไหน พอถึงปลายเดือนก็อาจต้องเสียใจทีหลัง เพื่อป้องกันสภาวะถังแตก คุณควรคำนวณก่อนคร่าวๆ ก่อนตัดสินใจซื้อ ว่าราคาของสิ่งนั้นคิดเป็นกี่เปอร์เซ็นต์ของเงินเดือนหรือรายได้ของคุณ

เช่น ถ้าคุณมีรายได้เดือนละ 20,000 บาท คิดจะซื้อครีมทาผิวราคา 5,000 บาท คิดดูแล้วก็เท่ากับ 25% ของรายได้ หรือเท่ากับค่าแรง 1 สัปดาห์เต็มๆ รู้แบบนี้แล้วยังจะอยากได้อยู่รึเปล่า

“ถ้าไม่ซื้อ เงินจำนวนนี้จะเอาไปซื้อของจำเป็นได้มากแค่ไหน?”

ก่อนควักเงินซื้อของฟุ่มเฟือย ลองหันกลับมาดูของที่จำเป็นกับชีวิตของคุณก่อน ว่าหากคุณเก็บเงินจำนวนนั้นเอาไว้ จะเอาไปจ่ายซื้อของจำเป็นได้มากน้อยแค่ไหน เช่นถ้าคุณคิดจะซื้อกางเกงยีนส์ตัวละ 3,000 บาท ลองคำนวณดูว่าเงิน 3,000 บาท หากนำไปจ่ายค่าบริการโทรศัพท์เดือนละ 299 บาท ก็สามารถจ่ายได้ถึง 10 เดือน จะว่าไปแล้วก็ไม่ใช่เงินน้อยๆ เลย แล้วแบบนี้จะยังอยากซื้ออยู่ไหม

เพียงท่อง5 ข้อนี้ไว้ในใจ แล้วหาคำตอบให้ตัวเองให้ได้ก่อนจะจ่ายเงิน คุณก็สามารถเป็นนักชอปรุ่นใหม่ที่ใช้จ่ายอย่างชาญฉลาดได้ รู้ทันตัวเองไว้ ไม่ตกหลุมพรางนักการตลาดอย่างแน่นอน

#WealthMeUp

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...