โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

3 คดียาเสพติด-ศาลยกฟ้อง! ตู้ห่าว-ตุนมินลัต-เบนซ์เรซซิ่ง

INN News

อัพเดต 13 ก.พ. 2568 เวลา 08.32 น. • เผยแพร่ 13 ก.พ. 2568 เวลา 01.32 น. • INN News

กลับมาอยู่ในความสนในของสาธารณะชนอีกครั้งสำหรับคดีตู้ห่าว และ"ผับจินหลิง"ซึ่งศาลชั้นต้นยกฟ้อง นายตู้ห่าว และพวก รวม 19 คน จากจำเลยทั้งหมด 25 คน กรณีขยายผลตรวจค้น "ผับจินหลิง"ทำให้ถูกตั้งข้อหา 3 คดีหลัก คือ องค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ ,ยาเสพติด ,และฟอกเงิน โดยศาลชี้ว่า "พยานหลักฐานไม่เพียงพอ" ซึ่งถ้าย้อนกลับไปในห้วง5ปีที่ผ่านมา มี3คดีที่เกี่ยวพันกับยาเสพติด และมีตัวละครทีมีชื่อเสียง แต่ต่อมาศาลพิพากษายกฟ้อง

คดีแรก.ตู้ห่าว นักธุรกิจชาวจีน สัญชาติไทย มีชื่อเป็นผู้เช่าและดูแลผับจินหลิง ซึ่งเป็นสถานบริการให้เปิดให้คนจีนเข้ามาใช้ และการตรวจค้นของตำรวจเมื่อวันที่ 26 ต.ค.2565 ในผับพบชาวจีนมาใช้บริการหลายร้อยคนและที่สำคัญพบยาเสพติดจำนวนมาก จนเป็นที่มาของการขยายผล กลุ่มทุนจีน จากนั้นตำรวจขยายผลตรวจค้นบ้านพักหรูและบริษัทของนายตู้ห่าวอีกหลายจุด ยึดทรัพย์และดำเนินคดีคนใกล้ชิด ต่อมาตู้ห่าว มอบตัวและปฏิเสธข้อกล่าวหาเกี่ยวข้องยาเสพติด

ในขณะนั้น "ชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์" แฉข้อมูลว่า "ตู้ห่าว" เป็นเจ้าของผับ และเป็น 1 ใน 5 กลุ่มทุนจีนสีเทา ซึ่งเขาอ้างว่า เป็นกลุ่มที่เข้ามาทำธุรกิจสีเทาในไทย ทั้งบ่อนการพนัน ผับ บาร์ ยาเสพติด และการฟอกเงิน ทำงานเชื่อมโยงเป็นเครือข่าย และมีความสัมพันธ์ถึงผู้มีอำนาจในประเทศ ต่อมาศาลพิพากษา ยกฟ้อง"ตู้ห่าว-ภรรยา" และพวกรวม 19 คน คดีอาชญากรข้ามชาติ ฟอกเงินและยาเสพติด ศาลชี้พยานหลักฐานโจทก์ ไม่มีน้ำหนักเพียงพอ

หลังคำพิพากษา บิ๊กโจ๊ก' พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ หักพาล อดีต รอง ผบ.ตร. เผยว่าตนซึ่งเคยทำคดีมาก่อนในช่วงแรก ได้เตือนพนักงานสอบสวนนครบาลไปแล้วว่า พยานหลักฐานที่มีอยู่ในสำนวนไม่เพียงพอที่จะเอาผิดตู้ห่าวได้ หากมีพยานหลักฐานเพียงแค่นี้ศาลจะยกฟ้องแน่ แต่ไม่มีใครเชื่อตน เมื่อศาลพิพากษาออกมา ก็เป็นไปตามที่ตนพูดไว้ ขณะที่ "ชูวิทย์" แฉเหตุ "ตู้ห่าว" หลุดคดี ตร.เก็บหลักฐานไม่ครบ-ปล่อยตัวการสำคัญ แจ้งข้อหาฟอกเงินล่าช้า เหมือนช่วยกันปกปิด

ต่อมา คดีที่ 2 คือ ตุน มิน ลัต คดีค้ายาเสพติด โดยคดีนี้พนักงานอัยการป็นโจทก์ฟ้อง ตุน มิน ลัต นักธุรกิจชาวเมียนมา และอีก4รายรวมเป็น 5รายในความผิดฐานร่วมกันสนับสนุนกันกระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติด มีลักษณะเป็นความผิดร้ายแรง องค์กรอาชญากรรม โดยพวกจำเลยทำหน้าที่ดูแลรับฝากเงิน ถอนเงิน โอนเงิน ซื้อขายยาเสพติดเข้าบัญชีของบริษัทฯ จำเลยที่ 5 ลักษณะปกปิดอำพรางซึ่งการได้มาของเงินจำนวนดังกล่าวโดยรู้อยู่แล้วว่าเป็นเงินที่ได้จากการค้ายาเสพติด
พวกจำเลยให้การปฏิเสธ ต่อสู้คดี ต่อมาศาลเบิกตัวจำเลยทั้งหมดจากเรือนจำมาฟังคำพิพากษา โดยศาลใช้เวลาอ่านคำพิพากษากว่า 3 ชั่วโมง โดยอ่านถึงประเด็นเรื่องเส้นทางการเงินอย่างละเอียด ทั้งนี้ ศาลพิจารณาแล้ว พยานหลักฐานของโจทก์ไม่มีน้ำหนักเพียงพอให้รับฟังได้ว่าจำเลยกระทำผิดตามฟ้องทุกข้อหา และพยานหลักฐานฝ่ายจำเลยหักล้างได้ทั้งหมด พิพากษายกฟ้อง

ต่อมาคดีที่ 3."เบนซ์ เรซซิ่ง"นายอัครกิตติ์ วรโรจน์เจริญเดช ศาลฎีกา พิพากษายกฟ้อง คดีค้ายาเสพติดพยานหลักฐานไม่เพียงพอ คดีนี้อัยการโจทก์ยื่นฟ้องคดีเมื่อวันที่ 26 พ.ค.2560 ต่อมา ศาลอาญาพิพากษาชั้นต้น ในปี 2561 สั่งจำคุก เบนซ์ เรซซิ่ง 8 ปี ฐานร่วมกันฟอกเงิน และให้ยกฟ้องข้อหาสนับสนุนหรือช่วยเหลือหรือสมคบกันค้ายาเสพติด ทาง จำเลยยื่นอุทธรณ์ ขณะที่ศาลอุทธรณ์พิเคราะห์พยานหลักฐานแล้ว พิพากษาแก้ให้เพิ่มโทษ นายเบนซ์ เรซซิ่ง

ในความผิดฐานสนับสนุนช่วยเหลือ หรือสมคบค้ายาเสพติด และฐานฟอกเงินจำคุกรวม 36 ปี 8 เดือน พร้อมโทษปรับ 3.3 ล้านบาท ส่วนจำเลยที่ 2-3 เหลือจำคุกคนละ 22 ปี 6 เดือน ปรับคนละ 400,000 บาทและทั้งหมด ยื่นต่อสู้คดีในชั้นฎีกาโดยเบนซ์ เรซซิ่ง ได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวในระหว่างการพิจารณาคดี พร้อมเงื่อนไข สวมกำไล EM และห้ามเดินทางออกนอกประเทศต่อมาศาลฎีกายกฟ้อง "เบนซ์ เรซซิ่ง" ในข้อหาสมคบค้ายาเสพติด เนื่องจากพยานหลักฐานไม่เพียงพอ ส่วนความผิดฟอกเงินในชั้นอุทธรณ์ เหลือจำคุกครบ 3 ปี 4 เดือน ซึ่งนายเบนซ์ อยู่ในเรือนจำครบจำนวนวันแล้ว จึงให้ปล่อยตัวออกจากเรือนจำ

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...